เตรียมพร้อม ก่อนลงสนาม  6 เครื่องมือ Carbon Accounting แต้มต่อของ SME ยุคใหม่

Text: Wipawan In.


      โลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งอีกต่อไป แต่กลายเป็น ตัวชี้วัดสำคัญของการบริหารจัดการธุรกิจ เกี่ยวข้องทั้งกับผู้บริโภค นักลงทุน ระเบียบกฎหมาย และโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ Carbon Accounting หรือระบบคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จึงเข้ามามีบทบาทและกลายเป็นหัวใจใหม่ของธุรกิจยุคโลกเปลี่ยนแปลง

Carbon Accounting คืออะไร ทำไมธุรกิจต้องสนใจ?

     Carbon Accounting คือกระบวนการตรวจวัด บันทึก วิเคราะห์ และรายงานตัวเลขการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้โดยแบ่งเป็น 3 Scope

         - Scope 1: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (Direct Emissions) เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงในหม้อไอน้ำ (Boiler), เตาเผา, รถยนต์ขององค์กร

          - Scope 2: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (Energy Indirect Emissions) เช่น การซื้อไฟฟ้า, พลังงานความร้อน, หรือพลังงานไอน้ำมาใช้ในองค์กร

          - Scope 3: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ (Other Indirect Emissions) เช่น การขนส่งวัตถุดิบ, การเดินทางไปปฏิบัติงานของพนักงาน, การจัดการของเสีย, การใช้ผลิตภัณฑ์โดยลูกค้า 

ทำไมธุรกิจต้องสนใจ Carbon Accounting?

     - รองรับกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้องค์กรจัดทำและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลและตลาดทุน

     - เสริมความได้เปรียบในการแข่งขัน การมีข้อมูลคาร์บอนที่ตรวจสอบได้ ช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุน ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมต่อยอดภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืนในระยะยาว

     - เพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมต้นทุน ข้อมูลจากระบบบัญชีคาร์บอนช่วยชี้จุดการปล่อยก๊าซที่มีนัยสำคัญ ทำให้องค์กรสามารถปรับกระบวนการ ลดการใช้พลังงาน และจัดการต้นทุนที่มองไม่เห็นได้อย่างมีประสิทธิผล

     - เปิดทางสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ทำหน้าที่เป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการเข้าร่วมตลาดคาร์บอนเครดิต และรองรับมาตรการการค้าด้านสิ่งแวดล้อม เช่น CBAM และนโยบายการค้าสีเขียวในอนาคต

ภาพรวมการเติบโตของตลาด Carbon Accounting

     หากมองในระดับโลก ตลาด Carbon Accounting และ Carbon Accounting Software กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว รายงานวิจัยจากหลายสำนักประเมินตรงกันว่า ตลาดนี้มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี มากกว่า 20% ต่อปี โดยตัวเลขแตกต่างกันตามขอบเขตการนิยามตลาดและช่วงเวลา

     Grand View Research ประเมินว่ามูลค่าตลาดซอฟต์แวร์ Carbon Accounting ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 11.86 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และคาดว่าจะเติบโตด้วยอัตราเฉลี่ย 22.1% ต่อปี ระหว่างปี 2025–2033

     สำหรับตลาดไทยฐานยังเล็ก แต่มีการเติบโตงานวิจัยของ Krungsri Research ระบุว่า มูลค่าตลาดที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอน เช่น คาร์บอนเครดิตและบริการที่เกี่ยวข้อง ในปี 2024 อยู่ที่ประมาณ 85.7 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง ราว 110% ต่อปี ในช่วงปี 2020–2024 และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

     เพื่อรองรับการมาของเทรนด์นี้ ที่ดูกำลังจะเติบโตทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ ทำให้ธุรกิจต้องรีบเตรียมพร้อมด้านข้อมูล เพื่อเป็นแต้มต่อในการแข่งขันของตลาด วันนี้ได้รวบรวม  6 เครื่องมือคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อให้ธุรกิจพร้อมก่อนพ่ายในสนามนี้

     1. Thai Carbon Footprint Calculator พัฒนาโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) สามารถใช้งานได้โดยป้อนข้อมูลกิจกรรม และแอปจะแสดงผลลัพธ์เป็นค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทันที รองรับข้อมูล Scope ตั้งแต่ Scope 1 / Scope 2 และScope 3 (ตามกรอบที่ TGO กำหนด) เหมาะกับธุรกิจการผลิตและการแปรรูป, ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์, ธุรกิจ SME, ธุรกิจที่ส่งออกสินค้าไปยุโรป

     2. Acamp พัฒนาโดยทีมวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการลดคาร์บอน (DTI) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. เพื่อเป็นแพลตฟอร์มคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร (CFO) แบบอัตโนมัติและเรียลไทม์  การใช้งานเริ่มจากวางระบบการคำนวณ CFO ให้สอดคล้องกับมาตรฐานและ ตรวจสอบข้อมูลผ่านหน้าจอแดชบอร์ด แบบเรียลไทม์ รองรับข้อมูล Scope 1 และ Scope 2 เป็นหลัก เหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรม, ธุรกิจ SME, ธุรกิจภาคบริการและองค์กรที่มุ่งสู่ความยั่งยืน

     3. Circular Material Hub พัฒนาโดยความร่วมมือของ กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกและสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับ กรมโรงงานอุตสาหกรรม (DIW) เพื่อเป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการขยะพลาสติกและวัสดุเหลือใช้ในอุตสาหกรรม การใช้งานกรอกข้อมูลการจัดการของเสียระบบจะคำนวณค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอัตโนมัติ โดยอิงจากข้อมูลกิจกรรมการขนส่งและประเภทวัสดุ รองรับข้อมูล Scope 3 เป็นหลัก เหมาะกับธุรกิจแฟชั่นและสิ่งทอ, ธุรกิจพลาสติกและบรรจุภัณฑ์, ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง, ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์, ธุรกิจให้บริการ

     4. Carbon Market Club พัฒนาและก่อตั้งโดย กลุ่มบริษัทบางจาก จำกัด (มหาชน) และองค์กรพันธมิตรชั้นนำรวม 11 แห่ง เพื่อส่งเสริมการซื้อขายคาร์บอนเครดิตและลดก๊าซเรือนกระจกในไทย การใช้งานนำข้อมูลกิจกรรมมาคำนวณร่วมกับค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก รองรับข้อมูล Scope ตั้งแต่ Scope 1 / Scope 2 และScope 3 เหมาะกับ ธุรกิจพลังงานสะอาด, ธุรกิจเกษตรกรรมและป่าไม้, ธุรกิจบริการและร้านค้า

    5. Carbon Receipt พัฒนาโดย บริษัท วัน อิเล็กทรอนิกส์ บิลลิ่ง จำกัด (มหาชน) โดยการใช้งานแปลงข้อมูลจากใบกำกับภาษีสินค้าให้เป็นเอกสารแสดงค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รองรับข้อมูล Scope 3 เหมาะกับธุรกิจส่งออก,ธุรกิจขนส่ง,ธุรกิจขนาดใหญ่และ SME, ธุรกิจที่จัดงานและบริการ

     6. cWallet พัฒนาโดยสตาร์ทอัพสัญชาติไทย โดยได้รับความร่วมมือและการ จากนักลงทุนแนวหน้าของไทย เพื่อช่วยเหลือองค์กรในการตรวจสอบและบริหารจัดการการปล่อยคาร์บอน การใช้งานใช้เทคโนโลยี Blockchain และ AI ช่วยให้องค์กรคำนวณ ติดตาม และรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้แบบเรียลไทม์ รองรับข้อมูล Scope ตั้งแต่ Scope 1 / Scope 2 และScope 3 เหมาะกับธุรกิจส่งออก, อุตสาหกรรมและโรงงานผลิต และธุรกิจที่ต้องการจัดการคาร์บอนเครดิต

     ในวันที่ข้อมูลคาร์บอนกลายเป็นภาษาธุรกิจสากล เครื่องมือ Carbon Accounting คือ เครื่องมือใหม่ที่ SME ควรมี เพื่อแข่งขันในตลาดที่ให้รางวัลกับความโปร่งใสและความยั่งยืน

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
  

RECCOMMEND: TECH

OYU ชาข้าวออร์แกนิกเจ้าแรกของไทย จาก Pain Point ของชีวิตคนเมือง สู่นวัตกรรมจากธรรมชาติ ที่ช่วยดูแลสุขภาพและชวนให้ชีวิตช้าลง

จาก Pain Point เล็กๆ ของชีวิตคนทำงาน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ OYU ชาข้าวออร์แกนิกเจ้าแรกของไทย นี่คือเรื่องราวของธุรกิจไทยที่เปลี่ยนวัตถุดิบพื้นบ้านให้กลายเป็นนวัตกรรมจากธรรมชาติ

พลิกเม็ดมะม่วงตกเกรด สู่ชีส Plant-based AVAGAN นวัตกรรม Food Tech ฝีมือคนไทย ทางเลือกใหม่ ให้คนแพ้นมวัวกินชีสได้ฟินกว่าเดิม

ในประเทศที่ประชากรกว่าครึ่งมีภาวะแพ้แลคโตส การ “กินชีส” อาจเป็นความสุขที่ต้องแลกมาด้วยอาการท้องเสีย ท้องอืด หรือในบางรายถึงขั้นแพ้รุนแรง นี่คือ Pain Point สำคัญที่ทำให้ Avagan ถือกำเนิดขึ้น

นวัตกรรมโชยุใสจากนาโกย่า Ichibiki พลิกวงการซอสถั่วเหลือง เสิร์ฟความอร่อยที่ไร้สี

ที่เห็นขวดใสๆตั้งอยู่ในครัว นั่นไม่ใช่น้ำเปล่าแต่คือซอสถั่วเหลืองสีใส หรือ Transparent Soy Sauce ผลิตโดย บริษัท Ichibiki จากเมือง Nagoya ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการหมักมิโสะและโชยุแบบดั้งเดิมมายาวนานกว่า 250 ปี