Text : Yosita T.


Main Idea

  • แม้จะเป็นวิศวกร ซึ่งมีรายได้ดีอยู่แล้ว แต่ด้วยใจรักและความขยันทำให้ทั้งคู่ใช้เวลาว่างตอนเช้าก่อนเข้างานทำอาหารคลีนขาย
  • แต่การตื่นเช้า 2 ชั่วโมงนั้นกลับสามารถสร้างรายได้จากการขายอาหารคลีนแตะหลักหมื่นต่ออาทิตย์ ออร์เดอร์ไม่เคยต่ำกว่า 20 กล่องในแต่ละวัน จนอาชีพเสริมรายได้จะแซงรายได้ประจำไปแล้ว

     ในยุคที่อะไรก็แพงแบบนี้ดูเหมือนว่าการมีอาชีพเดียวคงไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอีกต่อไป ทำให้หนุ่มสาวที่มีงานประจำทำอยู่แล้วอย่าง แต้ม - สุพัฒนา ด่านซ้าย และ แจ็ค - วรพล พิพัฒนานุกูล ต้องหารายได้เสริมด้วยการขายอาหารคลีน โดยใช้เวลาในช่วงเช้าก่อนไปทำงานเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นก็สามารถสร้างรายได้จากการขายอาหารคลีนแตะหลักหมื่นต่ออาทิตย์เลยทีเดียว

หยิบสิ่งที่ทำในชีวิตประจำวันมาสร้างรายได้เสริม

     แต้มและแจ็คเป็นคู่รักที่ทำงานเป็นวิศวกรอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมแถวจังหวัดระยอง ทั้งคู่มีงานประจำที่มั่นคงอยู่แล้วแต่แน่นอนว่าในยุคนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น การมีรายได้เสริมอีกทางก็คงดีที่สุด แต้มเล่าว่าทุกอย่างเริ่มต้นจากที่เธอเป็นคนรักสุขภาพ ชอบทำอาหารคลีนทานเองและแน่นอนว่าทำรสชาติอร่อยด้วย เธอมองเห็นช่องทางว่าสามารถทำขายได้เลยชักชวนแจ็คให้ลองทำขายกัน โดยเริ่มจากโพสต์หาออเดอร์จากในโรงงานนั่นเอง

     “จุดเริ่มต้นเลยคือแต้มกับแฟนอยากดูแลสุขภาพตัวเอง เลยเริ่มมาทำอาหารคลีนกินเองควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย พอเราดูแลรูปร่างตัวเองได้ แล้วรสชาติอาหารที่ทำก็ดีด้วย เลยชวนแฟนว่าลองขายกันไหมเพราะรสชาติที่แต้มทำก็ไม่ใช่ว่าจะคลีนจ๋าขนาดนั้น มันรสชาติกลางๆ คนอื่นก็น่าจะทานได้ง่ายๆ เลยตัดสินใจขายโดยเริ่มจากโพสต์ขายรับออเดอร์ในกลุ่มของนิคมอุตสาหกรรมที่เราทำงานอยู่ แล้วก็ใช้เวลา 2 ชั่วโมงก่อนไปทำงาน ตื่นตี 5 มาทำอาหาร 6โมงเช้าก็เอามาจัดลงกล่องให้หมด แล้วก็ออกส่งอาหารให้เสร็จภายใน 7.30 น. แล้วเราก็ไปทำงานกัน ยอมตื่นเช้าขึ้นอีกนิดเหนื่อยขึ้นหน่อยก็มีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว”

 

ขายดีขึ้นเพราะลูกค้าบอกกันปากต่อปาก

     เมื่อตัดสินใจทำอาหารคลีนขาย เมนูแรกที่เลือกทำก็คือข้าวยำปลาทูแมวขโมยและไข่ต้มเป็นเมนูที่ใครๆ ก็คงคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพียงแต่ว่านำมาปรับให้อยู่ในรูปแบบอาหารคลีนนั่นเอง ในตอนเริ่มแรก แต้มบอกว่ามีออเดอร์เพียงแค่วันละ 2 กล่องเท่านั้น แต่ถึงแม้จะได้แค่วันละ 2 กล่องก็ไม่ได้ทำให้ท้อใจและไม่คิดจะหยุดขายเลย แต่เพราะอาหารของเธอมีคุณภาพและถูกปากลูกค้า ทำให้จากที่ขายได้แค่วันละ 2 กล่อง ขยับไปถึง 30 กล่องต่อวันเลย

     “ตอนที่ขายแรกๆ มีออเดอร์แค่วันละ 2 กล่องเอง แต่ก็ไม่เคยรู้สึกว่าอยากเลิกขายเลยนะ แต้มกลับคิดว่ามันมีคนที่อยากกินด้วยเหรอ แล้วก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะอย่างน้อยก็มีคนอยากกินอาหารคลีนของเรา เพราะมี 2 ออเดอร์นั้นมันยิ่งทำให้เราอยากขายต่อไป พอหลังจากนั้นแฟนเราก็โพสต์ขายในเฟซบุ๊กส่วนตัว แล้วก็มีน้องๆ ในโรงงานทักมาสั่งซื้อ ทำให้ออเดอร์เพิ่มขึ้นจาก 2 กล่อง ก็เริ่มขยับเป็น 4 เป็น 6 แล้วก็เริ่มมีออเดอร์จากกลุ่มโรงงานอื่น แล้วก็จากคนในระแวกนั้นด้วย ออเดอร์ก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนพีคสุดอยู่ที่ 30 กล่อง เพราะลูกค้าช่วยกันบอกปากต่อปากเลย”

 


“ตอนนี้เราก็ทำเมนูใหม่ๆ มา ดูว่ากระแสตอนนี้คนเขาฮิตกินอะไรกัน
เราก็เลยทำแซนวิชเกาหลีมาขายด้วย แล้วก็ทำขายแบบเป็นรอบปิ่นโตในวันอาทิตย์
ตอนแรกได้อาทิตย์ละ 7,000 กว่าบาท แต่ก็ได้พีคสุดคือหลักหมื่น”


 

สิ่งที่มัดใจลูกค้าได้คือรสชาติที่กลมกล่อมถึงแม้จะเป็นอาหารคลีน

     หลายคนที่อยากรักสุขภาพก็ต้องคุมอาหาร โดยทางเลือกที่ดีก็คงต้องกินอาหารคลีน ซึ่งรสชาติก็เป็นส่วนสำคัญ ถ้ารสชาติอร่อยถูกปากก็ทำให้มีกำลังใจที่จะรักษาสุขภาพต่อไปได้ ดังนั้นอาหารคลีนที่แต้มทำขาย เธอใส่ใจในเรื่องของคุณภาพวัตถุดิบและรสชาติเป็นอย่างมาก ทำให้ลูกค้าหลายคนที่ไม่เคยกินคลีนมาก่อนก็ต่างติดใจและสั่งซื้อร้านเธอเป็นประจำ

     “แต้มจะเน้นรสชาติแบบกลางๆ ให้มีความรู้สึกว่าหวานนิดๆ เค็มหน่อยๆ ให้มีความกลมกล่อม ที่เราพยายามทำรสชาติแบบนี้เกิดจากที่เราลองทำกินเอง เราเคยทำแบบคลีนมากๆ เลยแล้วรู้สึกว่ามันก็กินได้ แต่กินได้ในระยะเวลาไม่นานมันก็จะทำให้ลูกค้าที่กินของเรารู้สึกเครียด เพราะมันไม่ถูกปาก กลายเป็นว่าลูกค้าก็จะฝืนกินแล้วกินได้ไม่นานก็จะเลิกซื้อแน่ๆ เราเลยคงรสชาติที่กล่อมกล่อมไว้จะดีกว่า เพื่อให้ตัวเราและลูกค้าก็สามารถกินได้ทุกวันด้วยความรู้สึกที่มีความสุขไปกับการได้กินอาหารของเรา”