พลิกบทบาท “3 สาวอะไหล่ยนต์” สู่เจ้าของแบรนด์ LUCK ผ้าขนหนูอัจฉริยะ แจ้งเตือนได้เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนผืนใหม่ 

Text: VaViz

Photo: สุนันท์ ล้อสมทรัพย์


     “ก็ผู้หญิง...จะมารู้อะไรเรื่องอะไหล่รถ!”

     คำพูดที่ช่างกดทับและลดทอนความสามารถ แค่เพราะเกิดเป็นผู้หญิงแล้วทำธุรกิจในวงการอะไหล่รถยนต์ ที่คนทำกิจการส่วนใหญ่มักเป็นผู้ชาย จึงไม่ได้รับการยอมรับง่ายๆ แต่ใช่ว่าจะต้องถอดใจ เมื่อการได้มุดเข้าไปใต้ท้องรถ และดูส่วนประกอบต่างๆ กลายเป็นเรื่องสนุก โดยเฉพาะกับ นิศารัตน์ จึงเจริญชัยศักดิ์ หนึ่งในสามทายาทสาวของธุรกิจอะไหล่รถยนต์ รถตู้ และรถมินิบัสที่ดำเนินการมากว่า 40 ปี  

     “ในวงการนี้เหมือนผู้หญิงไม่ได้ถูกยอมรับเท่าไร เลยรู้สึกว่าต้องสู้มากในการที่จะเป็นผู้หญิงที่ขายอะไหล่รถยนต์ได้ ที่สำคัญ มันไม่ได้เกี่ยวเลยว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่มันคือเรื่องของประสบการณ์และการขาย จะมาตัดสินกันด้วยเพศไม่ได้ มันไม่ถูกต้อง ดังนั้น เราก็ต้องสู้ จนถึงขนาดที่คนอื่นๆ เรียกพวกเราว่า ร้าน 3 สาวอะไหล่ยนต์”   

     แน่นอนว่าการ Transform แรกที่เหล่าสาวๆ พากันทำคือการสร้างแบรนด์ของผู้เป็นพ่อให้แข็งแกร่ง โดยพาขึ้นสู่โลกออนไลน์ จากวันที่คนรู้จักร้านในชื่อว่าธงชัยอะไหล่ยนต์ สู่การเป็นเว็บไซต์วรจักรพาร์ทเซ็นเตอร์ ศูนย์รวมอะไหล่รถยนต์ และเว็บไซต์รถตู้ดอทคอม ศูนย์รวมอะไหล่รถตู้และรถมินิบัสแบบครบวงจร

     ชัยชนะของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ต้องไปดูที่ไหนไกล เพราะแค่โน้มน้าวและเปลี่ยนใจผู้เป็นพ่อให้เห็นถึงความสำคัญของการขายบนออนไลน์ได้ก็ถือว่าเริ่มต้นได้ดี แถมยังพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถขายได้จริง  

ถ้ามันไกลไป...ก็ขยับให้ใกล้ดู  

     แม้ว่าจะสนุกกับการได้ทำธุรกิจอะไหล่ยนต์ แต่เพราะเป็นสิ่งที่ไกลตัวมากๆ ดั่งที่ผู้เป็นพ่อไม่เคยคิดว่าจะให้ลูกสาวทั้งสามสืบสานต่อ คำถามอย่าง “เราลองมาทำอะไรที่เข้าถึงง่ายกว่าอะไหล่รถยนต์เพิ่มเติมดูไหม” จึงผุดขึ้นกลางวงสนทนาของทายาททั้งสามตามที่ เสาวลักษณ์ จึงเจริญชัยศักดิ์ เล่าให้ฟัง เป็นที่มาของการร่วมกันก่อตั้งแบรนด์ LUCK ผ้าขนหนูที่ขนเอาทั้งคุณสมบัติและนวัตกรรมที่โดดเด่นไม่เหมือนใครสู่ตลาดในปี 2018

     “เราหยิบทุกคำถาม ทุก Pain Point ที่ผู้คนมีมาเปลี่ยนเป็นผ้าขนหนูที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Classic ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผ้าก็อซ ที่ด้านหนึ่งยังเป็นห่วงขนแบบที่เรารู้จัก ส่วนอีกด้านจะเป็นการทอแบบผ้าก็อซ เพื่อช่วยลดกลิ่นอับและระบายอากาศได้ดีแม้จะตากในที่ร่ม หรือรุ่น Cross ที่ออกแบบมาพิเศษ เพื่อคนที่เป็นภูมิแพ้โดยเฉพาะ”

     รวมถึงรุ่น Fluffy ที่ใช้เทคนิคการทอแบบ Micro Spinning Technology หรือการปั่นเส้นใยขนาดเล็กพิเศษให้มีความนุ่มฟูและดูดซับน้ำได้ดี เหมาะสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ โดยที่มาของผ้าขนหนูรุ่นนี้มาจากการได้เห็นคุณป้าใช้ผ้าขนหนูทั่วไปเช็ดทำความสะอาดคุณยายที่อายุมากแล้ว จนผิวหนังถลอก เพราะมีความบอบบางสูง

     “แค่ผ้าขนหนูต้องมีฟังก์ชันขนาดนี้เลย?” เป็นอีกจุดเปลี่ยนที่ทำให้แบรนด์ออกรุ่น Loop ที่มีหน้าตาเหมือนผ้าขนหนูที่ผู้คนคุ้นเคย เพื่อดึงดูดลูกค้าหน้าใหม่ แต่ก็ยังไม่ทิ้งความคูล เพราะมีโครงสร้างการทอแบบหลอด เพื่อกักเก็บน้ำให้กลับเข้ามาในตัวผ้าขนหนูได้ง่ายและช่วยให้แห้งได้เร็ว

ผ้าขนหนูพูดได้...อีกขั้นของการ Transform  

     “ใช้นานแค่ไหน ถึงต้องเปลี่ยน?” คำถามที่หลายคนสงสัยจุดประกายให้ LUCK คิดค้นแถบ IntelliTime ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยแจ้งเตือนให้รู้ว่า ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนผ้าขนหนูผืนใหม่แล้ว

     “เรามีความคิดว่า จะทำยังไงให้ผ้าสามารถพูดได้ว่า เธอใช้ฉันมานานแล้วนะ โดยการให้ตัว IntelliTime เป็นตัวบ่งบอก ซึ่งเราจะติดตัวป้าย Tag นี้ที่สินค้าของเรา ไม่ว่าจะเป็นผ้าขนหนู ชุดคลุมอาบน้ำ หรือ Swift Wrap ผ้าเช็ดผมแห้งเร็ว โดยที่ป้ายจะมีแถบสี 2 แถบ คือ แถบที่เป็นสีเข้มและสีอ่อน เมื่อไรก็ตามที่สีมันเท่ากัน เป็นการสื่อให้เห็นว่า ถึงเวลาที่ควรเปลี่ยนผ้าขนหนูผืนใหม่แล้ว” 

“ผ้าขนหนูเป็นผ้าที่น่าสงสารที่สุด เพราะว่าใช้ทุกวันและไม่ได้ซัก

แต่คนรู้สึกว่าสะอาดได้ทุกวัน ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันสกปรกมาก

อย่างเราใส่เสื้อผ้าออกไปข้างนอกใช้ครั้งเดียวแล้วซักเลย

แต่ผ้าขนหนู บางคนอาจจะใช้ 2 วัน หรือ 1 อาทิตย์ เพราะว่ามองไม่ออกว่ามันมีสิ่งสกปรกอยู่ข้างใน”

     นับเป็นมิติใหม่ให้คนได้มองเห็นถึงความสำคัญของผ้าขนหนูที่หลายคนอาจไม่เคยคิดมาก่อน และตระหนักได้ถึงการมีสุขอนามัยที่ดี นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังรับผ้าเช็ดตัวผืนเก่ากลับมารีไซเคิล เพื่อส่งต่อให้กับ Soi Dog มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป โดยมีคูปองส่วนลดของทางร้านเป็นการตอบแทนให้ด้วย  

ความใส่ใจ = อะไหล่ชั้นดี

     ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร “ความใส่ใจ” ยังคงเป็นอะไหล่ชั้นดี เหมือนอย่างที่ LUCK ไม่เพียงมองเรื่องของการเพิ่มคุณค่าให้กับตัวโปรดักต์ด้วยนวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังใส่ใจไปถึงการมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า เช่น คิดค้นกลิ่นหอมให้กับผ้าในแต่ละฤดูกาลหรือเทศกาล เพื่อให้เวลาแกะกล่องหรือเปิดถุงสินค้าออกมาแล้วจะได้กลิ่นหอม

     “ด้วยความที่เราขายออนไลน์อย่างเดียว ไม่มีหน้าร้าน เรียกได้ว่าขายผ้าแบบไม่ได้จับผ้า ดังนั้น การจะทำให้ลูกค้าประทับใจจึงเป็นสิ่งที่ยากมากๆ เราเลยมาหาวิธีว่าจะทำยังไงให้เขารู้สึกว่าใกล้เราได้มากขึ้น เพราะว่าไม่สามารถเดินมาเลือกซื้อสินค้าได้ที่ร้าน เราเลยเลือกใช้กลิ่น เพื่อสร้างอารมณ์ว่า ถ้าเรามีร้าน กลิ่นเราจะเป็นแบบไหนลงไปในผ้านั่นเอง”

     นอกจากนี้ ยังมีการรับปักชื่อ เขียนข้อความด้วยลายมือและวาดภาพลงบนการ์ดตามที่ลูกค้าต้องการให้ด้วย ซึ่งความใส่ใจในทุกรายละเอียดนี้ ส่งผลให้ลูกค้าเลือกกลับมาซื้อซ้ำและซื้อฝากให้คนที่เป็นที่รักกันอย่างไม่ขาดสาย แน่นอนว่า ไม่ใช่แค่ลูกค้าเท่านั้นที่ LUCK ใส่ใจ แต่ยังรวมถึงน้องๆ พนักงานทุกคนด้วย

     “เรายังจำคำพูดของคุณพ่อได้ว่า ช่วง COVID-19 เพื่อนๆ ที่ทำธุรกิจหลายคนบอกว่า ลดเงินเดือนลูกน้องไป จ่ายแค่ 70% ซึ่งมันไม่ใช่เลย เพราะถ้าเรายังอยู่ได้ เราก็ต้องให้ลูกน้อง เราจะไม่มีนโยบายไปปรับลดเขา ตรงกันข้ามเราต้องให้เขาเพิ่มด้วยซ้ำ เพราะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้นมา เช่น ค่าหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ นี่แหละที่ทำให้เราหาอะไรต่างๆ มาขายในช่วงนั้น ไม่ว่าจะเป็นขนมไหว้พระจันทร์ ปลาแซลมอน หรือผลไม้ เพื่อรักษาให้ทุกคนยังอยู่กันครบทีม” 

     เสียงสะท้อนของความใส่ใจ

          “ความพยายามของพี่ๆ ที่จะทำทุกอย่างให้ทุกคนยังอยู่ด้วยกันได้ ยังไปด้วยกันได้ เราสามารถสัมผัสได้จริงๆ” คำบอกเล่าของ นภัสสร มากจันทร์ อีกหนึ่งเบื้องหลังคนสำคัญที่คอยดูแลทั้งเรื่องของกราฟฟิก Branding เว็บไซต์ คอนเทนต์ต่างๆ และเจ้าของลายมือและรูปวาดในการ์ดที่ลูกค้าสุดแสนประทับใจ

           “สิ่งที่เราทำให้ลูกค้า มันไม่ใช่ใช้เวลาแค่วัน 2 วัน แต่เป็นเพราะเราได้เห็นจากพี่ๆ ว่า เวลาเขาทำอะไร เขาจะใช้ใจทุกอย่าง จนเราสัมผัสถึงความตั้งใจและความใส่ใจตรงนั้นได้ เราเลยอยากใส่ใจตอบกลับบ้างและอยากส่งต่อให้ลูกค้าจริงๆ เพราะเราไม่ได้รู้สึกว่าเป็นแค่พนักงานคนหนึ่ง ที่ต้องตื่นมาทำงานเท่านั้น”

Chapter ใหม่ของสาวอะไหล่นุ่งผ้าขนหนู

     การดูแลธุรกิจอะไหล่ ไปพร้อมๆ กับการทำแบรนด์ผ้าขนหนูอย่าง LUCK รวมถึงแบรนด์เฟอร์นิเจอร์อย่าง Atelier นั้น ดูจะเป็นสิ่งที่สาวๆ Enjoy ถึงแม้จะต้องเจอกับความท้าทายมากมาย พฤติกรรมที่หลากหลายของลูกค้าแต่ละกลุ่ม และการแข่งขันอันดุเดือดของตลาด

     “การเริ่มทำอะไรเอง มันไม่มี Direction มาให้ เราต้องมาคิดว่า เราต้องทำอะไรบ้าง เพื่อให้ธุรกิจอยู่ได้ หรือเราต้องดูแลน้องๆ ยังไง เพื่อให้พวกเขารู้สึกว่าสนุกที่จะทำ ทำแล้วมีความเป็น Ownership รวมถึงจะต้องตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง ในฐานะของคนรุ่นที่ 2 แม้เราจะทำตามรุ่นที่ 1 แต่ก็มีบาง Direction ที่เราอยากจะนอกกรอบบ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถทำได้ เพราะเคารพในสิ่งที่พวกเขาทำกันมานาน” เสาวลักษณ์ ลูกสาวคนเล็กเปรียบเทียบให้ฟังถึงการมีแบรนด์เป็นของตัวเองในขณะที่ทำธุรกิจของครอบครัวไปด้วย

     ด้าน นิศารัตน์ ลูกสาวคนกลาง เสริมให้ฟังว่า “แต่ละยุคมีข้อจำกัดคนละแบบ การที่เราทำต่อจากเขาก็ได้เรียนรู้สิ่งที่มีกรอบมาให้ประมาณหนึ่ง แต่พอมาทำของเราเอง เราต้องดีไซน์ทุกอย่างด้วยตัวเอง เราจะกล้ามากกว่าแบบเก่า และต้องเสี่ยงเยอะกว่าเดิม ซึ่งการได้จับธุรกิจทั้ง 3 อย่างที่แตกต่างกัน ทำให้เรามีโอกาสได้ลอง ได้เล่นในสนามที่หลากหลาย”

     สุดท้ายแล้ว Mindset ที่ต้องมี เพื่อเดินหน้าสู่การ Transform ตัวเองไปสู่อีกธุรกิจ สองสาวฝากไว้ว่า ให้ลงมือทำเลย ไม่ต้องกลัว ถ้าทำไปแล้วมันผิด ก็แค่ลองใหม่ หรือถ้าทำไปแล้วเจอปัญหา ก็แค่คิดบวกเข้าไว้แล้วหาวิธีแก้ไป

     “อย่าไปจมปลักกับสิ่งที่เราเจอมาก ถามว่าทำธุรกิจมาขนาดนี้ เจอเรื่องแย่ๆ เยอะไหม บอกเลยว่าเยอะ ซึ่งมันก็แย่ได้ แต่สุดท้ายก็ต้องมานั่งคิดว่า แล้วเราจะ Move on ไปจากปัญหาตรงนี้ยังไงดี แล้วลงมือทำเท่านั้นเอง”

“Learning by Doing

ถ้าไม่เริ่มทำ ก็จะไม่รู้ปัญหา

ถ้าเจอปัญหา อย่ามองว่ามันคือปัญหา

ให้มองว่าเราจะแก้มันยังไงดีกว่า

พอเราข้ามมันไปได้ เราจะรู้ว่า ฉันชนะด่านหนึ่งแล้ว ฉันจะไปด่านต่อไป

ถ้าวันไหนไม่มีปัญหามาให้เราแก้ แปลว่าเราไม่พัฒนาแล้วมากกว่า

ดังนั้น พยายามไปหาปัญหา แล้วเราจะเจอโอกาสจากปัญหาเหล่านั้น”   

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

CBAM #2 ภาคต่อมาตรการส่งสินค้าไปขายยุโรป จากภาษี สู่ต้นทุนคาร์บอน กติกาใหม่ที่ผู้ส่งออกต้องรู้!

CBAM มาตรการคาร์บอนของสหภาพยุโรป กำลังเข้าสู่ช่วงบังคับใช้จริงในปี 2569 นี้ ที่เปลี่ยนจากแค่ “รายงานข้อมูล” สู่ “การจ่ายจริง” CBAM ปี 2566 กับปี 2569 ต่างกันอย่างไร? ผู้ประกอบการไทยควรโฟกัสอะไรเป็นพิเศษในปีนี้ สรุปไว้ให้แล้วในบทความนี้

PASH เปลี่ยนผลไม้ไทย ให้เป็นธุรกิจสมูทตี้ที่สเกลได้จริง วางระบบด้วยวิธีคิดแบบวิศวกร

PASH ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์สมูทตี้ผลไม้ทั่วไป แต่เป็นตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม การผลิตเชิงอุตสาหกรรม และมุมมองแบบเชฟ มาหลอมรวมเข้ากับวัตถุดิบผลไม้ไทย จนเกิดเป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์และสเกลได้จริง

T-Shed เสื้อยืด 2 in 1 สำหรับคนใส่แว่น ใส่ก็เท่ เช็ดแว่นก็ดี หมดปัญหาทำเลนส์เป็นรอย

คนใส่แว่น ต้องเคยประสบปัญหานี้! เผลอ “เช็ดแว่นด้วยเสื้อ” จนทำให้เลนส์เป็นรอยขีดข่วนโดย จาก Pain Point ที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดไอเดียสุดครีเอทเสื้อยืด “T-Shed” (ทีเช็ด) ฟังก์ชันพิเศษออกมาที่สามารถใช้เช็ดแว่นได้จริง โดยไม่ทำให้เลนส์เป็นรอย