จับชีพจรก่อนยกแก้ว! บาร์แพทย์แผนจีนที่มี ‘หมอแมะ’ มาสั่งค็อกเทลให้ เอาใจคนรุ่นใหม่จีนที่เครียดจัด

Text : R.P.


      ในยุคที่คนรุ่นใหม่ชาวจีนต้องเผชิญกับวัฒนธรรมการทำงานแบบ “996” (ทำงาน 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม 6 วันต่อสัปดาห์) จนเกิดกระแสประชดประชันชีวิตที่เรียกว่า “Punk Wellness” หรือการใช้ชีวิตแบบทำลายสุขภาพไปพร้อมๆ กับการพยายามซ่อมแซมร่างกาย ธุรกิจแนวใหม่ที่หยิบเอา “การแพทย์แผนจีน” (TCM) มาผสมผสานกับ “ค็อกเทลบาร์” จึงกลายเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามอง

     Niang Qing บาร์ยอดฮิตในเซี่ยงไฮ้ที่ก่อตั้งโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีน ที่บาร์แห่งนี้แทนที่จะเห็นขวดเหล้าเรียงราย ผนังบาร์กลับถูกแทนที่ด้วยลิ้นชักตู้ยาจีนแบบโบราณที่อัดแน่นไปด้วยสมุนไพร ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ

     จุดเด่นที่สร้างความแตกต่างจากบาร์ทั่วไปคือ “Bespoke Wellness” หรือการปรุงเครื่องดื่มเฉพาะบุคคล ลูกค้าไม่ได้เริ่มจากการเลือกเมนู แต่เริ่มจากการวินิจฉัย หมอแพทย์แผนจีนประจำร้าน

     - Diagnosis First ลูกค้าต้องผ่านการ “แมะ” หรือจับชีพจรโดยแพทย์แผนจีนในชุดกาวน์ขาวเพื่อวิเคราะห์ธาตุและปัญหาสุขภาพ ก่อนให้ “ใบสั่ง”  

     - Mixology with Herbs มิกซ์โซโลจิสต์จะนำผลวินิจฉัยมาปรุงเป็นค็อกเทล โดยใส่สมุนไพรอย่าง เก๋ากี้ หรือตังกุย เข้าไปตามความเหมาะสมของร่างกายแต่ละคน

     แนวคิดนี้อาจฟังดูย้อนแย้ง  สุขภาพกับแอลกอฮอล์จะไปด้วยกันได้อย่างไร? แต่ในมุมของหมอประจำร้าน เขาอธิบายว่า การผสมสุรากับสมุนไพรมีประวัติยาวนานในศาสตร์แพทย์แผนจีน เดิมเรียกว่า “เหล้ายา” (Medicinal Wine) จุดประสงค์ของบาร์จึงไม่ใช่การรักษาโรค แต่คือการกระตุ้นความตระหนักรู้ด้านสุขภาพในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม

     ในเชิงธุรกิจ บาร์เหล่านี้ไม่ได้ขายแค่เครื่องดื่ม แต่ขาย “Emotional Value” หรือคุณค่าทางอารมณ์ ลูกค้าอย่าง Helen Zhao วัย 26 ปี สะท้อนภาพจำของคนรุ่นใหม่ว่า การมาที่นี่คือการซื้อความสบายใจ ในวันที่ชีวิตเต็มไปด้วยอาหารขยะและการนอนดึก การได้จิบเครื่องดื่มที่มีสมุนไพรช่วยปรับสมดุลร่างกายจึงเป็น “จุดกึ่งกลาง” ระหว่างความสนุกกับการดูแลตัวเอง

     โมเดลธุรกิจนี้พิสูจน์แล้วว่าสำเร็จอย่างรวดเร็ว Niang Qing ขยายสาขาไปแล้วถึง 5 แห่งทั่วประเทศในเวลาเพียงปีเดียว โดยอาศัยกระแสความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นที่กำลังมาแรง ผสมผสานกับเทรนด์สุขภาพโลกที่เริ่มหันมาสนใจสมุนไพรตะวันออก

     ที่มา : www.scmp.com

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี  

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

อมต ชัยเกรียงไกร จากผู้อยู่เบื้องหลัง 2,000 สูตรสกินแคร์ญี่ปุ่น สู่ผู้ก่อตั้ง AMT Skincare รายได้ 520 ล้าน ด้วยโมเดล ‘ให้ความรู้ก่อนการขาย’

นักวิจัยเกียรตินิยมอันดับ 1 มีประสบการณ์จาก KOSÉ บริษัทเครื่องสำอาง Top 3 ของญี่ปุ่น แต่หางานในไทยไม่ได้ เพราะ 'Overqualified' จากวันที่มืดแปดด้าน อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ อมต ชัยเกรียงไกร กลับมาสร้างอาณาจักรธุรกิจ AMT Skincare ได้สำเร็จ

ชาว Dog Lover ต้องถูกใจสิ่งนี้! Hide Away Club “คาเฟ่หมาจร” ไอเดียทำธุรกิจยุคใหม่ เปิดคาเฟ่ไปด้วย ช่วยน้องหาบ้านไปด้วย

รู้จัก Hide Away Club หรือที่หลายคนเรียกว่า “คาเฟ่หมาจร” จ.นครปฐม ที่ไม่ได้เป็นเพียงร้านกาแฟ แต่ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้น้องหมาได้พบกับบ้านหลังใหม่

ไม่ได้เริ่มจากความพร้อม แต่เริ่มจากทางตัน Jimmy Family Restaurant กับบทเรียนการสู้ไม่ถอย พลิกธุรกิจฟื้นกลับมาได้ ในวันที่เกือบล้ม

เรียนจบกลับมา เหลือเงินในบ้าน 5,000 บาท หนี้ก้อนโต และร้านอาหารที่กำลังจะเปิด นี่คือจุดเริ่มต้นของ Jimmy Family Restaurant และไนน์-ภากร มหิทธาฤทธิกร ในวัย 22 ปี ก่อนที่จะเจอวิกฤติอีกครั้ง เมื่อคู่แข่งมาเปิดร้านใกล้ๆ จนขาดทุน เขาทำอย่างไรจึงพลิกธุรกิจกลับมาได้