“จง ชง ดี” ชาใต้จากยะลา ที่เริ่มต้นเพราะอยากขอบคุณบ้านเกิด ใช้เวลา 1 ปีครึ่ง โตกว่า 520 สาขา

Text: Wipawan In.


     ในวันที่วิกฤตอาจทำลายกำลังใจของคนทำธุรกิจจนหมดสิ้น แต่สำหรับ จุ๋ม ศุภณัฏฐ์ ตนายะพงศ์ สาวใต้จากจังหวัดยะลา กลับเดินหน้าเริ่มลุยใหม่อย่างไม่ลังเล จึงเกิดเป็น “ จง ชง ดี” ร้านชาใต้ที่ลงมือทำจากความตั้งใจเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ของผู้หญิงคนหนึ่ง

     ภายในระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน เติบโตขยายแฟรนไชส์ไปแล้วกว่า 520 สาขาทั่วประเทศ ความสำเร็จนี้เกิดจากการเข้าใจชีวิต เข้าใจชุมชน และเชื่อว่าธุรกิจที่ดีควรสร้างโอกาสให้คนธรรมดาได้มีอาชีพ มีรายได้ และเติบโตไปพร้อมกัน

จุดเริ่มต้นจากวิกฤต สู่ความตั้งใจที่จะ “ตอบแทน”

     จุ๋ม เล่าย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นว่า เดิมทีเธอเป็นเจ้าของร้านกิ๊ฟช็อปในจังหวัดยะลา ทำธุรกิจค้าส่งจนเติบโตได้ดี แต่เมื่อวิกฤตโควิด รอบแรกเข้ามา ยอดขายจากหลักหมื่นต่อวันกลับเหลือเพียงไม่กี่ร้อยบาท ขณะที่ยังมีพนักงานอีกหลายชีวิตที่ต้องดูแล ทางเลือกในตอนนั้นไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือการหารายได้เพิ่มเติม

     “ตอนนั้นเราตั้งโต๊ะขายเครื่องดื่มหน้าร้านเพื่อประคองธุรกิจและรักษาการจ้างงานเอาไว้ ร้านของเรากลายเป็นที่สนใจของลูกค้า มีลูกค้าสอบถามอยากให้ขยายสาขา ทำให้จากจุดเล็ก ๆ นี้เองที่กลายมาเป็น “อาจุมม่า คาเฟ่” แบรนด์แรกที่ประสบความสำเร็จอย่างเกินคาดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการขยายสาขามากว่า 10 สาขา ความสำเร็จของอาจุมม่าไม่เพียงสร้างรายได้ แต่ยังสร้างความรู้สึกบางอย่างให้กับเรา นั่นคือความซาบซึ้งใจในพลังของชุมชน ชาวบ้านในพื้นที่ให้การสนับสนุนอย่างอบอุ่น ทั้งในฐานะลูกค้าและแรงงาน”

     จากความรู้สึกนั้นทำให้ จุ๋มเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “จะตอบแทนพวกเขาอย่างไรได้บ้าง” คำตอบนั้นนำไปสู่การสร้างแบรนด์ใหม่ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อคนในพื้นที่โดยเฉพาะ “จง ชง ดี” จึงไม่ได้เกิดจากการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความกตัญญูและความตั้งใจจะคืนโอกาสกลับสู่บ้านเกิด

ชาใต้จากยะลา สูตรโบราณที่เข้าถึงได้ของทุกคน

     จง ชง ดี เลือกหยิบ “ชาใต้” มาเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มายาวนาน สูตรชาของแบรนด์ได้รับการเบลนด์รสชาติจากหลายแหล่ง ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย 

     “รสชาติของร้านเราเป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากชาใต้ในพื้นที่อื่น โดยเฉพาะ “ชาเย็นยะลา” ที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือการทำให้ชาแก้วนี้ “ใครก็เข้าถึงได้” ทั้งในฐานะผู้ดื่มและผู้ขาย เพื่อให้พร้อมต่อการขยายแฟรนไชส์ไปยังจังหวัดต่างๆ แม้ในตลาดชาจะมีการแข่งขันสูง แต่เรามั่นใจว่า จง ชง ดี ยังมีโอกาสเพราะความมีเอกลักษณ์ของแบรนด์ รสชาติที่ไม่เหมือนใคร”

     จง ชง ดี ราคาขายเริ่มต้นเพียงแก้วละ 25 บาท ทำให้ลูกค้าทุกเพศทุกวัยสามารถซื้อได้ง่าย ขณะเดียวกัน โมเดลแฟรนไชส์ก็ถูกออกแบบให้ลงทุนต่ำ ทำง่าย และเปิดร้านได้รวดเร็ว ภายในเวลาเพียง 7 วัน โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาเรียนถึงยะลา มีระบบคู่มือ วิดีโอ และทีมงานคอยซัพพอร์ตอย่างใกล้ชิด แบรนด์ยังเปิดกว้างในเรื่องรูปแบบร้าน พร้อมมีทีมกราฟิกออกแบบให้ฟรี เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสความสำเร็จให้กับแฟรนไชส์ซีทุกคน

ธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมชุมชน และอนาคตที่มองไกลกว่า “จำนวนสาขา”

     ภายในระยะเวลาเพียงปีครึ่ง จง ชง ดี เติบโตจากแนวคิดเล็ก ๆ สู่เครือข่ายแฟรนไชส์กว่า 520 สาขาทั่วประเทศ โดยมีอัตราการขยายเฉลี่ย 20 – 30 สาขาต่อเดือน สิ่งที่น่าสนใจคือกว่า 40% ของแฟรนไชส์ซีเป็นลูกค้าเดิมที่กลับมาซื้อซ้ำ สะท้อนถึงความยั่งยืนของโมเดลธุรกิจ มากกว่าความหวือหวาชั่วคราว

     “สำหรับเราความสำเร็จไม่ได้วัดจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว เรามองว่าแฟรนไชส์ซีคือ “จิ๊กซอว์” ที่ทำให้แบรนด์สมบูรณ์ และหน้าที่ของสำนักงานใหญ่คือการดูแลให้ทุกชิ้นให้เติบโตไปพร้อมกัน จง ชง ดี จึงให้ความสำคัญกับการสร้างงานในพื้นที่ สำนักงานใหญ่ในยะลาจ้างงานคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 100% รวมถึงมีการแบ่งกำไรส่วนหนึ่งเป็นทุนการศึกษาให้เยาวชนและพนักงานในพื้นที่ แบรนด์ยังร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและชุมชน เพื่อแปรรูปวัตถุดิบและของเหลือใช้ให้เกิดรายได้หมุนเวียน พร้อมเดินหน้าสู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยแผนเปลี่ยนมาใช้แก้วกระดาษทุกสาขาในอนาคตอันใกล้”

     ในอนาคตมีแผนการขยายสาขาเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ลืมที่จะคงไว้ซึ่งมาตรฐาน จุ๋มมองว่า จง ชง ดี ไม่ได้เป็นเพียงร้านชา แต่เป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาส แบรนด์จากยะลานี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ธุรกิจที่เริ่มจากความเข้าใจและความตั้งใจจริง สามารถเติบโตได้ไกลกว่าที่คิด และยังคงยืนหยัดในอุดมการณ์เดิม นั่นคือการเติบโตไปพร้อมกับชุมชนที่ให้กำเนิดมา

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

CONCUR Patchwork จากพ่อค้าเสื้อมือสอง สู่แบรนด์แฟชั่นอัพไซเคิล ลดขยะเสื้อผ้าเหลือทิ้งชายแดนใต้ สร้างรายได้สู่ชุมชน

เริ่มต้นจาก “จู–ฮุสนีย์ สาแม” อดีตพ่อค้าเสื้อผ้ามือสองที่ผันตัวสู่เจ้าของแบรนด์แฟชั่นยั่งยืน สามารถเปลี่ยนขยะเสื้อผ้าที่แทบจะถูกนำไปทิ้ง ขายไม่ได้ ให้กลายมาเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นราคาหลักพันบาท แถมยังส่งขายไปยังลูกค้ามากกว่า 22 ประเทศ

Unplugging เทรนด์แรงปี 2026 ธุรกิจจะเอาชนะใจลูกค้ายุคถอดปลั๊กได้ยังไง

รู้หรือไม่? มีกระแสคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ที่กำลังตีกลับนั่นคือเทรนด์ Unplugging เมื่อคนรุ่นใหม่เริ่มเบื่อความเสมือน และหันมาเทเงินให้กับประสบการณ์จริงแทน แล้ว SME ไทยจะรับมืออย่างไร เมื่อลูกค้าอยาก 'ถอดปลั๊ก' มากขึ้นทุกวัน? หา

พลิกบทบาท “3 สาวอะไหล่ยนต์” สู่เจ้าของแบรนด์ LUCK ผ้าขนหนูอัจฉริยะ แจ้งเตือนได้เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนผืนใหม่ 

แค่พาธุรกิจอะไหล่รถของคนรุ่นพ่อสู่การขายบนโลกออนไลน์ไม่พอ เมื่อการ Transform ครั้งใหม่ของทายาทสาวคือการสร้างแบรนด์ LUCK ผ้าขนหนูอัจฉริยะ ที่ไม่เพียงซึมซับดีแห้งเร็ว แต่ยังมีแถบแจ้งเตือนให้รู้ได้ว่า ถึงเวลาเปลี่ยนผืนใหม่แล้วหรือยัง