เจาะแนวคิด Pizza Hut ใช้ AI พยากรณ์อากาศ เสริมทัพการตลาด สร้างยอดขายจากข้อมูล

TEXT : กองบรรณาธิการ

               
        ยุคนี้จะชนะใจลูกค้าได้ เทคนิคการตลาดแบบเดิมๆ อาจไม่เพียงพอแล้ว เหมือนอย่างล่าสุดที่ Pizza Hut หนึ่งในแบรนด์ยักษ์ใหญ่ผู้นำตลาดพิซซ่าโลกได้ออกมาขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการนำ AI เข้ามาจับข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า จนสามารถวิเคราะห์สภาพอากาศของที่อยู่ลูกค้า เพื่อช่วยคัดเลือกเมนูที่เหมาะสมให้
               

        แต่กว่าจะมาเป็นแบรนด์พิซซ่าสุดล้ำอย่างนี้ได้ รู้ไหมว่าก่อนหน้านี้เกือบสามทศวรรษถึงแม้จะเป็นร้านอาหารรายแรกๆ ที่ให้บริการจัดส่งออนไลน์ แต่ Pizza Hut กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีมากนัก จนเคยถูกคู่แข่งที่มาทีหลังแซงหน้าไปแล้ว
               

         โดยต้องเท้าความกลับไปตั้งแต่เมื่อปี 2537 ในรัฐแคฃิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา Pizza Hut ถือเป็นธุรกิจร้านอาหารรายแรกๆ ที่เข้าสู่การทำตลาดอีคอมเมิร์ซในการให้ลูกค้าสามารถเข้ามาสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ โดยคำสั่งซื้อจะส่งไปยังร้านสาขาที่ใกล้เคียง และทำการจัดส่งอาหารไปยังบ้านลูกค้าได้ แต่เพียงไม่กี่ปีผ่านมาในปี 2543 ก็กลับถูก Domino แซงหน้าด้วยการประกาศเป็นแบรนด์พิซซ่าที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำ ทำให้ Pizza Hut ต้องจัดตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมาใช้ชื่อว่า “Pizza Hut Digital Ventures” ทำหน้าที่พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อใช้ในการแข่งขันตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยเน้นที่การนำข้อมูลมาช่วยวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก



               

           จนล่าสุดได้นำ AI มาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมข้อมูลของลูกค้า ไปจนถึงตำแหน่งที่ตั้ง และสภาพอากาศโดยรอบในบริเวณนั้นๆ เพื่อนำเสนอสินค้าที่เหมาะสมเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า
               

         แต่ดูเหมือนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับธุรกิจที่มีสาขากระจายออกไปทั่วโลก ซึ่งแต่ละพื้นที่พฤติกรรมลูกค้าย่อมมีความแตกต่างกันออกไป วิธีการที่จะแก้ไขปัญหาระยะยาวได้อย่างยั่งยืน คือ ต้องมีแพลตฟอร์มเป็นของตนเอง เพื่อสร้างให้เกิดความยืดหยุ่นในการใช้งานมากขึ้น
               

         สิ่งที่ Pizza Hut พยายามให้ความสำคัญ ก็คือ การสร้าง Conversion Rate Optimization (CRO) หรือการปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อให้สามารถเปลี่ยนจากผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้กลายมาเป็นลูกค้าได้นั่นเอง (โดยการคิดค่า  Conversion Rate มีสูตรคำนวณ คือ จำนวนการสั่งซื้อสินค้า / จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด) x 100 สมมติมมีคนเข้าชมเว็บไซต์ 2,000 คน ในจำนวนนี้จะมีคนที่คลิกซื้อ 200 คน แสดงว่าค่า Conversion Rate จะอยู่ที่ 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากสามารถเพิ่มขึ้นได้มากเท่าไหร่ ก็สามารถเพิ่มยอดขายขึ้นได้เท่านั้น)





         จึงทำให้ Pizza Hut ต้องหาพันธมิตรจากภายนอกอย่าง Contentsquare บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัลเข้ามาเพื่อช่วยค้นหาพฤติกรรมลูกค้าจากการใช้งานแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์ของบริษัท โดยทำให้พบข้อมูลที่น่าสนใจ คือ ลูกค้าจะไม่ได้กดคลิกที่หน้าดีลเพื่อตัดสินใจในการซื้อทันที เพราะไม่แน่ใจว่าต้องกดคลิกที่ไหนและไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วสามารถกดคลิกที่ดีลนั้นเข้าไปได้เลย โดยสันนิษฐานว่าสาเหตุที่เป็นแบบนั้นอาจเป็นเพราะไม่มีปุ่ม CTA (Call to Action) หรือปุ่มสุดท้ายของการสรุปข้อความต่างๆ เพื่อให้ลูกค้ากดคลิกเข้าไปเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง เช่น การสมัครสมาชิก การลงทะเบียน คำสั่งซื้อ เป็นต้น โดยพบว่าหลังจากมีการเพิ่มปุ่มดังกล่าวเข้าไป ทำให้อัตราการคลิกดีลใส่ตะกร้ากลับมีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้นได้ 7 – 8 ล้านดอลลาร์ได้เลยทีเดียว


         สุดท้าย Pizza Hut ได้แนะนำวิธีการนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า จนถึงการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตว่าควรมองให้รอบได้จากหลายมุมมอง ที่สำคัญต้องมีการวิจัยและวิเคราะห์เชิงลึกด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ สามารถเข้าใจปัญหาเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดนั่นเอง ไปจนถึงการเปิดใจยอมรับพันธมิตรจากภายนอกที่มีความชำนาญเฉพาะด้านให้เข้ามาช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของธุรกิจให้ดีขึ้นได้นั่นเอง



 




www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง