2 ความเงียบ เทรนด์วิดีโอที่ต้องจับตา ถ้าอยากให้ลูกค้าไม่ปิดหนี

TEXT : กองบรรณาธิการ
 


             

     มีงานวิจัยการตลาดออกมารองรับมากมายว่าตั้งแต่ที่เริ่มมีสมาร์ทโฟนใช้กันติดตามตัวเหมือนอวัยวะที่ 33 นั้น ผู้บริโภคยุคปัจจุบันต่างชื่นชอบการดูวิดีโอมากยิ่งขึ้น จึงทำให้นักการตลาดและเจ้าของธุรกิจต่างหันมาให้ความสำคัญกับการทำวิดีโอ เพื่อเรียกความสนใจและเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้วองค์ประกอบสำคัญของวิดีโอ ก็คือ เสียงและภาพที่คมชัด แต่รู้ไหมว่าในปัจจุบันนี้จริงๆ แล้วผู้บริโภคเขาไม่จำเป็นต้องฟังเสียงวิดีโอก็ได้! ใช้แค่การอ่านซับแทน หรือวิดีโอบางตัวมีแค่ภาพ เสียงประกอบ ไม่ต้องมีคำพูด ก็สามารถดูรู้เรื่องได้เช่นกัน เหมือนเช่น 2 เทรนด์วิดีโอมาแรงที่เรากำลังจะนำเสนอต่อไปนี้
 
 
อ่านแต่ซับ ไม่เปิดเสียง
 
  • 75 % ชอบดูแบบปิดเสียงมากขึ้น
 
     มีงานวิจัยกล่าวเอาไว้ว่าผู้บริโภคยุคปัจจุบันนี้แม้จะชื่นชอบการดูวิดีโอก็จริงอยู่ แต่รู้ไหมกว่าร้อยละ 75 เปอร์เซ็นต์ของการเปิดดูวิดีโอนั้นกลับดูกันแบบปิดเสียง และหันมาอ่าน Subtitle หรือคำบรรยายภาพ บรรยายเสียงพูดแทน เหตุผลส่วนใหญ่นั้นเป็นเพราะรูปแบบไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งอาจจะอยู่ในพื้นที่ที่ไม่สะดวกในการใช้เสียง เช่น บนรถโดยสาร อยู่ในที่ทำงาน เป็นต้น โดยในทั้งนี้อาจรวมไปถึงพฤติกรรมปิดเสียงโทรศัพท์ร่วมด้วย
             




     โดยผลวิจัยดังกล่าวนี้นำมาจาก Sharethrough  บริษัทวิจัยด้านโฆษณาแห่งหนึ่ง โดยได้ทำการแยกผลสำรวจออกมาในกลุ่มผู้บริโภคต่างๆ พบว่ากลุ่มผู้บริโภคที่เปิดดูคลิปวิดีโอแบบไม่เปิดเสียงมากที่สุด ก็คือ กลุ่มมิลเลนเนียน ซึ่งมีสูงถึงกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มที่ตามมา คือ เจน X ซึ่งมีอยู่ราว 64 เปอร์เซ็นต์ เรียกว่าไม่ว่าช่วงวัยได้ก็มีความนิยมในการชมวิดีโอแบบไม่เปิดเสียงกันมากขึ้น ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่การอ่านคำบรรยายดังกล่าวนี้ก็ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าใจเนื้อหาได้มากกว่าร้อยละ 56 เรียกว่าไม่ได้ลดคุณภาพการสื่อสารจากการรับฟังเสียงลงไปสักเท่าไหร่เลย
 
  • เพราะฟีเจอร์เฟซบุ๊กเป็นเหตุ

     ถามว่าความนิยมดังกล่าวเริ่มเกิดขึ้นมาเมื่อใด เท่าที่ได้ลองหาข้อมูลพบว่าตั้งแต่ที่เฟซบุ๊กเริ่มเปิดฟีเจอร์ Auto-Play Video เมื่อ 3 ปีก่อน เพื่อให้วิดีโอสามารถเล่นได้โดยอัตโนมัติในขณะที่เรากำลังใช้นิ้วเลื่อนดูฟีดต่างๆ โดยวิดีโอดังกล่าวจะยังไม่มีเสียง เป็นเพียงภาพเคลื่อนไหวและซับไตเติ้ลให้ผู้ชมได้ดูเป็นตัวอย่าง หากสนใจจริงๆ ถึงจะทำการกดคลิกเข้าไป หลังจากจึงจะแสดงทั้งภาพและเสียงให้ได้รับชมไปพร้อมกัน นับจากนั้นมาอาจทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มชินกับการดูวิดีโอแบบไม่เปิดเสียงก็ได้ แค่ดูรูปและอ่านคำบรรยายแทนในสถานที่และเวลาที่ไม่สะดวก





     จากข้อมูลงานวิจัยที่นำมาเล่าให้ฟังนี้ ไม่ได้หมายความว่าต่อไปผู้ผลิตวิดีโอ นักการตลาด หรือผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะต้องหันมาผลิตวิดีโอแบบไม่มีเสียงกันมากขึ้น เพียงแต่อาจต้องมีการพัฒนาคอนเทนต์ วิธีการเล่าเรื่อง และคำบรรยายให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้นราวกับว่าแม้จะไม่ได้เปิดรับฟังเสียง แต่ก็สามารถสร้างความบันเทิง สนุก สาระที่น่าสนใจให้กับผู้ชมได้ไม่ต่างกันแม้ไม่ได้ฟังเสียงก็ตาม
 
 
ดูแบบเงียบๆ บรรยายไม่ต้อง
 
 
  • เริ่มมาจากเกาหลี
             
     อีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังมาแรงสำหรับการดูวิดีโอแบบใหม่ของผู้บริโภค ก็คือ การดูวิดีโอแบบเงียบที่ไร้ซึ่งคำพูดมีแค่ภาพและเสียงประกอบเท่านั้น โดยเทรนด์ดังกล่าวเริ่มเกิดขึ้นมาจากประเทศเกาหลี ซึ่งปัจจุบันมีเหล่ายูทูบเบอร์จำนวนมากได้หันมาทำคลิปแบบไร้เสียงพูดหรือที่เรียกว่า “Silent YouTuber” กันมากขึ้น
             




     ที่มาของเทรนด์ดังกล่าวนั้นอาจเริ่มมาจากทัศนคติที่แตกต่างออกไปของตัวเหล่ายูทูบเบอร์เองที่อยากสร้างความแตกต่าง และค้นหาวิธีการนำเสนอใหม่ๆ ว่าหากไม่ต้องโชว์หน้า ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ จะทำยังไงให้เนื้อหาวิดีโอน่าดูและดึงดูดผู้ชมได้
 
  • เล่าแบบธรรมดา แสนจะเรียบง่าย
 
     ซึ่งสิ่งที่พวกเขาใช้ก็คือ การเล่าเรื่องผ่านการกระทำต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ชงชา อ่านหนังสือ เก็บกวาดบ้าน โดยอาจมีเสียงดนตรีคลอเบาๆ เพื่อประกอบไปด้วย ตรงกันข้ามกับการทำคลิปวิดีโอแต่ก่อนที่มักสร้างตัวเอง หรือทำยังไงก็ได้เพื่อให้เป็นที่รู้จักและโดดเด่นขึ้นมา
             

     นับเป็นวิดีโอที่ดูแล้วทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย สร้างสมาธิ แตกต่างจากวิดีโอในปัจจุบันที่ส่วนใหญ่มักเน้นสร้างความว้าว! ความน่าตื่นเต้น และแข่งขันกันตลอดเวลา จากความรู้สึกนิ่งเงียบสงบนี้ก็ได้ที่ทำให้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ชมสนใจเข้ามากดไลค์กดแชร์เป็นจำนวนมาก
             





     และนี่คือ 2 เทรนด์ในการดูวิดีโอของผู้บริโภคทุกวันนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเก่า และเป็นอีกมุมมองทำให้เราเห็นว่าแม้แต่เสียงหรือคำพูดที่เรียกว่าแทบจะเป็นองค์ประกอบสำคัญของการทำวิดีโอ วันหนึ่งก็สามารถเปลี่ยนรูปแบบการรับชมได้เช่นกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ SME อาจลองนำไปปรับใช้ในการสื่อสารกับลูกค้าของตัวเองดูก็ได้ เพื่อนำเสนอวิธีการทำวีดูโอรูปแบบใหม่เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค แถมยังทำให้แบรนด์ดูน่าสนใจและเป็นที่จดจำได้มากขึ้นด้วย
 
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง