5 วิธี ทำให้แบรนด์สินค้าดังติดตลาด

 





 



เรื่อง MoneyGuru.co.th


    การทำธุรกิจสักอย่างไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ใช่ไหมครับ ข้อนี้ผู้ประกอบการทุกคนต่างรู้ดี กว่าจะมาถึงจุดที่สามารถตั้งตัวและมีสินค้าเป็นของตัวเองได้ ก็ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอสมควร ทั้งยังต้องทำการตลาดเพื่อให้สินค้าตัวเองเป็นที่คุ้นชินกับลูกค้าอีกด้วย

   ซึ่งเรื่องนี้แหละครับ ที่ทำให้ผู้ประกอบการ SMEs หลายท่านหนักใจ เพราะการที่จะทำการตลาดให้แบรนเราดังติดหูลูกค้าทุกกลุ่มนั้นเป็นเรื่องยาก แถมให้ดังไปไกลหลายๆ จังหวัดนี่ยิ่งยากเข้าไปอีก MoneyGuru.co.th จึงได้นำเอาเคล็ดลับ ทำอย่างไรให้แบรนด์ของคุณดังติดตลาดมาฝากกันครับ


1. เป็นผู้นำที่ดี

    ข้อนี้เป็นข้อพื้นฐานมากๆ ในการบริหารธุรกิจ แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถทำได้ ดังนั้น หากอยากให้แบรนด์ของคุณแข็งแรง และก้าวไปไกลกว่านี้ การที่คุณเป็นผู้นำที่ดีให้กับองค์กร และมีการสื่อสารภายในองค์กรที่ชัดเจน ก็จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการขยายการตลาดได้ง่ายขึ้น

    นอกจากนี้ คุณควรฝึกอบรมและมีการเทรนด์พนักงานในองค์กรเรื่องการตลาดอยู่เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานของคุณจะนำความรู้ใหม่ๆ มาใช้ในการขยายการตลาด และสามารถแก้ไขปัญหาได้ หากการตลาดบางช่วงจะหยุดชะงัก



2. การบริการลูกค้า ต้องมาเป็นที่ 1!

    การดูแลลูกค้านับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการขยายการตลาด ซึ่งการดูแลลูกค้าที่ดีคือการเทคแคร์เอาใจใส่ลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกราย ไม่ว่าลูกค้ารายนั้นจะซื้อสินค้าของคุณเพียงชิ้นเดียวก็ตาม ซึ่งการดูแลลูกค้านี้ บริษัทรับออกแบบชื่อดังอย่าง Qwerty ของอังกฤษ ก็ยังเอามาเป็นทัศนคติหลักในการทำงานของบริษัทอีกด้วย และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Qwerty ประสบความสำเร็จในด้านการตลาด

    Martin Gardner ผู้จัดการด้านการตลาดของ Qwerty บอกว่า “95% ของการตลาดที่เติบโต มาจากการบอกปากต่อปากของลูกค้า ซึ่งตอนแรกบริษัทของเราก็เล็กมาก แต่ได้ขยายใหญ่ขึ้นเพราะการชมเชยของลูกค้านี่แหละ จนตอนนี้กลายเป็นแบรนด์ดังระดับประเทศไปแล้ว”

 




3. ช้าแต่ชัวร์: อย่ากลัว! ถึงมันจะไปได้ช้าหน่อย

    เข้าใจครับ ว่าผู้ประกอบทั้งหลายอยากจะให้ธุรกิจของตัวเองเติบโตไปอย่างรวดเร็ว แต่อยากให้คุณรอหน่อยครับ เพราะการที่จะให้แบรนด์ดังติดหูลูกค้า มันต้องใช้เวลาและความอดทนสูง และส่วนใหญ่ที่กิจการขยายไปตามต่างจังหวัดได้แล้ว ก็เพราะลูกค้าเรียกร้องมานั่นเอง ว่าต้องการให้ไปเปิดสาขาที่นั่นบ้าง จะได้สะดวกแก่การติดต่อซื้อขาย ดังนั้น คุณต้องมั่นใจว่า สินค้าและบริการของคุณดีพอแล้ว จนลูกค้าต้องการซื้อมากขึ้น เพราะหากขยายสาขาไปที่อื่น แต่แบรนด์ยังไม่ติดหูลูกค้าเลย มันอาจจะเป็นหายนะเพราะขาดทุน และต้องมานั่งใช้หนี้ที่กู้เงินมาเปิดอีกสาขาได้นะครับ


4. รู้จักสินค้าของคุณดีพอ

    หากคุณต้องการจะขยายตลาด การรู้จักสินค้า และการตลาดของคุณเป็นอย่างดี ก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เช่น การที่คุณรู้ว่าสินค้าของคุณจะตีตลาดอะไรได้บ้าง หากคุณขายแปรงขัดเล็บไฟฟ้า ก็อาจจะตีตลาดด้านการเสริมความงามได้ ด้านการแพทย์ได้ และอย่าลืมนึกไปถึงตลาดที่มักไม่มีใครสนใจด้วยอย่างพวกฟาร์ม หรือปศุสัตว์ เป็นต้น



5. ทำทุกอย่างให้เต็มที่!

    การทำทุกอย่างให้เต็มที่ ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะผลักดันให้สินค้าของคุณดังไปไกล โดยการตั้งใจจริง และทำให้สุดความสามารถในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ ตลอดจนใส่ใจกระบวนการการผลิตสินค้า เพราะหากคุณไม่ใส่ใจในรายละเอียด สินค้าของคุณคงไปได้ไม่ไกลอย่างที่คุณวาดฝันเอาไว้แน่นอน

    หากเรามีความตั้งใจจริงที่จะให้สินค้าเราดังไปไกล ไม่ว่าจะในระดับจังหวัด หรือระดับประเทศ ความฝันนั้นก็ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ เพราะถ้าเรามีความมุ่งมั่น และเป็นผู้นำที่ดีแล้ว อะไรๆ ก็จะตามมาเองครับ

    ติดตามสาระความรู้ และเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และประกันภัยรถยนต์ได้ที่ MoneyGuru.co.th ครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: telegraph, qwerty, incquity


www.smethailandclub.com ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)

RECCOMMEND: MARKETING

การตลาดของคนเกาหลี ขายของแบบไหน สะกดให้นักช้อปซื้อของจนเพลินกระเป๋า

เวลาพูดถึงการท่องเที่ยวเกาหลี หลายคนก็จะนึกถึงแสงและความโมเดิร์น นึกถึงย่านช้อปปิ้ง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วคนเกาหลีกลับมีวิธีทำการตลาด ขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน

หายนะทางธุรกิจ บริษัทระดับโลกยังเจ๊ง เมื่อมองตัวเองไม่ออก อาการของ Marketing Myopia

"Marketing Myopia" หรือ การตลาดสายตาสั้น คือ อาการมองตัวเองไม่ออก ซึ่งหลายแบรนด์ธุรกิจเคยตกม้าตายเพราะคำนี้มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โกดักที่คิดค้นกล้องดิจิทัลไว้ แต่กลับเก็บไว้เฉยๆ เพราะคิดว่าตัวเองอยู่ในธุรกิจผลิตฟิล์ม

ลูกค้า นักออกแบบสินค้าที่ดีที่สุดในโลก เปลี่ยนผู้บริโภคมาเป็นผู้ช่วยทางธุรกิจได้ยังไง

ในขณะที่หลายธุรกิจกำลังหมกหมุ่นว่าจะผลิตสินค้าอะไรดี จริงๆ แล้วพวกเขามีนักออกแบบที่ดีอยู่ใกล้ๆ ตัวตลอดนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร "ลูกค้า" ของพวกเขานั่นเอง