6 เทรนด์อี-คอมเมิร์ซ ช่วยระเบิดยอดขายบนโลกออนไลน์

TEXT : Wattar



        จะขายของออนไลน์ทั้งทีก็ต้องดูให้ดีว่าลูกค้าอยู่ที่ไหน
 
   
          เราไปเจอข้อมูลแนวโน้มอี-คอมเมิร์ซ จาก Grazziti Interactive ที่บอกได้ว่าลูกค้าที่อยู่ที่นี่เป็นใคร มาจากไหน และมีพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างไร เพื่อให้เจ้าของธุรกิจจะได้ลงทุน ลงแรงไปแบบไม่เสียแรงเปล่า แต่จะได้ยอดขายกลับมาแน่ๆ


         ไปดูกันเลย


  • คนช็อปปิ้งผ่านโทรศัพท์มือถือกันมากขึ้น

 

         จากสถิติเห็นได้ว่า นักช็อปออนไลน์ 73 เปอร์เซ็นต์ ช็อปผ่านโทรศัพท์มือถือ ด้วย 3 เหตุผล คือ
 

  1. มีแอปพลิเคชัน Mobile Banking เมื่อกดเลือกซื้อของเสร็จผู้บริโภคสามารถสลับแอปฯ ไปจ่ายได้ง่ายๆ

 

  1. ใช้จ่ายได้แบบไร้สัมผัส

 

  1. มี Location-Based Service ในโทรศัพท์จะมี GPS ที่นำเสนอสินค้าหรือบริการในบริเวณใกล้เคียงได้

 



  • คนช็อปปิ้งผ่านโซเชียลมีเดีย

 
 
        ผู้บริโภคยุคนี้เข้าไปมีส่วนร่วมกับแบรนด์ เสพคอนเทนต์ ไปจนถึงซื้อสินค้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยในแต่ละเดือนมีผู้ใช้งานที่คลิกดูโพสต์เพื่อดูรายละเอียดสินค้าแค่บนอินสตาแกรมแอปฯ เดียวถึง 113 ล้านคน โดยเฉพาะนักช็อปรุ่นใหม่ที่ค้นหาแบรนด์แล้วก็ตัดสินใจซื้อจากที่เห็นบนหน้าฟีดตัวเอง
               

          โดย 3 คอนเทนต์ที่ดึงดูดใจนักช็อปได้นั่นก็คือ
 

  1. Product Catalog รูปภาพสินค้า

 

  1. Video ไม่ว่าจะเป็น How to ใช้สินค้า หรือวิดีโอที่นำเสนอโปรโมชั่น

 

  1. Interactive Content อย่าง โพล หรือเปิดให้ลูกค้าถาม-ตอบ

 



  • นักช็อปใส่ใจสิ่งแวดล้อม

 

         ผู้บริโภคยุคนี้กำลังคิดว่าการใช้จ่ายของพวกเขาทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง มีผู้บริโภคถึง 73 เปอร์เซ็นต์ที่เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของเพื่อลดผลกระทบต่อโลกใบนี้ และยินดีจ่ายมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
 

         3 สิ่งที่ผู้บริโภคมองหาจากแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
 

  1. ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

  1. มีการจัดการซัพพลายเชนอย่างยั่งยืน ตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบไปจนถึงการขนส่งถึงมือลูกค้า

 

  1. ใช้บรรจุภัณฑ์และมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

 



  • Voice Shopping กำลังมาแรง

 

        การซื้อด้วยเสียงกำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อการช็อปปิ้งออนไลน์ ผู้บริโภคจะถามและฟังคำแนะนำจากผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Alexa บน Android หรือ Siri ใน iOS แถมการค้นหาด้วยเสียงจะช่วยให้จ่ายเงินเร็วขึ้น ลดเวลาอยู่ที่หน้าจอ และให้คำติชมกับร้านค้าต่างๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย


        3 เหตุผลที่ทำให้ Voice Shopping มาแรง


  1. ประหยัดเวลาในการหาสินค้า

 

  1. กระบวนการซื้อสั้นและเร็ว

 

  1. สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าได้มาก




  • AI มอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลได้โดนใจลูกค้า

 

         ผู้บริโภคยุคนี้ยินดีแชร์ข้อมูลส่วนตัวหรือพฤติกรรมบางอย่างให้กับแบรนด์ เพื่อให้เก็บข้อมูลแล้วนำเสนอสินค้าและโปรโมชั่นที่ตรงกับความชอบ จากสถิติจะพบว่าผู้บริโภค 77 เปอร์เซ็นต์จะจ่ายให้กับแบรนด์ที่มีข้อเสนอให้เฉพาะพวกเขา


        3 เรื่องที่ใช้ AI นำเสนอให้ลูกค้าได้


  1. แนะนำสินค้าที่ลูกค้าอาจไม่นึกมาก่อนว่าเขาต้องการ

 

  1. คาดการณ์สิ่งที่พวกเขาสนใจหรือจะซื้อเป็นชิ้นถัดไป

 

  1. เลือกวิธีสื่อสารและเรื่องที่ลูกค้าเป้าหมายสนใจ

 

  • ผู้บริโภคหันมาสนับสนุนผู้ประกอบการอิสระ

 
 
        ตั้งแต่ปีที่แล้วมีผู้บริโภคที่หันมาสนับสนุนธุรกิจรายเล็กๆ มากขึ้นถึง 56 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์และให้บริการน่ารักเป็นกันเอง
 
               
       3 เหตุผลที่คนหันมาซื้อของจากแบรนด์เล็ก

  1. คนทำงานที่บ้านกันมากขึ้น

 

  1. ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน

 

  1. ซื้อสินค้าใกล้บ้านง่ายและสะดวกกว่า

 
 
        ที่มา : www.socialmediatoday.com
 





 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง