ถอดกลยุทธ์ขายของดี หนีคู่แข่ง ฉบับ วัชระ ทองสุข เจ้าของธุรกิจสินค้าออนไลน์ ที่เริ่มจากศูนย์สู่รายได้ 700 ล้านบาท

 

     ในสนามแข่งขันธุรกิจออนไลน์อันดุเดือด ที่เต็มไปด้วยสินค้าให้เลือกมากมาย แถมยังแข่งขันกันด้วยการตัดราคาเพื่อเอาชนะคู่แข่ง การจะอยู่รอดในธุรกิจนี้ได้ต้องทำอย่างไรจึงจะสร้างความแตกต่างขึ้นมาได้ ลองมาถอดความสำเร็จจากธุรกิจของ วัชระ ทองสุข CEO บริษัทฟอร์มี จำกัด เจ้าของธุรกิจขายสินค้าของแต่งบ้านผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์บนโซเชียลมีเดีย ที่เริ่มต้นขึ้นมาจากศูนย์ จนสร้างรายได้กว่า 700 ล้านบาทกัน

 

ถอด DNA ธุรกิจ ทำยังไงให้ขายได้ดีกว่าคู่แข่ง

  • เลือกสินค้าที่ทุกบ้านต้องมี ต้องใช้

 

  • คัดสรรคุณภาพ โดยต้องเห็นตัวอย่างจากสินค้าจริง ก่อนนำมาขาย

 

  • เลือกทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลัก สร้างคอนเทนต์นำเสนอสินค้าให้โดนใจลูกค้า แก้ Pain Point ให้ลูกค้าได้ มากกว่าแข่งขันด้วยการตัดราคา

 

  • มีทีม Tele Sales (พนักงานขายสินค้าผ่านทางโทรศัพท์) เพื่อช่วยปิดการขายที่มากขึ้นเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง ได้แก่ การนำเสนอโปรโมชั่นที่น่าสนใจ เช่น ซื้อชิ้นที่ 2 คุ้มกว่า หรือนำเสนอขายสินค้าอื่นที่เกี่ยวข้องพ่วงไปด้วย เช่น ขายราวตากผ้าได้แล้ว ก็นำเสนอขายไม้แขวนเสื้อเพิ่มไปด้วย

 

  • สร้างตัวตน คอมมูนิตี้ในการสื่อสารกับลูกค้า โดยตั้งเพจ “ประธานงานบ้านสมาคม” ขึ้นมา แนะนำสินค้า เตือนภัยสินค้าที่หลอกลวงแก่ผู้บริโภค

 

Tele Sales กลยุทธ์ออฟไลน์ที่ยังใช้ได้ดีในยุคออนไลน์

  • เปิดการขายด้วยการคอนเฟิร์มออร์เดอร์ เพื่อแนะนำตัวให้รู้จัก และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า

 

  • กระตุ้นยอดขาย จูงใจการซื้อเพิ่มด้วยเหตุผล อาทิ โปรโมชั่นที่คุ้มค่ากว่า, ความจำเป็นของการใช้งานที่สะดวกขึ้น

 

  • จ่ายน้อยกว่า โดยมองว่าการใช้ Tele Sale มีความคุ้มค่า และค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า ตัวอย่างเช่น ค่าโฆษณาจากโซเชียลมีเดียอยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย เทียบกับ Tele Sales 1 คน ค่าจ้างวันละ 500 บาท ขายสินค้าได้ 10,000 บาท คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่ากับ 5 เปอร์เซ็นต์ + ค่าคอมมิชชั่นจากยอดขายอีก 3 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งหมดเท่ากับ 8 เปอร์เซ็นต์

 

  • มีโอกาสปิดการขายได้มากกว่า ทีม Tele Sales จะทำการโทรหาลูกค้าหลังจากแอดมินเพจทำการปิดการขาย 3 – 4 ชั่วโมง เพื่อนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษกว่า ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกค้ากำลังอยู่ในความสนใจต่อสินค้านั้นๆ จึงทำให้สามารถเพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์

 

  • วัดประสิทธิภาพจากยอดขาย + ค่าเฉลี่ยต่อสายการโทร หรือจำนวนครั้งที่โทร

             

ขายออนไลน์ยังไงให้รอดในยุคที่แข่งขันดุเดือด

  • เลือกทำในสิ่งที่ถนัด เช่น ถนัดขายด้วยวิธีทำคอนเทนต์เพื่อนำเสนอสินค้า มากกว่าที่จะขายแข่งขันด้วยการตัดราคา ก็ให้เน้นด้านคอนเทนต์เป็นหลัก ถ้าเริ่มต้นไม่ถูก ไม่รู้ว่าลูกค้าชอบคอนเทนตด์แบบไหน ให้ลองสังเกตจากคอนเทนต์ที่ลูกค้าชอบ นำมาป็นแนวทาง และปรับให้เหมาะสมกับตนเอง

 

  • สร้างตัวตน เป็นวิธีที่จะช่วยให้สามารถสร้างความแตกต่าง โดดเด่นจากคู่แข่ง ในยุคที่การแข่งขันดุเดือด สินค้าหลายอย่างก็เหมือนกันไปหมดได้

 

     “การทำธุรกิจออนไลน์ คุณอาจเริ่มต้นได้ง่ายๆ เช่น อยากขายสินค้าสักตัวก็เปิดเพจขึ้นมาได้เลย ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอเองไม่เป็น ไม่มีแอดมิน ก็ไปจ้างในกลุ่มงานฟรีแลนด์ ซึ่งปัจจุบันมีเยอะมาก ธุรกิจเริ่มได้เลยตั้งแต่วันแรก แต่การขายออฟไลน์ เราอาจต้องเสียค่ามัดจำ 3 เดือน มีค่าเช่า ค่าจัดตกแต่งร้าน จึงเชื่อว่าแม้จะแข่งขันดุเดือด แต่ออนไลน์ก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากกว่า”

คาถาความสำเร็จ

 

  • ลงมือทำให้เยอะ

 

  • รีบคุ้นชินกับความล้มเหลว

 

  • อย่าหยุดที่จะเรียนรู้

 

     ***ข้อมูลจากโครงการ “ถอด DNA ความสำเร็จแบบวิถีโตโยต้า” ในหัวข้อ “แนวคิดในการทำธุรกิจแบบ TOYOTA WAY”

โดย SME Thailand x โตโยต้าธุรกิจชุมชนพัฒน์  

     สนใจเข้าร่วมกิจกรรม คลิก https://toyotatsi.com/course

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

 

RECCOMMEND: MARKETING

10 ไอเดียโพสต์เรียกไลค์ เพิ่ม Engagement ให้เพจ

หมดยุคของการโพสต์ในโซเซียลแล้วขายได้แล้ว เพราะธุรกิจกำลังอยู่ในยุคที่ผู้บริโภคฉลาดกว่าผู้ค้าด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริง แต่หนึ่งในกลยุทธ์ที่ใช้ได้ดีตลอดกาล ก็คือ การสร้างคอนเทนต์ วันนี้เลยชวนมาดู 10 ไอเดียโพสต์เรียกยอดไลค์กัน

ขายของแพงยังไงให้คนยอมจ่าย โอกาสทำเงินจาก Pain Point ของลูกค้า

การตอบโจทย์ลูกค้า ทำให้รักและอยากซื้อซ้ำ ไม่ใช่แค่มีสินค้าหรือบริการแล้วจบ แต่ธุรกิจต้องวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบเชิงลึก หา Customer Insight ให้พบ เพื่อจะได้ทราบเหตุผลหรือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของการตัดสินใจซื้อนั้น

เจาะ 3 กลุ่มสมุนไพรไทย ที่ฮอตในตลาดโลก และวิธีเข้าถึงกลุ่มลูกค้าต่างชาติ

สมุนไพรไทยมีชื่อเสียงมากในระดับโลก ซึ่งมูลค่าตลาดกว่า 12,211 ล้านบาท การจะทำให้ธุรกิจสมุนไพรเติบโตไปสู่ตลาดโลกได้ ต้องเพิ่มมูลค่าสินค้าให้เข้ากับกลุ่มลูกค้า และเทรนด์ในปัจจุบัน