ไขปริศนาเหตุใดกาแฟกระป๋องจึงครองความนิยมสูงสุดในตลาดญี่ปุ่น

TEXT: วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์




         เมื่อพูดถึงเครื่องดื่มในประเทศญี่ปุ่น คนส่วนมักนึกถึงชาเขียวและพิธีชงชาอันละเมียดละไม แต่น้อยคนที่จะทราบว่ากาแฟก็เป็นอีกเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมาช้านานในประเทศนี้ วัฒนธรรมการดื่มกาแฟในญี่ปุ่นนั้นเริ่มต้นในทศวรรษ 1930 ซึ่งช่วงเวลานั้น เฉพาะในโตเกียวซึ่งเป็นเมืองหลวงก็มีร้านกาแฟบริการจำนวนหลายพันร้าน
               

        ความชมชอบในเครื่องดื่มชนิดนี้ทำให้เกิดนวัตกรรมอันนำไปสู่การกำเนิดกาแฟกระป๋องรุ่นแรกๆ ของโลก และกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ข้อมูลระบุตลาดกาแฟพร้อมดื่มญี่ปุ่นปี 2019 มีมูลค่าสูงถึง 905,000 ล้านเยนหรือราว 2.75 แสนล้านบาท ข้อมูลยังระบุอีกว่าประชากรญี่ปุ่นบริโภคกาแฟกระป๋องโดยเฉลี่ยมากกว่า 100 กระป๋องต่อคนต่อปี            





        ความนิยมในกาแฟกระป๋องจนกลายเป็นเครื่องดื่มที่จำหน่ายมากเป็นอันดับต้นๆ มาจาก 2 ปัจจัยหลักคือ “ความสะดวก และราคาไม่แพง” เนื่องจากไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเวลานั่งอ้อยอิ่งจิบกาแฟตามร้านกาแฟก่อนเข้างาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานในออฟฟิศอย่างบ้าคลั่งถึงวันละ 12 ชั่วโมง อย่าว่าแต่เดินไปสั่งเอสเพรสโซ่หรือลาเต้ตามคาเฟ่ เวลาจะหายใจหายคอยังแทบไม่ทัน    
               

        นั่นจึงเป็นเหตุผลหลักที่คนญี่ปุ่นรักกาแฟกระป๋องเนื่องจากไม่เสียเวลาและสามารถเข้าถึงกาแฟกระป๋องได้ทุกที่ อาทิ ตามร้านสะดวกซื้อกว่า 50,000 ร้าน หรือตามตู้หยอดเหรียญที่กระจายตามที่ต่างๆ กว่า 5 ล้านตู้ โดยเฉพาะช่องทางหลัง มีเงินเหรียญแค่ร้อยเยนก็สามารถกดกาแฟกระป๋องตามตู้หยอดเหรียญมาดื่มได้ในเวลาไม่กี่วินาที



               

         ย้อนกลับไปช่วงปลายทศวรรษ 1960 ผู้ที่คิดค้นกาแฟกระป๋องคืออูเอะชิม่า ทาดาโอะ ผู้ก่อตั้งบริษัทผลิตกาแฟอูเอะชิม่า คอฟฟี่ โค หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ยูซีซี” เหตุเกิดในวันหนึ่งระหว่างรอรถไฟ อูเอะชิม่าได้ซื้อกาแฟร้อนที่ซุ้มขายเครื่องดื่มในสถานีรถไฟ หลังจากจิบได้ไม่กี่อึก รถไฟก็เทียบชานชลา ก่อนขึ้นรถไฟ เขาจึงต้องทิ้งกาแฟแก้วนั้นไปอย่างน่าเสียดาย
               

         จากเหตุการณ์ดังกล่าว อูเอะชิม่าเกิดแรงบันดาลใจที่จะผลิตกาแฟที่สามารถดื่มได้ทุกที่ ทุกเวลา หลังจากที่ลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง กาแฟกระป๋องยูซีซีรุ่นแรกก็พัฒนาสำเร็จด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้คงรสชาติ และเก็บได้นาน หลังจากนั้นจึงเริ่มวางจำหน่ายในปี 1969 ส่งผลให้ยูซีซีขึ้นแท่นแบรนด์กาแฟที่จำหน่ายกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก รวมแล้ว 52 ปี
               

         แม้ว่าร้านกาแฟแบบสเปเชียลตี้และเชนร้านกาแฟต่างประเทศจะผุดขึ้นมากมาย รวมถึงเครื่องชงกาแฟสำเร็จรูปที่วางขายเยอะขึ้น แต่กาแฟกระป๋องก็ยังยืนหนึ่งในตลาด และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุผลหลักมาจากราคาที่จูงใจนั่นเอง คือเริ่มต้นตั้งแต่ 100 เยนไปจนถึง 500 เยนขึ้นอยู่กับคุณภาพ



               

       ความนิยมที่ล้นหลามในสังคมยังทำให้บริษัทต่างๆ หันมาผลิตกาแฟกระป๋องป้อนตลาดเช่นกัน อาทิ บริษัทโคคา-โคล่าที่นำเสนอกาแฟ Georgie บริษัทซันโทรีที่ผลิตกาแฟ BOSS บริษัทอาซาฮีที่แนะนำกาแฟ Wonda หรือบริษัทคิรินที่ผลิตกาแฟ Fire  ที่สำคัญในแต่ละปีจะมีกาแฟกระป๋องรสใหม่เปิดตัวกว่าร้อยชนิดทั้งร้อนและเย็น ทำให้ผู้บริโภคได้ลองอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา
               

        อย่างไรก็ตาม เกิดข้อสงสัยว่ากาแฟกระป๋องได้ส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมกาแฟของญี่ปุ่นหรือไม่ หลายคนอาจมองว่าทั้งกาแฟสำเร็จรูปพร้อมชงที่ซื้อติดบ้าน และกาแฟกระป๋องที่หาซื้อง่ายดายทุกพื้นที่จะเป็นสิ่งที่คุกคามธุรกิจคาเฟ่หรือร้านกาแฟในประเทศหรือไม่ คำตอบคือไม่มีผลสักเท่าไร เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคญี่ปุ่นคือโดยมากดื่มกาแฟกระป๋องในวันทำงาน แต่ในวันหยุด หรือวันพักผ่อน พวกเขาก็เลือกที่จะเดินเข้าร้านกาแฟเพื่อซื้อกับบาริสต้า กาแฟจึงเป็นทั้งเครื่องดื่มที่จำเป็นและเป็นสิ่งที่เลือกได้ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้บริโภค



               

          อย่างไรก็ดี สืบเนื่องจากวิกฤติโรคระบาดจากไวรัสโควิด-19 และคนจำนวนมากถูกบีบให้ทำงานที่บ้าน จากกาแฟกระป๋องที่ดื่มในวันทำงานก็มีบ้างที่เปลี่ยนมาเป็นกาแฟสำเร็จรูปหรือกาแฟสดชงดื่มเองที่บ้าน ในขณะที่อนาคตของกาแฟกระป๋องจะยังมีความแน่นอน แต่ถ้าในภายภาคหน้า หากญี่ปุ่นเปลี่ยนเป็นสังคมที่ผู้คนทำงานทางไกลมากขึ้นก็มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นยอดขายกาแฟกระป๋องลดลง
               

        แต่นั่นก็เป็นเพียงความคาดการณ์ ซึ่งจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ยังไม่ทราบ ที่แน่ๆ ตราบใดที่ผู้คนยังคงเดินทางสัญจรไปมา ธุรกิจต่างๆ ยังดำเนินต่อไปและพนักงานยังต้องมาทำงาน รวมถึงตู้หยอดเหรียญยังเป็นที่พึ่งที่ดีที่สุด สำหรับผู้บริโภคญี่ปุ่นแล้ว กาแฟกระป๋องคงไม่เสื่อมความนิยมง่าย ๆ

 

        ที่มา : https://theoldcoffeepot.com/japanese-canned-coffee/
         www.thrillist.com/eat/nation/japanese-canned-coffee
         https://bartalks.net/japans-obsession-with-canned-coffee/
 
 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

CBAM #2 ภาคต่อมาตรการส่งสินค้าไปขายยุโรป จากภาษี สู่ต้นทุนคาร์บอน กติกาใหม่ที่ผู้ส่งออกต้องรู้!

CBAM มาตรการคาร์บอนของสหภาพยุโรป กำลังเข้าสู่ช่วงบังคับใช้จริงในปี 2569 นี้ ที่เปลี่ยนจากแค่ “รายงานข้อมูล” สู่ “การจ่ายจริง” CBAM ปี 2566 กับปี 2569 ต่างกันอย่างไร? ผู้ประกอบการไทยควรโฟกัสอะไรเป็นพิเศษในปีนี้ สรุปไว้ให้แล้วในบทความนี้

PASH เปลี่ยนผลไม้ไทย ให้เป็นธุรกิจสมูทตี้ที่สเกลได้จริง วางระบบด้วยวิธีคิดแบบวิศวกร

PASH ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์สมูทตี้ผลไม้ทั่วไป แต่เป็นตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม การผลิตเชิงอุตสาหกรรม และมุมมองแบบเชฟ มาหลอมรวมเข้ากับวัตถุดิบผลไม้ไทย จนเกิดเป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์และสเกลได้จริง

T-Shed เสื้อยืด 2 in 1 สำหรับคนใส่แว่น ใส่ก็เท่ เช็ดแว่นก็ดี หมดปัญหาทำเลนส์เป็นรอย

คนใส่แว่น ต้องเคยประสบปัญหานี้! เผลอ “เช็ดแว่นด้วยเสื้อ” จนทำให้เลนส์เป็นรอยขีดข่วนโดย จาก Pain Point ที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดไอเดียสุดครีเอทเสื้อยืด “T-Shed” (ทีเช็ด) ฟังก์ชันพิเศษออกมาที่สามารถใช้เช็ดแว่นได้จริง โดยไม่ทำให้เลนส์เป็นรอย