Text : Sir.nim
ทำไมบางคนเจอปัญหาแล้วบ่น…แต่บางคนเจอปัญหาเดียวกัน แล้วกลับมองเห็น “โอกาส”
อาการปวดไหล่จากกระเป๋าที่สะพายทุกวัน…ความกังวลและไม่สบายตัวในช่วงมีประจำเดือน…หรือแม้แต่ลูกน้อยที่นอนไม่ได้เพราะกรดไหลย้อน
สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กในสายตาคนอื่น แต่สำหรับคนที่ต้องเผชิญจริงๆ นั่นคือ Pain Point ที่กระทบชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน ซึ่งบางคนไม่มองปัญหาเป็นอุปสรรค แต่ใช้มันเป็นจุดตั้งต้นของธุรกิจ
วันนี้เลยอยากชวนมาดู 3 ธุรกิจที่ไม่ได้เริ่มจากการมองหาเทรนด์ หรือการวิเคราะห์ช่องว่างตลาดอย่างเดียว
แต่เริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า “ทำไมยังไม่มีใครแก้ปัญหานี้สักที?”
เมื่อเข้าใจ Pain Point อย่างลึกพอ ปัญหาธรรมดาๆ ก็สามารถกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่เติบโตได้จริงก็ได้
HADARA Health Bag จากอาการปวดไหล่…สู่กระเป๋าเพื่อสุขภาพยอดร้อยล้าน
ผู้หญิงจำนวนมากต้องสะพายกระเป๋าหนัก ดีไซน์สวยแต่ไม่รองรับสรีระ ทำให้ปวดไหล่ จัดของไม่เป็นระเบียบ และใช้งานไม่ตอบโจทย์ชีวิตจริง
ธนัญญา เหล่าศิลปะเจริญ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ HADARA เริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัว แต่ต้องเผชิญการแข่งขันสูงและตลาดชะลอตัว จนได้อินไซต์สำคัญจากลูกค้าวัย 30+ ที่ต้องการ “พื้นที่จัดเก็บเป็นหมวดหมู่”
ขณะเดียวกัน ประสบการณ์ส่วนตัวจากการสะพายกระเป๋าแฟชั่นแล้วปวดไหล่ กลายเป็นคำถามสำคัญว่า ทำไมกระเป๋าต้องสวยแต่ไม่สบาย? จึงพัฒนาเป็น “กระเป๋าเพื่อสุขภาพ” น้ำหนักเบา ช่องเก็บของมากกว่า 10 ช่อง สายสะพายนุ่ม ลดแรงกดทับ ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและดีไซน์
จาก Pain Point เล็กๆ ในชีวิตประจำวัน จนในที่สุดสามารถต่อยอดสู่แบรนด์ที่ทำรายได้หลักร้อยล้านบาทต่อปี และกำลังขยายสู่ตลาดต่างประเทศได้ เมื่อธุรกิจไม่ได้เริ่มจากอยากขาย แต่เริ่มจากอยากแก้ปัญหา สินค้าจึงเข้าใจผู้ใช้ได้ลึกกว่า และสร้างโอกาสเติบโตระยะยาวได้จริง
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.smethailandclub.com/entrepreneur/9872.html
Pynpy’ เปลี่ยน “วันนั้นของเดือน” ให้เป็นวันธรรมดาแสนสบาย
เพราะผู้หญิงต้องเผชิญความกังวลและไม่สบายตัวจากการใช้ผ้าอนามัย ทั้งเรื่องการซึมเปื้อน ความอึดอัด การพกพา รวมถึงขยะจำนวนมากที่เกิดขึ้นทุกเดือน
อรกานต์ สายะตานันท์ และพาร์ตเนอร์ร่วมกันพัฒนา Pynpy’ จากประสบการณ์ตรงที่พบว่า “ประจำเดือน” ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่กระทบทั้งคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม จึงตั้งโจทย์ใหม่ว่า จะทำอย่างไรให้ผู้หญิงใช้ชีวิตได้ปกติที่สุดในช่วงวันนั้นคำตอบคือ “กางเกงในอนามัย” ที่ใส่สบายเหมือนชุดชั้นในทั่วไป แต่ซึมซับได้เทียบเท่าผ้าอนามัย 3–4 แผ่นต่อวัน ใช้ได้นาน 8–12 ชั่วโมง และลดขยะได้หลายร้อยชิ้นต่อปี พร้อมพัฒนาสินค้าให้เหมาะกับสรีระผู้หญิงไทยโดยเฉพาะ
ทำให้จากปัญหาที่ผู้หญิงต้องเจอทุกเดือน กลายเป็นนวัตกรรมที่ตอบทั้งความสบาย ความมั่นใจ และความยั่งยืน ทำให้เรียนรู้ว่าเมื่อเข้าใจ Pain Point ที่คนอื่นมองว่าเล็ก อย่างลึกพอ ก็สามารถสร้างสินค้าที่เปลี่ยนพฤติกรรม และสร้างตลาดใหม่ได้พร้อมกัน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.smethailandclub.com/entrepreneur/8068.html
CoCoono จากลูกนอนแหวะนม สู่เบาะกันกรดไหลย้อนเด็กรายแรกๆ ของไทย
ทารกมีอาการกรดไหลย้อน แหวะนมบ่อย นอนไม่ได้นาน ทำให้พ่อแม่ต้องอุ้มตลอดเวลา เหนื่อย กังวล และขาดตัวช่วยที่ออกแบบมาเฉพาะทางในตลาดไทย
ภัทราภรณ์ ภัทรนิตย์ เผชิญปัญหานี้กับลูกตัวเอง จึงทดลองออกแบบ “เบาะนอนหัวสูง” เพื่อลดอาการกรดไหลย้อน โดยอาศัยความรู้จากครอบครัวด้านกายภาพบำบัด และฐานการผลิตจากโรงงานที่นอนของสามีในการผลิต กระทั่งเมื่อโควิดเข้ามากระทบธุรกิจหลัก เธอจึงนำไอเดียนี้มาต่อยอดเป็นแบรนด์ CoCoono ขายออนไลน์ 100% ชูจุดเด่นด้านดีไซน์ที่เหมาะกับสรีระเด็กไทย วัสดุปลอดภัย และเคลือบสารป้องกันเชื้อโรค เพื่อตอบโจทย์ยุคโรคระบาด
จากสินค้าเพียง 2 SKU เติบโตสู่กว่า 500 SKU และยอดขายหลายร้อยออร์เดอร์ต่อเดือน กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เบาะกันกรดไหลย้อนสำหรับเด็กที่พ่อแม่ยุคใหม่ไว้วางใจ เคสของ CoCoono ทำให้เราเห็นว่า เมื่อผู้ก่อตั้งเองเคยเจ็บปัญหาเดียวกับลูกค้า สินค้าที่ออกมาจึงไม่ใช่แค่ของใช้ตามเทนรด์ แต่คือ โซลูชั่นที่เข้าใจและตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.smethailandclub.com/entrepreneur/9298.html
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี