จับตาตลาด Personalized Food ธุรกิจอาหารมาแรงแห่งยุคคนรักสุขภาพ

 

 

     เพราะร่างกายของคนเรานั้นมักแตกต่างกันไป บางคนผอม บางคนอ้วน ฯลฯ ความต้องการสารอาหารของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน ในเมื่อผู้บริโภคยุคใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ทำให้การพัฒนาอาหารในรูปแบบ One size fits all อาจไม่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคได้ดั่งเก่า จึงเกิดแนวคิด Tailored to FIT นำไปสู่การผลิตอาหารเพื่อสุขภาพที่เรียกว่า Personalized Food ที่คาดว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมใหม่ในโลกอาหารเพื่อสุขภาพ  และเป็นโอกาสของผู้ประกอบการอาหารที่จะขยายฐานกลุ่มลูกค้า

Personalized Food หรืออาหารเฉพาะบุคคล คือ อาหารที่มีสารอาหารที่จำเป็นและเหมาะสมกับรูปแบบการดำเนินชีวิต สุขภาพ และพันธุกรรมในแต่ละบุคคลเพื่อตอบสนองต่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน และในที่นี้ยังหมายรวมถึงอาหารบุคคลเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้ควบคุมน้ำหนัก กลุ่มผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กลุ่มนักกีฬา และกลุ่มผู้สูงอายุ เป็นต้น

     จากข้อมูลศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภคยุคใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น อีกทั้งการผนวกกันของ 2 เทคโนโลยีที่ร้อนแรงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้แก่  FoodTech และ HealthTech จึงทำให้เกิดเทรนด์อาหารที่เรียกว่า Personalized Food หรืออาหารเฉพาะบุคคล โดยศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทย ชี้ Personalized Food ในไทยจะสามารถเติบโตได้เฉลี่ยสูงถึงปีละ 14.2% หรือแตะระดับ 5.5 หมื่นล้านบาท ในปี 2025

ประเภทของ Personalized Food

     Personalized Food สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท โดยอ้างอิงจากบทความ Unlocking Personalized Nutrition ของ Oakland Innovation ปี 2020 ซึ่งแบ่งประเภท Personalized Food ด้วย Metrix ของ 2 ปัจจัย คือ 1) รูปแบบของการส่งมอบอาหารสู่ผู้บริโภค (อาหารสำเร็จรูป หรือ บริการร้านอาหาร) และ 2) ระดับความเฉพาะเจาะจงของอาหาร (ระดับกลุ่ม หรือ ระดับบุคคล)

1. อาหารสำเร็จรูปสำหรับบุคคลเฉพาะกลุ่ม

     จะอยู่ในรูปของอาหารสำเร็จรูปปรุงสำเร็จพร้อมรับประทาน และเครื่องดื่มที่ผลิตมาเฉพาะสำหรับกลุ่มบุคคล เช่นกลุ่มคนที่ใส่ใจสุขภาพ และให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการที่ได้รับเป็นหลักหรือเพื่อป้องกันปัญหาด้านสุขภาพในอนาคต เช่น การควบคุมน้ำหนัก การฟิตร่างกายของนักกีฬา และผู้สูงอายุ ตัวอย่างผู้ประกอบการ อาทิ บริษัท Kewpie ของประเทศญี่ปุ่น ที่มีผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้สูงอายุ เช่น สเต็กแฮมเบอร์เกอร์ไก่และเกี๊ยวกุ้งที่เนื้ออาหารมีความนุ่มและเคี้ยวง่าย เพื่อตอบโจทย์ปัญหาการบดเคี้ยว ลิ้นรับรสชาติได้น้อยลง และการกลืนอาหารลำบาก ในส่วนของไทย มีบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด ที่ผลิตข้าวต้มผู้สูงวัยออกมา โดยมีคุณสมบัติเคี้ยวง่าย ดูดซึมดี และมีคุณค่าทางโภชนาการที่ผู้สูงอายุต้องการมากกว่าคนปกติ

2. อาหารสำเร็จรูปสำหรับเฉพาะบุคคล

     จะอยู่ในรูปของอาหารสำเร็จรูปปรุง สำเร็จพร้อมรับประทาน และเครื่องดื่ม ที่ผลิตขึ้นมาเฉพาะตัวบุคคลมากขึ้น ตัวอย่างผู้ประกอบการ ได้แก่ บริษัท Nestle ที่เริ่มมีการนำผล DNA มาวิเคราะห์เพื่อสร้างเมนูอาหารเฉพาะบุคคลในประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้แบรนด์ Lean Cuisine ซึ่งต่อยอดจากอาหารเฉพาะกลุ่มผู้ควบคุมน้ำหนัก โดยบริษัทมีผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการช่วยให้คำแนะนำและจัดทำแผนเมนูอาหารเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพส่วนบุคคลได้

3. ร้านอาหารสำหรับบุคคลเฉพาะกลุ่ม

     จะให้บริการอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ทำขึ้นมาเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้บริโภคที่ควบคุมน้ำหนัก กลุ่มผู้สูงอายุรวมทั้งกลุ่มผู้มีปัญหาด้านสุขภาพ ตัวอย่างผู้ประกอบการ เช่น บริษัท Verdify ซึ่งเป็น FoodTech ของประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ออกแบบอาหารผ่านออนไลน์ อีกทั้งร่วมมือกับเชฟเพื่อรังสรรค์อาหารและพร้อมจัดส่งถึงบ้านสำหรับมื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น และของว่าง ด้วยข้อมูลทางโภชนาการโดยคำนึงถึงการแพ้อาหารและเป้าหมายด้านสุขภาพ ซึ่งมีอาหารที่เหมาะสม

     กับบุคคลเฉพาะกลุ่ม อาทิ กลุ่มผู้ที่รับประทานอาหารที่มีเกลือต่ำหรืออาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ และกลุ่มผู้ที่มีปัญหาสุขภาพทางเดินอาหาร เช่น โรคลำไส้แปรปรวน (IBS)

     สำหรับตัวอย่างในไทย เช่น ร้านต้นกล้าฟ้าใส เป็นร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่มีอาหารที่เหมาะกับบุคคลเฉพาะกลุ่ม เช่น เมนูอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เมนูอาหารสำหรับผู้สูงอายุ และเมนูอาหารสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานหรือต้องการควบคุมปริมาณน้ำตาล หรือร้าน Vista Kitchen ที่มีเมนูอาหารที่เหมาะกับกรุ๊ปเลือดของแต่ละคน

4. ร้านอาหารสำหรับเฉพาะบุคคล

     จะให้บริการอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลมากที่สุด โดยผู้บริโภคสามารถเลือกเมนูอาหารที่ต้องการ พร้อมสัดส่วนสารอาหารที่ร่างกายต้องการ

    ตัวอย่างผู้ประกอบการ เช่น ธุรกิจร้านอาหาร Vita Mojo ในสหราชอาณาจักร ซึ่งร่วมมือกับ DNA fit (บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน HealthTech) นำเทคโนโลยีมาช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายและสุขภาพในแต่ละบุคคลได้ ด้วยข้อมูลพันธุกรรมหรือ DNA โดยผู้บริโภคที่ได้รับการตรวจ DNA แล้ว จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลของตนเองผ่าน Ipad ของร้านอาหาร เพื่อเลือกสั่งอาหารที่ต้องการ รวมทั้งสามารถปรับแต่งส่วนประกอบอาหารให้ตรงกับ DNA ได้ ซึ่งระบบจะมีการแสดงสีสถานะของอาหารให้ผู้บริโภคทราบ เช่น หากแสดงสถานะสีเขียว นั่นคือ เป็นอาหารหรือส่วนประกอบอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ขณะที่หากเป็นสีแดง แสดงว่าอาหารหรือส่วนประกอบของอาหารนั้นควรหลีกเลี่ยงหรือมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่นเดียวกับร้าน Sushi Singularity ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหลังจากลูกค้ามีการจองแล้วร้านอาหารจะส่งชุดตรวจสุขภาพให้แก่ลูกค้าเพื่อทำการตรวจ DNA ของแต่ละคน เพื่อปรับส่วนผสมของซูชิให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด และมีจุดที่น่าสนใจคือ การทำชูชิออกมาเสริฟด้วยเทคโนโลยี 3D Printing Food

Personalized Food เหมือนหรือต่างกับFunctional Food อย่างไร?

     Personalized Food นับเป็นกลุ่มอาหารที่ต่อยอดมาจาก Functional Food โดยเป็นกลุ่มอาหารที่มุ่งเน้นส่งเสริมสุขภาพด้านต่าง ๆ เช่นเดียวกัน แต่ Functional Food เป็นอาหารที่ตอบสนองความต้องการของคนทั่วไปที่รักสุขภาพโดยจะบอกคุณสมบัติของอาหาร เช่น ไข่ไก่เสริมโอเมก้า 3 ซุปไก่สกัด นมไขมันต่ำหรือกาแฟน้ำตาลต่ำ เป็นต้น ขณะที่ Personalized Food เป็นอาหารที่ผลิตมาเพื่อตอบโจทย์สุขภาพและโภชนาการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มหรือแต่ละบุคคลเป็นการเฉพาะ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากนิยามข้างต้น เราขอยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์กาแฟ เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพมากขึ้น

พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการสารอาหารที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น

     ปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญและสนใจอาหารที่ทำขึ้นเพื่อตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น สะท้อนจากข้อมูลของ Ganeden Probiotic (2019) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำในการผลิตส่วนประกอบอาหารเพื่อสุขภาพ ที่พบว่า 58% ของผู้บริโภคให้ข้อมูลว่าอาหารที่มีความเฉพาะบุคคลมีอิทธิพลต่อการเลือกที่จะบริโภค สอดคล้องกับผลการสำรวจของ Leatherhead Food Research (2020) ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำการศึกษาด้านผลิตภัณฑ์อาหาร ชี้ว่ามีผู้บริโภคถึง 42% ที่มีความต้องการบริโภคอาหารเฉพาะบุคคลเพื่อสุขภาพอย่างจริงจัง เช่นเดียวกับผลการสำรวจของ Monate (2020) ที่พบว่าประมาณหนึ่งในสาม (32%) ของผู้บริโภคต้องการเข้าถึงอาหารที่ตรงกับความต้องการด้านโภชนาการส่วนบุคคล

นี่อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกตลาดใหม่ๆ ของผู้ประกอบการอาหารไทย

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

ยุคที่คนรัดเข็มขัดสุดตัว! ธุรกิจจะขายของยังไง? 4 โอกาสทำเงินเมื่อคนคิดก่อนจ่าย… แต่ไม่ได้หยุดใช้

ผู้ประกอบการจะรับมือกับพฤติกรรม "คิดก่อนจ่าย...แต่ไม่หยุดใช้ชีวิต" ได้อย่างไร? พบกับ 4 โอกาสธุรกิจที่เปลี่ยน "ความเครียด" ให้กลายเป็น "รายได้"

BenQ กลยุทธ์เคียงข้าง SME ไทย เปลี่ยน "หน้าจอ" และ "นวัตกรรม" ให้เป็นอาวุธในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ในยุคที่ความเร็วและความแม่นยำคือตัวตัดสินแพ้ชนะ โจทย์ใหญ่ของ SME คือการ"ดึงศักยภาพ" ของพนักงานออกมาให้ได้สูงสุด BenQ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Display Solutions จึงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ SME ไทย

สินค้าดี แต่ขายไม่ได้? อย่าเพิ่งโทษตลาด ปัญหาอาจอยู่ที่ วิธีคิดของคุณ กับดักที่ทำให้ SME 98% เจ๊งโดยไม่รู้ตัว

สินค้าดี..แต่ทำไมขายไม่ได้? “ตลาดเงียบ เศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้ารัดเข็มขัด” ถ้าใช้เหตุผลนี้ปลอบใจตัวเอง คุณอาจกำลังเดินลงเหวโดยไม่รู้ตัว! เพราะความจริงที่เจ็บปวดคือ SME กว่า 98% ไม่ได้เจ๊งเพราะคู่แข่ง แต่พังเพราะ “กับดักความคิด” ของตัวเอง