แต้คุนฮะ เปลี่ยนข้าวสารให้กลายเป็นของขวัญอวยพร

Text : ไศลธร เหมะสิขัณฑกะ
Photo : กฤษฎา ศิลปไชย

 

 
     จะเก๋ไก๋สักแค่ไหนถ้าวันนี้สินค้าพื้นๆ อย่างข้าวสาร ที่คนไทยคุ้นเคยกันมาทั้งชีวิต จะกลายร่างมาเป็นของขวัญแทนใจสุดพิเศษ เปลี่ยนจากสินค้าที่คนซื้อเพราะความจำเป็น มาเป็นของขวัญที่คนซื้อด้วยความรู้สึก "แต้คุนฮะ" ไอเดียธุรกิจของคนรุ่นใหม่หัวใจสร้างสรรค์ "พยูณ วรชนะนันท์" นักออกแบบสาว ทายาทรุ่น 3 ร้านข้าวสารแต้คุนฮะ ซึ่งเปิดให้บริการมานานถึง 64 ปี เธอไม่ต้องการให้กิจการของครอบครัวต้องมาล้มหายตายจากไปในรุ่นของทายาท จึงก่อเกิดไอเดียปฏิวัติข้าวสารที่คนซื้อเพื่อไปหุงรับประทานมาเป็นข้าวสารที่ซื้อเพื่อเป็นของขวัญแทนใจ

 
      “เดิมแต้คุนฮะ เป็นร้านขายข้าวสารที่เปิดมาตั้งแต่รุ่นอากง ราวๆ พ.ศ.2497 แต่เมื่อปลายปี 2559 รุ่นของพ่อกับแม่จะเกษียณ พวกเราสามพี่น้องที่เป็นรุ่นถัดมาก็รู้สึกเสียดายความรู้เรื่องข้าว เสียดายข้าวอร่อยๆ ที่พ่อกับแม่อุตส่าห์หาเจอ ด้วยความที่พวกเราโตมากับข้าวจึงไม่เคยสังเกตว่าตัวเองกินข้าวดีๆ มาตลอด เราเลยได้ข้อสรุปว่าอยากจะเอากิจการนี้มาสานต่อในแบบที่พวกเราเองถนัด โดยจะเน้นให้เป็นของขวัญมากกว่าการซื้อไปใช้เอง”


     

     ทายาทสาวบอกเล่าถึงที่มาของการปฏิวัติข้าวสารจากเดิมที่เป็นสินค้าซื้อเพราะความจำเป็นมาเป็นของชำร่วยเก๋ไก๋ ก่อนจะเล่าต่อถึงคอนเซปต์การออกแบบแพ็กเกจของข้าวสารแต้คุนฮะโฉมใหม่ให้ดูเป็นของขวัญว่า สินค้าจะต้องจบงานได้ด้วยตัวมันเองในฐานะที่เป็นของขวัญ โดยไม่ต้องห่อหุ้ม และไม่ต้องเขียนการ์ดแนบอะไร รวมถึงสามารถปรับเปลี่ยนได้ทุกเทศกาลด้วย

 
     “ในการออกแบบ ทางร้านคิดถึงคนซื้อก่อนเลย เพราะการให้ของขวัญ คือการส่งต่อความปรารถนาดีจากคนหนึ่งไปถึงอีกคน และเป็นเหมือนหน้าตาของคนให้ด้วย ฉะนั้นแทนที่จะแปะยี่ห้อร้านใหญ่ๆ เราเปลี่ยนเป็นแพ็กเกจประณีตๆ ที่มีคำอวยพรใหญ่ๆ แทนอย่าง ขอให้แข็งแรง หรือ ขอให้รุ่งเรือง ส่วนตัวถุงก็ขมวดผูกเป็นโบด้านบน ฉะนั้นสินค้าจะจบงานในตัวมันเองในฐานะของขวัญหนึ่งชิ้นได้เลย โดยคนซื้อไม่ต้องเขียนการ์ดและไม่ต้องห่อของขวัญเองอีกทีให้วุ่นวาย และเนื่องจากเรามีทีมออกแบบของตัวเอง เราจึงสามารถเปลี่ยนคำอวยพรและดีไซน์ให้เหมาะสมกับแต่ละเทศกาลได้ด้วย อย่างช่วงตรุษจีนก็จะมีแพ็กเกจพิเศษ ขอให้เฮง ออกมา นอกจากนี้ น้ำหนักของข้าวก็ยังเป็นสิ่งที่ทางร้านให้ความสำคัญ เพราะเราคิดว่า พอลูกค้าเอาไปมอบให้เป็นของขวัญแล้ว มันจะต้องไม่หนักจนกลายเป็นภาระให้กับผู้ที่ได้รับ เลยเป็นที่มาของข้าว ขอให้สุขกาย และ ขอให้สบายใจ ที่ทำถุงเล็กกำลังดี ไม่น้อยเกินไป และไม่หนักจนเป็นภาระ”




 
     นอกจากนี้ กระแสตอบรับจากลูกค้าในช่วงที่เริ่มแปลงโฉมธุรกิจใหม่ก็นับว่าออกมาดีเกินคาด จากจุดเริ่มต้นที่ตั้งเป้าว่าอยากปฏิรูปแพ็กเกจจิ้งข้าวแบบเดิมๆ ออกมาใหม่ และขอให้ได้คิดได้ทำอะไรใหม่ๆ ออกมา โดยไม่คาดหวังต่อผลตอบรับ แต่กลายเป็นลูกค้าตอบรับอย่างล้นหลามจนตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อในเส้นทางนี้

 
     “เราทำธุรกิจกันเล็กๆ มีครอบครัวเป็นที่ตั้ง พวกเราตกลงใจกันเอาไว้ว่า ไอเดียหลักก็คือเราจะลองปฏิวัติแพ็กเกจข้าวแบบเดิมๆ ดู โดยจะไม่ศึกษาแบบในท้องตลาดเลยว่าอันไหนขายดี แต่จะเริ่มมันขึ้นมาใหม่เองจากศูนย์ ฉะนั้นเราไม่คาดหวังกับผลตอบรับเลย คิดว่าได้ทำอะไรใหม่ๆ ออกมาก็ดีใจแล้ว แต่ปรากฏว่าผลตอบรับดีกว่าที่คิดไว้มาก เลยทำให้มีกำลังใจว่าเรามาถูกทางแล้ว มีแรงที่จะไปเดินหน้าพัฒนาต่อ ที่เซอร์ไพรส์ก็คือ มีลูกค้ามาซื้อไปเป็นของรับไหว้งานแต่งเยอะมาก ไม่ได้คาดคิดไว้มาก่อน ทำให้เราต้องไปค้นคว้าหาข้อมูลด้านนี้เพิ่ม บางทีก็จะถามรายละเอียดจากลูกค้าตรงๆ เลย เพื่อเก็บเป็นข้อมูลเพื่อพัฒนาต่อ ซึ่งโชคดีที่ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ก็จะใจดีและให้คำแนะนำที่ดีเสมอๆ”พยูณ กล่าวทิ้งท้าย

 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

อมต ชัยเกรียงไกร จากผู้อยู่เบื้องหลัง 2,000 สูตรสกินแคร์ญี่ปุ่น สู่ผู้ก่อตั้ง AMT Skincare รายได้ 520 ล้าน ด้วยโมเดล ‘ให้ความรู้ก่อนการขาย’

นักวิจัยเกียรตินิยมอันดับ 1 มีประสบการณ์จาก KOSÉ บริษัทเครื่องสำอาง Top 3 ของญี่ปุ่น แต่หางานในไทยไม่ได้ เพราะ 'Overqualified' จากวันที่มืดแปดด้าน อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ อมต ชัยเกรียงไกร กลับมาสร้างอาณาจักรธุรกิจ AMT Skincare ได้สำเร็จ

ชาว Dog Lover ต้องถูกใจสิ่งนี้! Hide Away Club “คาเฟ่หมาจร” ไอเดียทำธุรกิจยุคใหม่ เปิดคาเฟ่ไปด้วย ช่วยน้องหาบ้านไปด้วย

รู้จัก Hide Away Club หรือที่หลายคนเรียกว่า “คาเฟ่หมาจร” จ.นครปฐม ที่ไม่ได้เป็นเพียงร้านกาแฟ แต่ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้น้องหมาได้พบกับบ้านหลังใหม่

ไม่ได้เริ่มจากความพร้อม แต่เริ่มจากทางตัน Jimmy Family Restaurant กับบทเรียนการสู้ไม่ถอย พลิกธุรกิจฟื้นกลับมาได้ ในวันที่เกือบล้ม

เรียนจบกลับมา เหลือเงินในบ้าน 5,000 บาท หนี้ก้อนโต และร้านอาหารที่กำลังจะเปิด นี่คือจุดเริ่มต้นของ Jimmy Family Restaurant และไนน์-ภากร มหิทธาฤทธิกร ในวัย 22 ปี ก่อนที่จะเจอวิกฤติอีกครั้ง เมื่อคู่แข่งมาเปิดร้านใกล้ๆ จนขาดทุน เขาทำอย่างไรจึงพลิกธุรกิจกลับมาได้