ถ้าถอดใจทุกครั้งที่โดนโกง คงไม่มีธุรกิจไอศกรีม LoveLoad and Clubsweety ทำรายได้ 8 หลักต่อปี

Text: Neung Cch.




 


         ถ้าการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐฉันใด ทำธุรกิจแล้วไม่โดนโกงก็คงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการคงอยากได้ฉันนั้น เพราะทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาเดินไปข้างหน้า ธุรกิจคุณสามารถถูกทุจริตได้ตลอดเวลา และมาในสารพัดรูปแบบ ไม่ว่าจะจากลูกน้อง ลูกค้า ซัพพลายเออร์ หรือแม้แต่ตำราเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด


          ปัญหานี้ทำให้หลายคนเจ็บจนต้องเลิกกิจการไปก็มีไม่น้อย แต่ที่สู้ไม่ถอยก็มีอยู่ให้เห็น หนึ่งในนั้นคือ นิมณิชา กรรณเลขา (นิม) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นทูไอซ์ จำกัด เจอกลโกงมาแทบจะทุกรูปแบบ ตั้งแต่ภูมิคุ้มกันหรือยันต์กันคนโกงยังไม่มี แต่วันนี้เธอก็ผ่านสิ่งเหล่านั้นต่อสู้จนทำให้กิจการ LoveLoad and Clubsweety ทำธุรกิจไอศกรีมครบวงจรตั้งแต่จำหน่ายเครื่อง สอนทำไอศกรีม ไปจนถึงรับผลิตสูตรไอศกรีมของเธอกำลังเข้าสู่ปีที่ 15 กับตัวเลขรายได้ไม่มากไม่น้อย 8 หลักต่อปี


          อะไรที่ทำให้เธอสามารถฟันฝ่าการโกงเหล่านั้นจนทำให้มีธุรกิจที่เข้มแข็ง SME Thailand online พาไปพบกับคำตอบ



 


แค่เริ่มต้น โดนต้อนรับน้องใหม่จากคนใกล้ตัว

           

        ใครจะคิดว่าบรรยากาศร้านไอศกรีมที่ตกแต่งร้านไม่น่าประทับใจจะกลายเป็นแรงผลักให้นิมณิชาในวัย 10 ขวบเก็บเอามาเป็นแรงบันดาลใจว่าสักวันอยากมีร้านไอศกรีมเป็นของตัวเอง แต่ก็ต้องพักความฝันนั้นไว้ เนื่องจากอาชีพเชฟในเมืองไทยขณะนั้นยังไม่เป็นที่นิยมทำให้ทางบ้านไม่สนับสนุนหากเธอจะเลือกเดินบนเส้นทางสายนี้
               

        บริหารธุรกิจจึงเป็นวิชาชีพที่เธอเลือกศึกษาจนจบปริญญาตรีในเมืองไทย และก็มุ่งหน้าไปเรียนต่อบริหารธุรกิจระหว่างประเทศที่อังกฤษ นอกจากได้ความรู้ด้านบริหารในดินแดนอันไกลโพ้นแล้ว เธอยังมีโอกาสได้ทานไอศกรีมแปลกๆ จากทั่วโลก เช่น รสงู รสปูผัดผงกระหรี่ ฯลฯ เหมือนกระตุ้นความฝันวัยเด็กให้เจิดจรัสอีกครั้ง ก่อนที่ไฟจะมอดระหว่างที่กลับมามาทำงานประจำในเมืองไทย จึงเริ่มสานต่อความฝันในวัยเยาว์ทั้งศึกษาและลองทำไอศกรีมจริงจังมากขึ้น



               

        ทว่าตอนนั้นเมืองไทยยังไม่มีเครื่องทำไอศกรีม นิมจึงต้องนำเข้าจากต่างประเทศแต่แทนที่จะนำมาใช้ส่วนตัวเธอก็เกิดไอเดียนำมาขายไปด้วย และเมื่อเครื่องทำไอศกรีมของเธอสามารถจำหน่ายได้เดือนละประมาณ 20 เครื่อง ทำให้นิมตัดสินใจทิ้งตำแหน่งผู้จัดการหันมาทำธุรกิจของตัวเองอย่างเต็มตัว


        ภาพในความฝันกับความจริงมักต่างกัน ธุรกิจ LoveLoad and Clubsweety ก็เช่นกัน เรียกว่าเจอดราม่าตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด เมื่อนิมได้มอบหมายให้พี่ชายเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศช่วยนำเข้าเครื่องไอศกรีมมาให้เนื่องจากเธอไม่สะดวกไปดูเครื่องเอง จุดนั้นก็กลายเป็นจุดพลิกผันเมื่อพี่ชายเพื่อนไปเซ็นสัญญาว่าหากใครจะซื้อเครื่องทำไอศกรีมต้องซื้อผ่านที่เขาแต่เพียงผู้เดียว


        “เจ็บปวดนะโดนแย่งแบรนด์ไป ทั้งๆ ที่เราลงทุนเปิดร้านเตรียมจะขายของแต่สุดท้ายไม่มีสินค้าขาย ตอนนั้นใช้ความอะลุ้มอล่วย ต้องซื้อเครื่องจากเขามาขายไปก่อน แต่ระหว่างนั้นก็พยายามหาแบรนด์อื่นไปด้วย สุดท้ายก็ได้แบรนด์ที่ราคาและคุณภาพดีกว่า แต่กว่าจะได้มาตอนนั้นก็เฟลไปเป็นปี ใครพูดถึงเรื่องนี้ต่อมน้ำตาแตก แต่เมื่อผ่านมาได้ถึงจุดหนึ่งเราก็ได้เรียนรู้ว่า ช่างมันถ้ามัวแต่ไปจมอยู่กับมันชีวิตไม่ go on ต้องปล่อยว่าง หาวิธีการรับมือทำให้ดีขึ้นดีกว่าเดิม”



 


ช่างรับเหมากับงานทิพย์

               
 
         เป็นดังที่นิมคิดเมื่อเดินหน้าต่อไป กิจการเธอก็เริ่มดีขึ้น จากที่เปิดร้านไอศกรีมที่บ้านก็อยากจะขยายไปในห้างสรรพสินค้า ภารกิจนี้ทำให้เธอต้องติดต่อกับช่างรับเหมาเพื่อมาตกแต่งร้าน และได้บทเรียนในการดิวงานกับช่างรับเหมาเพิ่มมาอีกหนึ่งบทเรียน


         “ปัญหาเกิดตอนที่เขาส่งรูปถ่ายมาให้ดูบอกว่างานเสร็จจะขอเบิกเงิน เราไม่ได้เข้าไปดูหน้างานจริง มารู้ทีหลังว่ารูปที่เขาส่งมาเป็นรูปทำงานนอกไซด์ ยังไม่ได้ไปทำที่ร้านจริงๆ เบิกเงินแล้วก็หายไป พอถึงวันใกล้กำหนดเปิดร้าน ทางห้างฯ ก็โทรมาบอกว่าไม่ถ้าไม่เปิดร้านตามกำหนดจะต้องโดนปรับ เราต้องเสียเวลาไปจ้างช่างใหม่ให้มาทำงาน คราวนี้ต้องไปนั่งเฝ้าตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงตีสองเพื่อให้เสร็จให้ทัน ก็ท้อนะแต่ถ้าท้อแล้วทิ้งทุกอย่างที่ทำมาก็จะสูญเสียไปทั้งหมด แต่ถ้าปล่อยผ่านให้เป็นบทเรียน สุดท้ายเราก็ยังมีอะไรที่สำเร็จเหลืออยู่”



 


ลูกค้าหรือมิจฉาชีพ



         เจ็บจากช่างรับเหมายังไม่ทันได้พักใจดี นิมก็ต้องมาเจอทีเด็ดลูกค้า เมื่อติดต่อมาสนใจอยากซื้อกิจการแฟรนไชส์ สร้างความดีใจให้เจ้าตัวที่จะมีรายได้เพิ่มกลับทำให้เธอเข็ดขยาดกับการขายแฟรนไชส์ไปเลย


         “มีการคุยรายละเอียดดูแบบตกลงทำสัญญากับเรียบร้อย พอมาถึงงวดสุดท้ายที่ลูกค้าต้องจ่ายอีก 30 เปอร์เซ็นต์ ปรากฏว่าเขาไม่จ่ายโดยให้เหตุผลว่าร้านไม่สวยอย่างใจคิด ซึ่งเราทำตามตามสเปกทุกอย่างและมีสัญญาชัดเจน ท้ายสุดเขาก็ขอต่อราคาเราก็ยอมลดให้ เขาก็จ่ายมาเป็นเช็คแต่ปรากฏว่าเป็นเด้ง ต้องมีการฟ้องร้องขึ้นศาลเสียเวลาเป็นปีกว่าจะได้เงินคืน สิ่งที่ได้จากเรื่องนี้คือ จริงๆ แล้วงวดสุดท้ายก็ควรจะให้เหลือสัก 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อป้องกันความเสี่ยง”



 


Passion จะช่วยเยียวยาทุกสิ่ง

           

          ปัญหาการโดนโกงของนิมยังไม่หมดเท่านั้นแม้แต่ลูกน้องที่เป็นพนักงานบัญชีก็ยังคิดไม่ซื่อกับเธอ สุดท้ายก็ต้องจบลงด้วยการไล่ออก แม้สิ่งเหล่านี้จะทำให้เธอรู้สึกท้อ แต่ไม่สามารทำให้เธอหยุดได้


         “เพราะว่า passion พอเราเจออุปสรรคจะไม่ท้อ แต่รู้สึกอยากแก้ปัญหา เหมือนเป็นเกมหนึ่งเราจะแก้ตรงนี้อย่างไรให้มันไปถึงจุดที่ฝันไว้”


         ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนักแค่ไหน หรือแม้แต่กับสถานการณ์โควิดเธอจึงผ่านมาได้ด้วยนี้ ด้วยวิธีปรับตัวตามสถานการณ์ เช่น เมื่อเกิดโรคระบาดคนกักตัวอยู่กับบ้านเธอก็หันมาขายเครื่องทำไอศกรีมไซส์ไซส์เล็กลง หรือทำผงไอศกรีมสำเร็จรูปจำหน่าย ทำให้ได้กลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มเข้ามา


        เจ้าของ LoveLoad and Clubsweety ตั้งข้อสังเกตว่าช่วงสองปีหลังนี้ธุรกิจร้านไอศกรีมในบ้านเราได้รับความนิยมมากขึ้นมีแบรนด์เกิดใหม่เยอะมากถ้าเทียบกับสิบปีที่แล้ว โดยเฉพาะไอศกรีมแบรนด์โฮมเมดเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคเบื่อกับแบรนด์ไอศกรีมเดิมๆ


         “คู่แข่งมีเกิดใหม่เยอะพอสมควร การมีคู่แข่งก็ดีทำให้เราสตรองขึ้น ต้องพัฒนาตัวเองมากขึ้น เพราะถ้าไม่มีคู่แข่งทำให้เราเหมือนเฉื่อยชา”


         ปัจจุบันรายได้หลักของบริษัทมาจากขายเครื่องทำไอศกรีม 50 เปอร์เซ็นต์ คอร์สเรียน 30 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือมาจากขายวัตถุดิบ ขายไอศกรีมและรับคิดสูตรให้กับแบรนด์ต่างๆ


          และอีกหนึ่งเป้าหมายที่ นิมณิชา กำลังทำอยู่คือการทำผงไอศกรีมสำเร็จรูปไปให้ตลาดทั่วโลกได้รู้จักฝีมือคนไทย
 




www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง