SME ควรทำอย่างไรเมื่อเจอสงครามราคา รวมวิธีหนีตลาดล่างขยับสู่ตลาดบน

 

     Text: ภัทร เถื่อนศิริ

      แค่คำว่าสงครามก็คงเป็นเรื่องราวที่ไม่ค่อยน่าพิศสมัยสักเท่าไหร่ละ โดยเฉพาะในแวดวงธุรกิจ SME อย่างเราๆ ผมเชื่อว่าหลายๆท่านคงได้พบเจอกับ “สงครามราคา” มาแล้วอย่างแน่นอน

     คำถามคือ แล้วสงครามราคา คืออะไร : ความเข้าใจง่ายๆ ก็คือการแข่งขันทางด้านราคาเพื่อแย่งชิงลูกค้ากันไปมาด้วยการแข่งกันลดราคาลงจนกำไรเหลือน้อยจนแทบไม่มี หรือยอมขาดทุนเพื่อรักษาลูกค้าไว้กันเลยทีเดียว

     โดยสงครามราคาเกิดขึ้นเมื่อ Value Proposition เราไม่แข็งแรง สิ่งที่เรานำเสนอลูกค้าไปอาจไม่ได้มี คุณค่า ขนาดนั้นในสายตาลูกค้า ทำให้สินค้าของเราไม่มีความแตกต่างทางคุณค่าในสายตาของลูกค้า

     แล้วเมื่อเราเจอสงครามราคาแล้ว แต่เราไม่อยากที่จะอยู่ในสงครามราคา SME อย่างเราควรทำอย่างไร

     1. จัดกลุ่มลูกค้าใหม่ อาจจะใช้ข้อมูลจากการดำเนินธุรกิจอยู่เดิมมาวิเคราะห์ดูว่าลูกค้ากลุ่มส่วนใหญ่ของเรานั้นเป็นใคร และไล่เรียงกันไปตามกลุ่มต่างๆ

     2. พิจารณาลูกค้ากลุ่มใหญ่ของเรานั้นเป็นแบบไหน ใช้ราคาเป็นเกณฑ์ หรือ ให้คุณค่ากับความแตกต่างได้

     3. หากลูกค้ากลุ่มใหญ่ของเราใช้ราคาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ แนะนำว่าให้ออกสินค้า/บริการ/แบรนด์ใหม่จับกลุ่มอื่น ที่อาจจะเล็กกว่าแต่สามารถสร้างความแตกต่างได้

     4. ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายนั้นๆว่า ยังมี “คุณค่า” ใดๆที่ยังไม่ได้ตอบโจทย์ไหม

     5. คุณค่า อาจเป็นได้ทั้ง Functional, Emotional, Social Benefit ซึ่งจะสามารถสร้างความแตกต่างให้แก่สินค้า/บริการ/แบรนด์ ของเราได้

     6. การตั้งราคาก็จะใช้ Value Base Pricing ตั้งตามคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ เน้น Margin สูง (โดยทั่วไปจะสูงกว่าตลาด 15-20%)

     7. เก็บข้อมูลและทำ CRM ดูแลลูกค้าต่อเนื่อง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดหาลูกค้าใหม่ และยังวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อขยายตลาดต่อในอนาคต เช่น Ansoff Matrix ต่อไป

     บางทีสงครามราคาอาจะไม่ได้เกิดจากตัวเรา หรือธุรกิจของเรา เพียงแต่หาก SME อย่างเราๆ พบเจอกับปัญหาสงครามราคา เราก็ควรจะรู้จักวิธีที่แก้ไขปัญหานี้ และยังคงสามารถแข่งขันอยู่ในธุรกิจได้อย่างยั่งยืนต่อไป

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

แบบนี้ก็มีด้วย! อ่อยลูกค้าด้วย “ขยะ” เทรนด์การตลาดจีนยุคใหม่ ยิ่งรก ยิ่งเลอะ ยิ่งดูเหมือนขายดี น่าเข้า

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ การนำขยะออกมาโรยที่หน้าร้าน กำลังเป็นเทรนด์การตลาดจีนยุคใหม่ที่พ่อค้าแม่ค้าจีน นำมาใช้เรียกลูกค้ากันในวันที่เงียบเหงา ไม่มีลูกค้าเข้า

คิดได้ไง! ร้านขายยำสุดครีเอท ใช้ป้ายร้านยาเก่า เปลี่ยน "ยา" เป็น "ยำ" จนดังทั้งโซเชียล

กลายเป็นกระแสไวรัลดังอยู่บนโซเชียลในขณะนี้ เมื่อป้ายร้านขายยาเก่า ถูกดัดแปลงเป็นป้ายร้านยำเล็กๆ ชื่อว่า “ยำแซ่บเวอร์ สุขุมวิท 101”

เปิด 4 กลยุทธ์ให้ลูกค้ายอมรอซื้อจาก 4 ร้านขายดี คิวแน่น !

ในยุคข้าวยากหมากแพง ร้านค้าหลายแห่งเงียบเหงา แต่ก็มีบางร้านขายดีแบบดีมานด์ล้น อะไร คือ กลยุทธ์หรือความพิเศษให้ร้านเหล่านั้นถึงมีลูกค้ารอคิวเข้ามาใช้บริการ