หูกระจง คาร์แคร์ บุฟเฟต์ล้างรถ ที่เถ้าแก่ก็ Win ได้





เรื่อง : นิธิดา วงศาโรจน์
ภาพ : กฤษฎา ศิลปไชย

    “เพียง 1,000 บาท ต่อ 1 เดือน สามารถล้างรถได้ไม่จำกัด พร้อมแถมขัดเคลือบสีฟรีไปเลยอีกหนึ่งครั้ง”  มีหรือที่เหล่าคนรักรถจะไม่หูตาลุกวาว ศุภกิจ กิจประเสริฐชัย เจ้าของหูกระจง คาร์แคร์ ชายผู้พลิกวิธีคิดจากติดลบให้กลายเป็นบวก ที่ใครๆ ต่างก็มองว่าผู้บริโภคสุดแสนจะคุ้ม แต่ในมุมเถ้าแก่ คันละ 1,000 บาทตลอดทั้งเดือน จะไปหวังผลกำไรได้สักเท่าไหร่เชียว

    ส่วนมากเถ้าแก่ที่คิดว่าการทำบุฟเฟต์แล้วไม่คุ้ม เพราะเขาคิดในรูปแบบที่ว่า ล้างรถเก๋ง 1 คัน ราคา 260 บาท พร้อมเคลือบสีอีก 500 บาท เบ็ดเสร็จแล้วต่อครั้งจะได้เงิน 760 บาท แล้วทำไมถึงต้องไปทำบุฟเฟต์คันละ 1,000 บาทตลอดทั้งเดือน ไหนจะค่าน้ำยาเคมี ค่าน้ำ ค่าเช่าร้านจะคุ้มค่าจริงๆ หรือ ซึ่งผมคิดต่างจากตรงนี้มาก

 



    อย่างแรกที่ทำให้ผมคุ้มค่าคือตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ผมมีลูกค้าบุฟเฟต์ประจำอย่างน้อย 30-50 คัน แล้วผมใช้ระบบชำระเงินภายในวันที่ 1-10 ของเดือน และทุกคนจะไปสิ้นสุดพร้อมกันตอนหมดเดือน ดังนั้น ผมจะสามารถคอนโทรลรายรับได้ตั้งแต่ต้นเดือน และช่วยให้สภาพคล่องลื่นไหล
 





    ส่วนที่สองคือล้างรถบุฟเฟต์คันละ 1,000 บาท ถ้าสมัครใช้ตลอดทั้งปี เราคิด 10,000 บาท แล้วถ้าหากว่าผมตั้งเป้าให้ผู้จัดการร้าน หาลูกค้าให้ได้ 100 คัน ก็เท่ากับว่าผมได้เงินแน่ๆ แล้ว 1 ล้านบาท ส่วนเถ้าแก่ที่คิดค่าล้างรถเป็นรายครั้ง เขาจะต้องหาลูกค้าให้ได้กี่รายกัน ถึงจะได้ 1 ล้านบาทเท่าผม แค่พลิกวิธีคิดตรงนี้ ก็แตกต่างแล้วนะ
 





    นอกจากนั้น เรายังสามารถควบคุมคุณภาพของงานได้ด้วย เนื่องจากว่าความตั้งใจในการเริ่มต้นทำคาร์แคร์บุฟเฟต์ คือผมต้องการควบคุมแรงงานให้เสถียร ดังนั้น งานที่เราให้เขาทำมันจำเป็นต้องคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่จ้าง ถ้าไม่มีโปรแกรมบุฟเฟต์ขึ้นมา เวลาลูกค้าจะล้างรถแต่ละครั้งเขาก็ต้องรอให้รถสกปรกถึงที่สุดก่อนกว่าจะมาล้างได้ แน่นอนว่าแรงงานของผมเหนื่อย 

 




    แต่ถ้าหากผมทำโปรแกรมบุฟเฟต์ขึ้นมาตอบโจทย์ ซึ่งจะช่วยสร้างนิสัยให้แก่ลูกค้าไปในตัวด้วย เมื่อไหร่ก็ตามที่รถเขาเปื้อน แม้ว่าจะเล็กน้อยก็ตามเขาก็จะต้องมาล้างรถกับเราทันที แน่นอนว่า แรงงานไม่จำเป็นต้องออกแรงมาก อีกทั้งยังสามารถควบคุมคุณภาพไม่โดนเร่ง ไม่โดนกดดันจากลูกค้า เพราะว่าลูกค้าบุฟเฟต์หากมาวันนี้แล้วคิวเต็ม เขาก็ยอมที่จะสละเวลามาใหม่ในวันถัดไป ไม่ใช่มาเร่งเร้าให้ลูกน้องของผมลัดคิวให้ ผมจึงมองว่าธุรกิจตัวนี้ถ้าเถ้าแก่บริหารเองให้เป็น อย่างไรเสียก็มีแต่ได้กับได้
 





    ไม่น่าเชื่อว่าตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ดำเนินธุรกิจคาร์แคร์บุฟเฟต์ออกมา ศุภกิจจะเผชิญปัญหาเพียงแค่ 3 เดือนแรกเท่านั้น ซึ่งเมื่อเขาสามารถคอนโทรลปัญหาตรงนั้นได้ หูกระจงคาร์แคร์ก็กลายเป็นศูนย์บริการล้างรถที่โดนใจลูกค้าแถบจังหวัดนนทบุรีไปอย่างไม่ยากเย็น 

 



    โดยศุภภกิจเล่าว่า ในช่วง 3 เดือนแรกที่ประสบปัญหา เนื่องจากเจอลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเพียงแค่หวังให้คุ้มค่ากับการบุฟเฟต์ ซึ่งไม่ต่างจากการรับประทานอาหารบุฟเฟต์ ที่ถึงแม้ว่าจะอิ่มหรือทรมานแค่ไหน ก็จะทนอยู่ที่นั่นจนกว่าเวลาจะหมด ถ้าหากถามว่าในวันนั้นที่คุณรับประทานจนคุ้ม วันต่อๆ มาคุณอยากจะกลับไปรับประทานอีกหรือเปล่า เช่นเดียวกันเมื่อลูกค้าที่ไม่ได้มีใจรักในการดูแลรถจริง พอครบกำหนดบุฟเฟต์เขาก็ไม่กลับมาใช้บริการนี้อีก 

 



    จุดนี้ผมใช้เวลาอยู่พอสมควรสำหรับการสร้างนิสัยให้ลูกค้า โดยเทคนิคก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่ทำให้ลูกค้าเห็นว่า ตัวผม รวมไปถึงคนรอบข้างต่างมีนิสัยชอบล้างรถ และมักจะขับรถที่สะอาดอยู่เสมอ เปรียบได้กับการเป็นต้นแบบให้ลูกค้า เพียงเท่านี้ลูกค้าก็จะซึมซับพฤติกรรมไปได้เอง

 



    จากที่ได้ฟังแนวคิดของผู้ประกอบการทั้งสองท่าน ต่างก็ชี้ให้เห็นว่าใจความสำคัญของงานบริการแบบบุฟเฟต์ ล้วนแล้วมีหัวใจอยู่ที่วิธีคิดและการบริหารเป็นสำคัญ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่สามารถสร้างกำไรให้สูงแบบก้าวกระโดด แต่ทว่าก็สามารถรักษาฐานลูกค้าเก่า พร้อมดึงฐานลูกค้าใหม่ๆ ให้เข้ามาใช้บริการได้เรื่อยๆ ถือเป็นโมเดลธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนให้แก่แบรนด์ได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอี (SME)

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

จับตลาดมามี้ คุณแม่สายเปย์ ทุ่มสุดตัวเพื่อน้องหมา น้องแมว ปลุกตลาดสัตว์เลี้ยงไทยโต 4 หมื่นล้านบาท

ในอดีตเราอาจเลี้ยงสัตว์เพื่อให้เป็นเพื่อน หรือไว้คลายเหงา แต่ปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง เช่น หมา, แมว กลับต่างออกไป มีการดูแลเหมือนสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว ทำให้หลายคนรักสัตว์เลี้ยงเหมือนลูก ซึ่งเรียกว่า “Pet Humanization”

เจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภค CLMV และกลยุทธ์การตลาดที่ SME ห้ามพลาด จากกูรูที่มีประสบการณ์มากว่า 18 ปี

นาทีนี้ ตลาดกลุ่มเพื่อนบ้านของเราอย่างกลุ่ม CLMV กำลังเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนสุดๆ แบบฉุดไม่อยู่ ผู้ประกอบการไทยจึงไม่ควรพลาดโอกาสที่อยู่ไกล้แค่เอื้อมเช่นนี้ แต่จะเจาะตลาดได้ยังไง ควรหาผู้รู้ช่วยแนะแนวทางก่อนก็ดี

โรแยล พลัส เพิ่มโอกาสตลาดส่งออก ปั้นนวัตกรรมโยเกิร์ตจากมะพร้าว ที่เก็บได้นาน 18 เดือนรายแรกในไทย

จากกระแสบริโภค Plant based ที่กำลังมาแรง “โรแยล พลัส” หรือ "Plus" บริษัทส่งออกน้ำมะพร้าวและน้ำนมมะพร้าว จึงได้คิดค้นพัฒนา “โคโคนัท โยเกิร์ต” นอกจากเอาใจผู้บริโภคสายกรีนแล้ว ยังสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 18 เดือน โดยไม่ต้องแช่เย็นด้วย