โลกผลัดใบ พลิกธุรกิจยังไงให้ทันเกม เมื่อ GEN Z คือ ขุนพลกุมอำนาจซื้อในยุคต่อไป

TEXT : Neung Cch.

     ไม่มีอะไรจีรังบนโลกใบนี้ กฎนี้ใช้ได้กับทุกสิ่ง ตั้งแต่ต้นไม้ที่ผลิใบในฤดูใบไม้ผลิ และร่วงหล่นในฤดูใบไม้ร่วง หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์ก็หนีไม่พ้นกฎเกณฑ์นี้เช่นกัน

     ในทุกครั้งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงย่อมส่งผลต่อกลไกทางธุรกิจที่ต้องปรับตัวให้ทัน ดังเช่น การเปลี่ยนผ่านของคนรุ่นเก่าอย่าง Gen Baby Boomer, Gen X กำลังจะเปลี่ยนเป็น Gen Z ซึ่งมีพฤติกรรมที่ต่างไปจากคนรุ่นก่อนมากมาย ตั้งแต่พฤติกรรรมการซื้อสินค้าที่ชอบช้อปบนออนไลน์ ชอบความแปลกใหม่ เน้นความสะดวกสบาย และให้ความสำคัญกับประสบการณ์ใหม่ๆ ฯลฯ

     ถ้าอำนาจการซื้ออยู่ในมือคนรุ่นต่อไป ผู้ประกอบการมีวิธีรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้แล้วหรือยัง ถ้ายังลองไปฟังวิธีพลิกเกมการตลาดจากผู้เชี่ยวชาญกัน

Marketing 6.0 VS ผู้บริโภคยุค 6.0

     “Gen Z เป็นวัยที่กำลังใช้เงิน และจะกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักที่ทรงพลังเป็นกลุ่มที่เป็นเป้าหมายในอนาคตของหลายๆ แบรนด์” นี่คือสิ่งที่ ผศ.ดร.บุปผา ลาภะวัฒนาพันธ์ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์และสื่อสารการตลาด ให้ความเห็นถึงความสำคัญของ Gen Z คือ กลุ่มคนที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 ซึ่งคนกลุ่มนี้จะเติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย มีความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ และเรียนรู้ได้เร็ว ค่อนข้างจะเปิดกว้างในการยอมรับความแตกต่าง ต้องการแบรนด์ที่แสดงจุดยืนที่ชัดเจน ชอบเสพสื่อบนโลกออนไลน์ ติดตาม Influencer

     ดังนั้นการทำการตลาดยุคนี้จะต้องเปลี่ยนไป โดย ผศ. ดร. เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด และประธานหลักสูตรปริญญาโทด้านแบรนด์และการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปีนี้ได้ก้าวสู่ยุค Marketing 6.0 อย่างเต็มรูปแบบ นักการตลาดต้องเปลี่ยนเลนส์ในการมองให้แตกต่างและหลากหลายขึ้น เพื่อให้เข้าใจมุมมองผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน

     “โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลในยุคนี้ หันมาทำสิ่งที่ไม่เคยรู้ให้เป็นสิ่งที่รู้ตามแนวคิด Unknown Unknowns พร้อมปรับวิธีและช่องทางสร้างประสบการณ์ให้เหมาะกับผู้บริโภคยุคนี้ เพราะผู้บริโภคยุค 6.0 ยินดีที่จะมีประสบการณ์แบบ Immersive ดื่มด่ำและหลอมรวมประสบการณ์ในโลกจริงและโลกเสมือนไปพร้อมกัน ดังตัวอย่าง ลูกค้าเดินไปดูสินค้าที่หน้าร้าน ทดลองสินค้าด้วย AR/VR โดยไม่ต้องใช้จริง สั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ และชำระเงินหน้าร้าน ซึ่งจะเห็นว่ามีการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานในการสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภค ดังนั้นเลนส์ที่นักการตลาดใช้จะต้องแยก 3 สิ่งนี้ให้ออก What’s Real? อะไรจริง อะไรเสมือน, What’s Right? อะไรถูกสำหรับกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่ม และ What’s Rule? อะไรคือกฎเกณฑ์ที่เหมาะในการใช้”

ถอดรหัส การตลาดที่ชนะใจคน Gen Z

     ถ้าให้เจาะลึกไปถึงวิธีการทำตลาดให้เข้าถึงคน Gen Z นั้น ผศ.ดร.บุปผา มองว่าการที่ผู้ประกอบการจะตอบสนองผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้แบบ one stop ซึ่งจะต้องเป็นการทำ one stop ที่มากขึ้นกว่าเดิม คือ ครบวงจรแบบตอบโจทย์รายบุคคล มากขึ้น ซึ่งการทำแบบนั้นได้อาจจะต้องมีการลงทุนสูง แต่ในเบื้องต้นสิ่งที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถทำได้คือการใช้ Data เข้ามาช่วย

     ยกตัวอย่างแบรนด์ไทยที่มีการถอดรหัสพฤติกรรมผู้บริโภคโดยการใช้ Data เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคน Gen Z คือ butter bear หรือน้องหมีเนย ที่ศึกษาเจาะลึกพฤติกรรมเจน Z ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมอย่างไร เช่น เบื่อง่าย เป็นกลุ่มที่ชอบเต้น ชอบศิลปินเคป็อบ ชอบความน่ารัก ชอบแบบเรียลๆ นั่นคือการถอดรหัสภาพใหญ่ของวัยรุ่นเจนนี้ จากการไปดูข้อมูลรายะเอียดยิบย่อยแล้วหาจุดร่วมเหมือนกันของเจนนี้ เมื่อได้ดาต้าเหล่านี้แล้วทางแบรนด์ก็นำมาทำการกรุ๊ปปิ้ง จากนั้นจึงนำข้อมูลเหล่านี้มาทำการตลาดด้วยการสร้างมาสคอตขึ้นมาที่เต้นได้ที่ได้ใจแฟนคลับจนสามารถต่อยอดออกสินค้าน้องหมีเนยคอลเลคชั่นอื่นๆ มาเอาใจสาวก

     “ถ้าจะให้ตอบโจทย์รายบุคคลจริงๆ อาจจะเป็นการทำตลาดแบบแบรนด์หรู เช่น การ wrap รถยนต์เป็นรูปใบหน้าลูกค้า หรือการดีไซน์สินค้าเพื่อลูกค้าคนเดียวเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ใช้เงินลงทุนสูงมาก แต่ถ้าแบรนด์เล็กๆ อาจไม่จำเป็นต้องลงทุนแบบนั้น เพียงแค่หันมาใช้กลยุทธ์ดาต้าเบสรายบุคคล ฉะนั้นแบรนด์ต้องทำการบ้านหนักขึ้นเพราะคุณต้องดูเจอนี่เจน z ทั้งออฟไลน์และในออนไลน์ ว่าแต่ละคนเขาใช้ชีวิตที่แพลตฟอร์มไหน ไปไหนบ้าง ฯลฯ  เพื่อเราจะได้ความเป็น individual รายบุคคล และมาหาจุดร่วมจริงของพฤติกรรม gen z ที่เหมือนๆ กันเพื่อทำการการกรุ๊ปปิ้งลูกค้าเพื่อหา passion ร่วม”

     ผศ.ดร.บุปผา อธิบายต่อไปว่าเมื่อได้ passion ร่วมแล้ว สิ่งที่ผู้ประกอบการสามารถทำต่อไปคือ นำ passion ร่วมนั้นมาเป็นโจทย์ เช่น ถ้าลูกค้าชอบเรื่องรักสิ่งแวดล้อม คุณเป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่ไม่เคยทำสไตล์นี้มาก่อนก็อาจไปจับมือกับแบรนด์อื่นๆ ที่ทำเรื่องนี้เพื่อให้ได้กลุ่มลูกค้า Gen z ที่ชอบเรื่องนี้เพิ่มขึ้นมา หรืออาจจะออกเสื้อผ้าที่ใช้วัสดุรีไซเคิล นี่คือการปรับตัวส่วนหนึ่งของแบรนด์

3 สิ่งที่เข้าถึง Gen Z

     ในการที่จะทำให้แบรนด์เป็น One stop ที่เข้าถึง Gen Z ได้นั้น ผศ.ดร.บุปผา ขยายความว่า อย่างแรกให้ผู้ประกอบการ คิดว่าตัวเองเป็นผู้บริโภค ถ้าไปซื้อของที่ร้านออฟไลน์ก็อยากได้ความสะดวก รวดเร็ว จ่ายเงินด้วยเทคโนโลยี สามารถซื้อของทุกอย่างครบจบในที่เดียวได้ สอง คนยุคนี้เชื่ออินฟลูเอ็นเซอร์ สาม ชอบเปรียบเทียบข้อมูล

     “ถือเป็นความท้าทายใหม่ที่ซ่อนโอกาสไว้มากมายสำหรับเอสเอ็มอี แต่โลกออนไลน์มีที่ว่างให้คุณได้ทำความเข้าใจกับลูกค้าง่ายกว่าเดิม ประหยัดกว่าเดิม ฉะนั้นขอให้คุณทำการบ้านกับคนกลุ่มนี้แล้วคุณจะรู้ว่าคนเจน Z มีโอกาสมากมายให้คุณได้เอาชนะใจเค้า อย่างน้อยที่สุดเค้าคือวัยที่ชอบความจริงใจ ยอมรับความแตกต่างที่หลากหลายให้โอกาสกับทุกแบรนด์ที่อยากจะทำเพื่อเค้าจริงๆ” ผศ.ดร.บุปผา กล่าวทิ้งท้าย

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: MARKETING

เคสยาดม ชวนหิว ไอเดียทำเงิน จากไอเทมฮิต ว้าว! จนอยากหยิบมาใช้

พบไอเดียสุดเก๋ “เคสยาดม ฉบับคนหิว” ที่นำเอาเมนูสรีทฟู้ดแบบไทยๆ รวมถึงอาหารฟาสฟู้ดมาปั้นด้วยดินไทย ทำเป็นเมนูต่างๆ อาทิ ผัดไท, ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว, มาม่า ต้มยำกุ้ง, แฮมเบอร์เกอร์, ถังไก่ KFC

รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ปลุกความกลัวพลาด ที่ช่วยเร่งยอดขายโต

ลูกค้าไม่ได้ซื้อเพราะอยากได้เสมอไป แต่ซื้อเพราะ ‘กลัวพลาด’ รู้จัก FOMO Marketing กลยุทธ์ต้นทุนต่ำที่ช่วยให้ SME ปิดการขายได้ไวขึ้น

รวมกับดักการตลาด ที่กำลัง “ฆ่า” SME แบบไม่รู้ตัว ดูวิธีรอดที่ทำได้ทันที

พาไปแกะทีละข้อ ว่าทำไม “สูตรยิงแอด” หรือ “สูตรทำคอนเทนต์” ที่เวิร์กกับคนอื่น ถึงไม่เวิร์กกับคุณ พร้อมชี้ทางออก ที่จะทำให้การสื่อสารแบรนด์กลับมา “เข้าเป้า” ได้จริง