รวม 10 เครื่องมือ Digital ใช้ฟรี ของต้องมีสำหรับธุรกิจปี 2022

 

 

     ในยุคของแพงขึ้นทั้งกระดานในปี 2022 นี้ เราๆ เหล่านักธุรกิจ SME ก็ควรที่จะใช้เครื่องมือฟรีให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่กับธุรกิจของเรา ผมจึงขอรวบรวมและสรุปมาให้ทุกท่านดังนี้ครับ

1. เริ่มต้นจากภาพใหญ่ของธุรกิจก่อนเลยกับการวิเคราะห์ภาพรวมธุรกิจด้วยกระดาษแผ่นเดียวผ่าน Business Model Canvas ซึ่งได้สรุปสาระสำคัญของการทำธุรกิจ-ของคุณไว้ด้วย 9 ช่องขั้นตอน ทำให้เราได้มองภาพกว้างของธุรกิจ ให้เราได้ทบทวนความคิดแล้วเขียนของมาเป็นภาพร่างธุรกิจ ได้มีโอกาสได้ขัดเกลาจุดที่ธุรกิจยังไม่ชัดเจน ก่อนที่จะลงมือทำธุรกิจจริงๆ เป็นเครื่องมือที่ลดความเสี่ยงของธุรกิจได้เป็นอย่างดีครับ

2. หากอยากศึกษาความต้องการและแนวโน้มของตลาดกันกับ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผ่าน Google Trend ที่ทำการเปรียบเทียบคำค้นของผู้บริโภค ที่มีต่อกลุ่มสินค้าที่เราวางแผนจะทำธุรกิจ ว่ามีความสนใจในเรื่องใดๆบ้างโดยเปรียบเทียบ อีกทั้งยังวิเคราะห์ Pattern ของพฤติกรรมผู้บริโภคได้ว่า มีปัจจัยอะไรส่งผลบ้างไหม เช่น Seasonal ช่วงเวลาระยะเวลาต่างๆ เขตพื้นที่ต่างๆ เป็นต้น

3. ศึกษารายละเอียดของ Keyword กับ Ubersuggest หรือ Google Keyword Planner เพื่อตรวจสอบความต้องการของลูกค้า กับ ข้อเสนอของคุณค่าที่แบรนด์มอบให้ ตรงกันมากน้อยเพียงใด และมีขนาดตลาดเพียงพอหรือไม่จากขนาดคำค้นต่อเดือนที่เครื่องมือบอกข้อมูลมาให้ รวมถึงไอเดียคำใกล้เคียงต่างๆ ซึ่งจะทำให้เราสามารถจัดกลุ่มก้อนคำค้นหาของผู้บริโภคที่ต้องการต่อสินค้าเรา เช่น Reason to buy, pain point ประสบการณ์การใช้งาน และคุณสมบัติการใช้งาน เป็นต้น 

 

4. พอเริ่มเห็นภาพของตลาดแล้ว ก็เริ่มมาทำ Custromer Persona ดูว่าลูกค้าของเราจะหน้าตาแบบไหน ทำ Customer Journey เพื่อดูพฤติกรรมการใช้ชีวิต จุดสัมผัสต่างๆของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราว่า a day in a life พวกเขาทำอะไรบ้าง ซึ่งสำคัญมาก เพราะถ้าเราเข้าใจและรู้จักกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเรามากพอ เราจะสามารถทำการสื่อสารอย่างเข้าใจและได้ใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเราได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเครื่องมือที่เกี่ยวกับลูกค้า คือ Miro

5. ถ้าต้องการหา Insight ของกลุ่มลูกค้า และดูความเคลื่อนไหวของคู่แข่งด้วย Social Listening Tools ต่างๆ เช่น Mandala, Wisesight, Zanroo (ทดลองใช้ฟรี) ซึ่งจะทำหน้าที่กวาดคำค้นหาที่เราต้องการตาม Platform ต่างๆ ทั้ง Facebook, IG, Twitter, Youtube เพื่อดูกระแสการกล่าวถึงคำค้นนั้นๆ และจำแนกออกเป็นกระแสบวก, ลบ และเฉยๆ เพื่อให้เราวิเคราะห์กระแสต่างๆ ได้ง่ายดายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังใช้ตรวจสอบผลลัพธ์ของ Influencer ได้อีกด้วย

     เนื่องจากปัจจุบันนั้นการเลือกใช้ Influencer มาเป็นเครื่องมือในการทำการตลาดออนไลน์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก คือการสร้างความน่าเชื่อถือ ความน่าสนใจของสินค้าและบริการผ่านการสื่อสารและคอนเทนต์ของ Influencer ให้กับตัวแบรนด์ เนื่องจากบางครั้งการสื่อสารจากตัวแบรนด์เองอาจจะไม่มีความน่าเชื่อถือและน่าสนใจพอ อย่างไรก็ตาม หาก Influencer ไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ อาจจะทำให้เกิดผลเสียกับแบรน์ได้ เราจึงควรศึกษาข้อมูลวิธีเลือก Influencer คือให้มีความเหมาะสมกับกลยุทธ์ในการทำการตลาดของเราให้มากที่สุด เพื่อประสิทธิภาพในการทำการตลาดของธุรกิจและแบรนด์ของเรานั่นเอง

6. เก็บข้อมูลและวัดผลผ่าน Website Wordpress & Google Analytics เพราะเว็บไซต์ก็เปรียบเสมือนบ้านของคุณ หากคุณไม่มีเว็บไซต์ คุณก็ไม่สามารถทำ SEO ได้ หรือการทำโฆษณา Google AdWords ก็เป็นเรื่องยาก หากคุณมีเว็บไซต์ธุรกิจของคุณ สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่นอกจากจะต้องมี Content อยู่บนเว็บไซต์ของคุณแล้ว สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือ เครื่องมือการเก็บสถิติ เครื่องมือการวัดผล ซึ่ง Google Analytics สามารถทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดี จะทำให้คุณทราบว่า Content ใดบนเว็บไซต์ของคุณที่ได้รับการตอบรับที่ดีสุด ผู้เข้าชมมาจากเว็บไซต์หรือสื่อโซเชียลใดเยอะเป็นอันดับต้น ๆ  รวมไปถึงมันสามารถเก็บข้อมูลได้กระทั่งว่าลูกค้าเข้ามายังหน้าซื้อสินค้าแล้วไปไหนต่อ ออกจากหน้าเว็บไซต์หรือคลิกไปยังตะกร้าสินค้า

7. พอเรามีเว็บไชต์ เรามี Social Media เราเริ่มมีความจำเป็นกับการทำ Content Marketing โดยหลักๆแล้วการสร้าง Content Marketing จะต้องผ่านกระบวนการคิด การวางแผน และการเลือกใช้ช่องทางให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ที่ Content ต้องการจะสื่อ และยังต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์และกลุ่มเป้าหมาย เพื่อทำให้ Content Marketing มีประสิทธิภาพและตรงกลุ่มมากที่สุดอีกด้วย ซึ่งเครื่องมือที่สามารถช่วยทำ Content ได้ทุกรูปแบบทุก Platform เลยคือ Canva มีทุกอย่างครบถ้วนอีกทั้งยังใช้งานง่ายมากเหมาะสำหรับมือใหม่ยันมืออาชีพเลยทีเดียว