เจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภค ที่จะเขย่าวงการธุรกิจปี 2022




          หลังการอุบัติของโควิด-19 ทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ มากมาย รวมทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคเองที่เปลี่ยนไปหลายอย่าง แน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อการทำธุรกิจ ที่ต้องพร้อมปรับให้ทันผู้บริโภค ซึ่งจากข้อมูลเจาะเทรนด์โลก 2022 ของ TCDC ได้สรุปพฤติกรรมผู้บริโภคและโอกาสทางธุรกิจไว้ดังนี้





ขี้กลัว



          เป็นผลมาจากวิกฤตต่างๆ ผู้คนต่างก็ปลดปล่อยความรู้สึกในแง่ลบทั้งบนโซเชียลมีเดีย และในชีวิตจริงเมื่อผู้คน ได้สร้างบรรยากาศทางอารมณ์เชิงลบ วิกฤตที่เกิดขึ้นยังทำให้กลุ่มผู้บริโภคที่่เป็นคนรุ่นใหม่รู้สึกได้ถึงความอ่อนไหวและไม่มั่นคงตลอดเวลา ตั้งแต่เรื่องการเรียน การศึกษา การจ้างงาน ตลอดจนสุขภาพจิต การสำรวจคนรุ่นใหม่ที่่มีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป จาก 37 ประเทศในกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนา ทางเศรษฐกิจ (OECD) พบว่าอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้น 5.5% นำไปสู่การสูญเสียรายได้ให้กับประเทศเฉลี่ยประมาณ 9%
 
 
โอกาสทางธุรกิจ



           ธุรกิจต่างๆ สามารถพัฒนากลยุทธ์เพื่อรองรับพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคนี้ด้วยการเริ่มต้นจากขั้นตอนง่าย ๆ อย่างเช่นการสร้างพื้นที่่ปลอดภัยในการช็อปปิง ออกแบบสินค้าและบริการที่่ใช้อารมณ์ของผู้บริโภคเป็นที่ตั้งเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ในเชิงบวก บรรเทาความเครียดและความวิตกกังวลของผู้บริโภคให้น้อยลง อาทิ

   
            แบรนด์ Aesop ในออสเตรเลีย ออกแบบบรรยากาศภายในร้านให้รู้สึกเหมือนเข้ามาในพื้นที่่แห่งความสงบและปลอดภัย หรือแบรนด์ American Eagle เปิดไลน์ธุรกิจใหม่ Mood จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดููแลตัวเองที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ลูกค้า คนรุ่นใหม่ได้ลดความเครียดลง มีการตั้งชื่อน่ารักๆ ให้สินค้า เช่น “Chill” “Zzz” หรือ “Energized”



 

นึกถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว



           ผู้บริโภคกลุ่มนี้้ส่วนใหญ่เป็นเจนเนอเรชันเอ็กซ์และมิลเลนเนียลที่่ให้ความสำคัญกับมุมมองของการใช้ชีวิต มีความเป็นอาสาสมัครชอบช่วยเหลือผู้อื่น ลงมือริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาชุมชนและคนในพื้นที่่พร้อมที่จะพัฒนา และให้ความช่วยเหลือผู้ที่่เดือดร้อน


โอกาสทางธุรกิจ 


          ผู้บริโภคกลุ่มนี้ต้องการพัฒนาธุรกิจภายในย่านที่่อยู่อาศัยและช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น แคมเปญ ร้านชำใกล้ฉัน (Local Shop Near Me) ในประเทศไทย ทำการรวบรวมข้อมูล โปรโมตร้านชำรายย่อยในเขตกรุงเทพฯ หรือในอินโดนีเซียมีแอปพลิเคชันชื่อ RateS เปิดให้ร้านค้าขนาดเล็กมาขายของเพื่อตัดปัญหาพ่อค้าคนกลาง



 

มีตัวตน บนโลกเสมือน



          ความคุ้นเคยกับเทคโนโลยี Virtual Reality: VR หรือ Augmented: AR ทำให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้น่าจะเป็นผู้บริโภคหลักแห่งปี 2022 รองรับการเกิดขึ้นของ Metaverse ผู้บริโภคกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและเกิดรููปแบบใหม่ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน


        ผู้บริโภคกลุ่มนี้้จะมี AI เป็นผู้ช่วยส่วนตัวในการซื้อสินค้าโดยไม่ต้องพึ่งหน้าร้าน ที่่เห็นชัดมากที่่สุดคือ สินค้าแฟชั่น อุปกรณ์ไอที ตลอดจนธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม
 

โอกาสทางธุรกิจ


         ธุรกิจต่างๆ ต้องเปิดโอกาสให้มีการนำเทคโนโลยี AI หรือ AR มาใช้งานให้เข้ากับการจัดจำหน่ายสินค้าหรือการนำเสนอบริการของแบรนด์มากขึ้น โดยไม่ลืมเรื่องการมีปฏิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัวด้วยเช่นกันเพื่อสร้างความเชื่อมโยงของผู้บริโภคกลุ่มนี้้เข้ากับสินค้า หลายแบรนด์มีการปรับกลยุทธ์เรื่องการพัฒนาช่องทางสื่อดิจิทัลมากขึ้น โดยสร้างเนื้อหาใหม่ๆ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและความเชื่อของแบรนด์ที่เป็นส่วนหนึ่งกับช่องทางการขายสินค้าอย่างลงตัว เช่น Mozilla Hubs เว็บแอปพลิเคชันที่่สร้างโลกเสมือนจริงให้กับผู้ใช้ชวนคนอื่นเข้าร่วมฮับของเรา และเลือกอวตาร เพื่อพูดคุยผ่านวิดีโอ





ปรับตัวเพื่อเป็นสุข



        ผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญเรื่องความมั่นคงทางอารมณ์ จะปรับแนวคิดให้รู้เท่าทันสังคม เปิดรับความรู้สึกของการยอมรับย่างมีเหตุมีผล ในปี 2022 ผู้บริโภคกลุ่มนี้จะมองหาความรู้สึกแบบที่่ ยอมรับอย่างที่่เป็น (Radical Acceptance) หรือความเต็มใจในการรับกับชีวิตและสิ่งที่เกิดขึ้นในรูปแบบตามจริงสอดคล้องกับ ทฤษฎีที่่คิดขึ้นโดย ดร . มาร์ชาไลน์แฮน (Marsha Linehan) ที่่นำเสนอแนวคิดสนับสนุนให้ผู้คนเพิ่มความสามารถในการ อยู่กับความจริงในปัจจุบันและพยายามยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่่อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันในอนาคต
 

โอกาสทางธุรกิจ


          มีโอกาสทางธุรกิจที่่รองรับความต้องการ และพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มนี้้มากมายดููกระแสได้จากแอปพลิเคชันดููแลตัวเองที่ติดเทรนด์ของ Apple มาตลอดตั้งแต่ปี 2018 ผู้บริโภคใช้จ่ายเงินมากถึง 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับแอปฯ เพื่อพัฒนาสุขภาพจิตใจอย่างเช่น Calm Headspace หรือ Happier ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีชื่อเล่นว่า “นักปฏิวัติคติความสุข” มุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ในเชิงบวก โดยเริ่มตั้งแต่สถาบันการศึกษาอย่างที่่โรงเรียนต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา และบางส่วนของแคนาดาจะมีชมรมที่เรียกว่า “ชมรมแห่งความเข้าใจ” เพื่อแก้ไขปัญหาการรังแกกันในโรงเรียนหรือลดการ เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวต่าง ๆ โดยนักเรียนจะได้รับการสนับสนุนให้กล้าออกมาพูดเรื่องสภาพจิตใจของตัวเอง เพราะเห็นว่า พัฒนาการของสุขภาพจิตที่ดีนั้นมีความสำคัญไม่แพ้พัฒนาการทางร่างกายหรือการมีแอปพลิเคชันอย่าง ResilientMe และ Happify ที่่ชวนผู้ใช้มาสงบใจและยืดหยุ่นวิธีคิดให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง





ผู้บริโภคแบบฉายเดี่ยว (Solo-Isation)



        ข้อมูลของ Pew Research Center เปิดเผยว่า 11% ของประชากรในอเมริกาและ 13% ของประชากรยุโรปอาศัยอยู่แบบ ตัวคนเดียวคิดเป็นเกือบสามเท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลกในขณะที่่ครัวเรือนแบบเดี่ยวพบไม่มากนักในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เกาหลีใต้ มีเพียงราว 21% ส่วนญี่ปุ่นพบราว 15% อย่างไรก็ตามการคาดการณ์ของ The National Institute of Population and Social Security Research ระบุว่าภายในปี 2040 ญี่ปุ่นจะมีประชากรคนโสดเกือบครึ่งหนึ่งของประ ชากรทั้งหมด
 

โอกาสทางธุรกิจ


           การเติบโตของคนโสด การเติบโตของผู้บริโภคแบบตัวคนเดียว (Solo Consumer) กำลังเป็นเสมือนตัวขับเคลื่อนความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น คนรุ่นใหม่ในเกาหลีใต้ที่่กำลังเดินหน้าสู่เศรษฐกิจแบบหนึ่งเดียว (1conomy) พร้อมการจัดสรรบริการที่สะดวกสบายเฉพาะบุคคล รวมถึงนวัตกรรมบริการแบบไร้สัมผัสมากขึ้น


           The New York Times ระบุถึงการเติบโตของการท่องเที่ยวกลางแจ้ง การตั้งแคมป์เดินป่าสันทนาการ ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายช่วยให้ผู้คนโอบกอดธรรมชาติ ใกล้ชิดกันแบบกลุ่มขนาดเล็ก พร้อมกับการค้นหาความหมายของชีวิตที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
 
               
          ยิ่งเข้าใจผู้บริโภคมากเท่าไหร่โอกาสสร้างกำไรทางธุรกิจก็มีมากขึ้น
 


 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง