เจาะโอกาสตลาดเครื่องดื่ม 2 แสนล้าน กลุ่มไหนมาแรง และยังโตได้แม้ในยุคโควิด

TEXT : กองบรรณาธิการ





     รู้ไหมว่าในปี 2564 นี้ ตลาดไหนที่ยังพอเติบโตได้แม้จะไม่ได้หวือหวาเหมือนยุคก่อนหน้านี้ หนึ่งในนั้นคือ “ตลาดเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์” (Non-alcoholic Beverage) แบบพร้อมดื่ม ที่คาดว่าปี 2564 จะมีมูลค่ารวมที่ประมาณ 1.97 - 1.99 แสนล้านบาท หรือเติบโตจากปีก่อนหน้าประมาณ 0.5-1.5 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะสินค้าเครื่องดื่มเฉพาะกลุ่ม และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่คาดว่าจะยังเติบโตได้ดีแม้ในสถานการณ์โควิด-19
 

ตลาดเครื่องดื่มดั้งเดิมแปรผันตามกำลังซื้อและเศรษฐกิจ
           

     ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานมูลค่าตลาดเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์แบบพร้อมดื่มในปี 2564 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในกรอบ 0.5 - 1.5 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ประมาณ 1.97 - 1.99 แสนล้านบาท จากฐานต่ำในปี 2563 ที่อัตราการเติบโตของเครื่องดื่มรายประเภทส่วนใหญ่หดตัว นอกจากนี้ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายต่างเริ่มปรับกลยุทธ์การขายให้เข้ากับวิถีชีวิต New Normal มากขึ้น มีการขยายช่องทางขายมาสู่ออนไลน์มากขึ้น เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้  อย่างไรก็ตามศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การฟื้นตัวในปี 2564 น่าจะยังไม่กลับสู่ระดับเดียวกับปี 2562 เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนในการระบาดของโควิด-19 รวมถึงกำลังซื้อโดยรวมที่ยังเปราะบางและยังไม่ดีขึ้นมากนัก จากความเสี่ยงเรื่องการมีงานทำและความกังวลต่อความมั่นคงของรายได้
               

     แต่อย่างไรก็ตามหากการแพร่ระบาดระลอกใหม่สามารถควบคุมได้ในระยะ 1-2 เดือนนี้ ก็จะส่งผลบวกต่อตลาดเครื่องดื่มโดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนที่ไทยจะเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งถือเป็นช่วงพีคของธุรกิจเครื่องดื่ม โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มน้ำดื่มบรรจุขวด น้ำอัดลม และโซดา โดยในภาพรวมแนวโน้มตลาดเครื่องดื่มแบบดั้งเดิมและทำตลาด Mass น่าจะแปรผันตามกำลังซื้อและสภาวะเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่จะยังรักษาส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ไว้ได้



               
           
เครื่องดื่มเฉพาะกลุ่ม เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยังเติบโตได้ดี


     ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า สินค้ากลุ่มกาแฟพร้อมดื่มแบบ Specialty ที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าคอกาแฟ และน้ำผสมวิตามิน เครื่องดื่มวิตามิน ตลอดจนกลุ่ม Functional Drink เครื่องดื่มที่ให้คุณประโยชน์อื่นๆ จะเติบโตได้ดีกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของตลาด เนื่องจากยังสามารถดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่ยังมีกำลังซื้อและมองหาเครื่องดื่มใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์เฉพาะได้  และปัจจุบันก็ผู้ผลิตก็การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่งในระยะยาวคาดว่ากลุ่มนี้มีโอกาสที่จะเพิ่มส่วนแบ่งได้มากขึ้น โดยมีความต้องการของผู้บริโภคเป็นตัวขับเคลื่อนตลาด



 

แนวทางปรับตัวเพื่อรับมือการแข่งขันและโอกาสธุรกิจ


     ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การแข่งขันในตลาดจะยังมีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดและดึงดูดกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งเราจะยังได้เห็นการปรับตัวของธุรกิจในหลากหลายรูปแบบ ดังนี้


1.การหาช่องว่างของประเภทเครื่องดื่มดั้งเดิม


     เช่น การพัฒนาน้ำผสมวิตามินที่ตอบโจทย์เทรนด์ Functional Drink มากขึ้น มีการเติมสารอาหาร/วิตามิน แต่มีรสชาติไม่แตกต่างจากน้ำดื่มและให้พลังงานต่ำ ซึ่งแตกต่างจากเครื่องดื่ม Functional Drink  ในช่วงแรกที่มีการแต่งกลิ่นแต่งรสชาติ รวมถึงเครื่องดื่มวิตามินต่างๆ เพื่อทดแทนวิตามินจากอาหารได้บางส่วน


2.การตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่ม


     เช่น กลุ่มกาแฟสำเร็จรูป Specialty อย่างกาแฟ Cold Brew กาแฟจากเมล็ดพันธุ์พิเศษ เป็นต้น


3. การมุ่งเน้นเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่


     เช่น เครื่องดื่มชูกำลังรสชาติใหม่และปรับเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากเดิม ให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น รวมถึงเครื่องดื่มเกลือแร่ที่หันมาเน้นภาพลักษณ์ที่ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มผู้เล่นกีฬา แต่ขยายฐานลูกค้าไปสู่ลูกค้าทุกกลุ่มที่มี Active Lifestyle



 
           
จับตาปัจจัยกระทบต่อต้นทุนธุรกิจและความต้องการผู้บริโภคที่แปรเปลี่ยน


     นอกจากการแข่งขันในตลาดที่เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังซื้อที่ยังเปราะบางแล้ว ในปี 2564 นี้ยังมีปัจจัยท้าทายที่ส่งผลต่อต้นทุนของธุรกิจและแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย นั่นคือ


     1.การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มครั้งที่ 3


     ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนในการพัฒนาและทำตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการจัดเก็บภาษีจะมีความเข้มขึ้นเรื่อยๆ ในอัตราขั้นบันไดตามปริมาณน้ำตาลต่อเครื่องดื่มปริมาตร 100 มิลลิลิตร ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2560 และจะทยอยปรับอัตราขึ้นแบบก้าวหน้าทุก 2 ปี จนถึงอัตราเพดานที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี มาตรการดังกล่าวก็ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันในตลาด ซึ่งถือเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ผู้ผลิตทยอยออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งสูตรลดน้ำตาล ลดความหวาน หรือใช้สารให้ความหวานทดแทน


      รวมถึงการมีฉลากสินค้า ‘ทางเลือกสุขภาพ’ ที่จะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการบริโภคมากขึ้น ซึ่งก็สอดคล้องไปกับทิศทางความต้องการของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จะเห็นได้จากสินค้าเครื่องดื่มสุขภาพ เครื่องดื่มให้พลังงานต่ำ และเครื่องดื่มวิตามินที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 


     2.เทรนด์การใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม


     กระแสรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าที่สอดคล้องไปกับความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคยุดใหม่ โดยเฉพาะปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค อย่างขวดพลาสติกที่มีสัดส่วนปริมาณขยะในทะเลมากที่สุด เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ เครื่องดื่มชนิดขวดแก้ว/กระป๋องอลูมิเนียม/กล่องกระดาษที่น่าจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น และปรับไปใช้กับเครื่องดื่มหลายประเภทยิ่งขึ้น


     นอกจากนี้ เพื่อให้เกิดการนำขยะบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ประโยชน์ ด้วยกระบวนการรีไซเคิล หรืออัพไซเคิลได้อย่างเป็นระบบ ยังจำเป็นต้องมีระบบการเรียกคืนบรรจุภัณฑ์ที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศ อย่างญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ซึ่งจูงใจให้ผู้บริโภคนำบรรจุภัณฑ์ไปคืนและได้รับเงินสดหรือส่วนลดการใช้บริการต่างๆ ได้ ก็มีโอกาสที่ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในประเทศไทยจะนำมาปรับใช้ได้เช่นกัน
               

     นี่คือแนวโน้มของตลาดเครื่องดื่มในปี 2564 ที่ยังคงมีโอกาสและความท้าทายในอนาคต ซึ่ง SME ที่สนใจก็สามารถศึกษาและนำไปปรับใช้ เพื่อสร้างแต้มต่อและโอกาสให้กับธุรกิจของตัวเองได้
 
               
     ที่มา : เรียบเรียงข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
 
 



 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี


 

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง