ร้านอาหารสุดแนว ให้กินเต็มที่ จ่ายเท่าไรก็ได้ ได้ผลดีจนเข้าสู่ปีที่ 17

TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์

Main Idea

  • แม้จะเป็นไอเดียที่เล่นกับความเสี่ยงและความไว้เนื้อเชื่อใจในลูกค้า แต่นโยบาย “ทานได้เต็มที่ จ่ายเท่าไรก็ได้”

 

  • ได้ผลเกินคาด ทำให้ร้านอาหาร Der Wiener Deewan ต้องขยาย 2 สาขาพากิจการอยู่ยั้งมาได้ถึง 17 ปี

     หากไม่เก็บเงินค่าอาหารจากลูกค้า ร้านอาหารปากีสถาน “แดร์ วีเนอร์ ดีวัน” (Der Wiener Deewan) ซึ่งตั้งอยู่ในเขต 9 ของนครเวียนนา ประเทศออสเตรียก็คงไม่ต่างจากโรงทานดี ๆ นี่เอง เนื่องเพราะร้านอาหารแห่งนี้ซึ่งเปิดบริการแบบบุฟเฟต์ตั้งแต่ปี 2005 ได้ดำเนินนโยบาย “All you can eat, pay as you wish” หรือ “ทานได้เต็มที่ จ่ายเท่าไรก็ได้” ไม่มีการกำหนดราคาอาหาร ลูกค้าสามารถทานอาหารได้เต็มที่ และจ่ายเงินเท่าที่เงินในกระเป๋าสตางค์จะอำนวย ล่วงเลยจนเข้าปีที่ 17 ธุรกิจร้านอาหารแห่งนี้กลับอยู่รอดปลอดภัยและยังดำเนินต่อไปได้จนถึงปัจจุบัน ถือเป็นการทดลองทางสังคมที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง

     อัฟซาล ดีวัน ชาวปากีสถานวัย 58 ปีผู้เป็นเจ้าของร้านเดินทางมายัง ออสเตรียในฐานะผู้อพยพ ในวัย 40 ปีขณะนั้นและยังโสด เขาได้ปักหลักที่กรุงเวียนนาเมืองหลวงของประเทศ เขาเล่าประสบการณ์ว่าเคยเข้าร้านอาหารเอเชียหลายแห่งพบว่าราคาอาหารแพงมาก เขาจึงสมัครใจเข้าครัวปรุงอาหารเองที่บ้านซึ่งประหยัดไปได้เยอะ วันหนึ่ง เจ้าหน้าที่องค์กร NGO แห่งหนึ่งที่มีออฟฟิศในตึกที่ดีวันพักอาศัยอยู่ได้สอบถามดีวันว่าทำอาหารปากีสถานเป็นหรือไม่เพราะหน่วยงานเขากำลังจะจัดงานเลี้ยง ดีวันได้รับการขอร้องให้ช่วยเตรียมอาหารเพื่อรับรองผู้มาร่วมงาน

     ดีวันตอบตกลง ผลคือทุกคนขมชอบอาหารรสมือของเขา ดีวันจึงเกิดความคิดจะหารายได้จากตรงนี้ แม้จะมีแผนในหัว แต่การเปิดร้านอาหารในเมืองใหญ่อย่างเวียนนาโดยไม่มีทุนรอนเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก โชคดีที่เขาได้รู้จักนาตาลี ผู้ซึ่งต่อมากลายเป็นหุ้นส่วนและภรรยาของดีวัน ทั้งคู่เปิดร้านอาหารปากีสถานขึ้นมาโดยออกแบบบริการให้แตกต่างจากร้านทั่วไป นั่นคือเป็นร้านที่ไม่กำหนดราคาอาหาร ลูกค้าสามารถตักทานได้เต็มที่ และจ่ายเท่าที่อยากจ่าย

     บริเวณด้านหน้าเหนือประตูทางเข้าร้านจะขึ้นข้อความชัดเจน “All you can eat, pay as you wish” เป็นการปล่อยให้ลูกค้าตัดสินใจเองว่าคุณภาพอาหารคุ้มค่ากับการจ่ายแค่ไหน แม้จะเป็นไอเดียที่เล่นกับความเสี่ยงและความไว้เนื้อเชื่อใจในลูกค้า ผลกลับเกินคาด “ลูกค้าที่มาใช้บริการร้านเราซื่อสัตย์มาก จึงทำให้ธุรกิจเราอยู่รอดมาได้ถึง 17 ปี” ลูกค้าของที่ร้าน “แดร์ วีเนอร์ ดีวัน” มีหลากหลายกลุ่ม มีทั้งนักเรียน นักศึกษา ผู้อพยพ นักการเมือง และข้าราชการระดับรัฐมนตรี

     ดีวันแบ่งลูกค้าที่ร้านออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นลูกค้าที่ต้องการช่วยเหลือผู้อื่น เมื่อทานเสร็จจะจ่ายค่าอาหารเป็นจำนวนเงินที่สูง คือจ่ายมากกว่าที่ทาน ส่วนอีกกลุ่มเป็นกลุ่มรายได้น้อย นอกจากนั้น ยังมีนักศึกษาหลายคนที่มาใช้บริการช่วงขัดสนแล้วจ่ายค่าอาหารน้อย แต่ช่วงไหนที่มีเงินเหลือมากพอ เมื่อมาใช้บริการอีก กลุ่มนี้จะจ่ายมากขึ้นเพื่อชดเชยให้

     “ก่อนเกิดวิกฤตโควิด ตลอดทั้งวันจะมีลูกค้าเข้ามาทานอาหารที่ร้านราว 500-600 คน แต่ตอนนี้ลดเหลือประมาณ 250 คนต่อวัน” ดีวันเล่าว่ามีหลายครั้งที่ลูกค้าเข้ามาทานเสร็จแล้วเดินมาบอกว่าไม่มีเงินจ่าย ทางร้านก็ให้กินฟรีเพราะถือว่าในช่วงเวลาอันยากลำบากหลังเกิดโรคระบาด อะไรที่เกื้อกูลกันได้ก็ช่วยกันไป การเปิดร้านแบบนี้ถือเป็นการช่วยเหลือสังคม ทำให้ทุกคนเข้าถึงอาหารและไม่ถูกทอดทิ้งให้หิวโหย

     แม้การขยายธุรกิจจะไม่ใช่เป้าหมายหลัก แต่ความนิยมในร้าน “แดร์ วีเนอร์ ดีวัน” ก็ทำให้ดีวันตัดสินใจเปิดร้านเพิ่มอีก 2 สาขาในเขต 2 และเขต 12 ของเวียนนาโดยที่ยังคอนเซปต์ร้านแบบเดิมคือทานได้เต็มที่ และจ่ายเท่าที่อยากจ่าย “เป้าหมายหลักของเราไม่ได้อยู่ที่การทำเงิน แต่เป็นการแนะนำอาหารปากีสถานให้เป็นที่รู้จักมากกว่าและจูงใจผู้คนด้วยกลยุทธ์การไม่กำหนดราคา ตอนที่ผมมาออสเตรียใหม่ ๆ ไม่มีใครรู้จักอาหารปากีฯ เลย”

     นอกจากนั้นการเปิดร้านแบบนี้ยังได้ช่วยเหลือผู้มีรายได้จำกัดอีกด้วย และได้จ้างงานผู้อพยพให้มีงานทำอีกด้วย ดังเช่นรันจิต ซาหา ซึ่งเป็นผู้อพยพจากบังคลาเทศที่ทำงานเป็นคนทำความสะอาดและแคชเชียร์ของร้าน “แดร์ วีเนอร์ ดีวัน” มานาน 5 ปี รันจิตกล่าวว่าทางร้านจะไม่บอกลูกค้าว่าต้องจ่ายค่าอาหารเท่าไร แนะแต่เพียงว่าจ่ายในราคาที่สมเหตุสมผลและเป็นธรรมก็พอ

     สำหรับ “แดร์ วีเนอร์ ดีวัน” สาขาแรกที่ตั้งอยู่ในเขต 9 เป็นร้านขนาดกลางที่รองรับลูกค้าได้คราวละ 75 คน อาหารในไลน์บุฟเฟต์ปรุงสดใหม่ทุกวัน มีแกงประมาณ 5-6 อย่างให้เลือกทานกับข้าว แป้งนาน สลัด ขนมหวาน และมีเครื่องชูรสเป็นชัทนี่ (chutneys) ที่วางให้ตักได้ไม่อั้น บริการนี้ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่ทางร้านจะคิดราคาตามป้าย 

     ร้านเปิดบริการจนถึง 22.00 น. เมื่อใกล้เวลาร้านปิด อาหารที่ขายไม่หมดจะไม่ทิ้งให้เป็นขยะอาหาร จะมีอาสาสมัครจากองค์กรที่ดูแลผู้อพยพนำภาชนะมารับอาหารที่เหลือจากในครัวของร้านเพื่อส่งต่อให้ผู้ต้องการ หลังจากนั้น ทุกเช้า พนักงานจะเริ่มปรุงอาหารใหม่เพื่อเสิร์ฟในร้าน

     “แดร์ วีเนอร์ ดีวัน” ไม่ใช่ร้านแรกหรือร้านเดียวที่ดำเนินกลยุทธ์เช่นนี้ มีร้านอาหารหลายร้านใช้คอนเซปต์นี้เช่นกัน อาทิ ร้าน Pay As You Please ในไอร์แลนด์ ร้าน Lentil As Anything’s ที่ออสเตรเลีย ร้าน Seva Cafe ที่อินเดีย และ Annalakshmi ร้านอาหารที่ดำเนินการโดยกลุ่มอาสาสมัครและมีบริการหลายสาขาในมาเลเซีย อินเดีย ออสเตรเลีย และสิงคโปร์

ที่มา : https://www.scmp.com/lifestyle/travel-leisure/article/3197435/all-you-can-eat-pay-you-wish-buffet-restaurant-trusts-its-customers-decide-what-meal-worth-still

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

เคสยาดม ชวนหิว ไอเดียทำเงิน จากไอเทมฮิต ว้าว! จนอยากหยิบมาใช้

พบไอเดียสุดเก๋ “เคสยาดม ฉบับคนหิว” ที่นำเอาเมนูสรีทฟู้ดแบบไทยๆ รวมถึงอาหารฟาสฟู้ดมาปั้นด้วยดินไทย ทำเป็นเมนูต่างๆ อาทิ ผัดไท, ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว, มาม่า ต้มยำกุ้ง, แฮมเบอร์เกอร์, ถังไก่ KFC

รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ปลุกความกลัวพลาด ที่ช่วยเร่งยอดขายโต

ลูกค้าไม่ได้ซื้อเพราะอยากได้เสมอไป แต่ซื้อเพราะ ‘กลัวพลาด’ รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ต้นทุนต่ำที่ช่วยให้ SME ปิดการขายได้ไวขึ้น

รวมกับดักการตลาด ที่กำลัง “ฆ่า” SME แบบไม่รู้ตัว ดูวิธีรอดที่ทำได้ทันที

พาไปแกะทีละข้อ ว่าทำไม “สูตรยิงแอด” หรือ “สูตรทำคอนเทนต์” ที่เวิร์กกับคนอื่น ถึงไม่เวิร์กกับคุณ พร้อมชี้ทางออก ที่จะทำให้การสื่อสารแบรนด์กลับมา “เข้าเป้า” ได้จริง