รับชำระเงินด้วยคริปโต มีความเสี่ยงจริงหรือไม่??

Text: นเรศ เหล่าพรรณราย

 

     จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกจดหมายแสดงความคิดเห็นว่าไม่สนับสนุนที่จะให้ภาคธุรกิจรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยสกุลเงินดิจิทัลหรือ Cryptocurrency หลังช่วงที่ผ่านมาภาคธุรกิจต่างตื่นตัวในประเด็นนี้กันอย่างมาก โดยให้เหตุผลว่ามีความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน อาชญากรรมทางไซเบอร์และข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล

     ความจริงแล้วการที่ภาคธุรกิจออกมารับสกุลเงินดิจิทัลในการชำระค่าสินค้าและบริการถือว่าเป็นความเสี่ยงตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยว่ามาหรือไม่??

     คำตอบคือหากมีการใช้บริการศูนย์กลางซื้อขายหรือ Exchange ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังและ ก.ล.ต. ปัญหาดังกล่วจะไม่เกิดขึ้นหรือมีโอกาสน้อยมากที่จะเกิด

     เหตุผลคือ Exchange ที่อยู่ภายใต้กฎหมายไทยจะต้องส่งข้อมูลของลูกค้าไปยัง ป.ป.ง. เพื่อป้องกันการที่จะใช้ช่องทางดังกล่าวในการฟอกเงิน นอกจากนี้ยังต้องได้รับการตรวจสอบมาตราฐานทางด้านเทคโนโลยีว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือหรือไม่ รวมถึงการที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน เท่ากับว่าปัญหาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกังวลไม่น่าที่จะเกิดขึ้น

     แต่ถ้าหากร้านค้าหรือลูกค้าไปใช้บริการ Wallet หรือ Exchange ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตหรือผ่านการตรวจสอบจาก ก.ล.ต. ความเสี่ยงในเรื่องของการโจรกรรมทางไซเบอร์ก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ตลอดจนถึงการนำไปใช้เป็นแหล่งของการฟอกเงินและความเสี่ยงที่ข้อมูลของลูกค้าจะรั่วไหล

     สำหรับประเด็นที่ราคาของ Cryptocurrency มีความผันผวนสูงซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบธุรกิจได้รับผลกระทบจากการที่รับชำระด้วยคริปโต ประเด็นนี้แก้ไขได้โดยการใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันที่ Exchange จะเป็นผู้รับแลกเปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยนจาก Cryptocurrency ให้เป็นสกุลเงินบาทได้โดยทันทีเมื่อเกิดการชำระ เท่ากับว่าผู้ประกอบธุรกิจได้รับชำระค่าสินค้าและบริการมาเก็บในรูปแบบเงินบาทซึ่งไม่มีความเสี่ยง

     แต่ผู้ประกอบธุรกิจก็สามารถที่จะเลือกเก็บ Cryptocurrency ดังกล่าวไว้ใน Wallet ได้เช่นกันโดยดูจังหวะที่ราคามีความเหมาะสมค่อยแปลงกลับมาเป็นสกุลเงินบาทได้ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยงหากราคา Cryptocurrency ที่เก็บไว้มีมูลค่าลดลง อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากในเรื่องของการจัดการบัญชีและความเสี่ยงของราคาก็ควรจะเลือกแปลงเป็นเงินบาทไว้ทันทีจะดีกว่า

     ในมุมของผู้ใช้งานจริงแล้ว Cryptocurrency ไม่ได้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการนำมาใช้แทนเงิน Fiat Currency แต่อย่างไรเนื่องจากราคาที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยคุณสมบัติของ Cryptocurrency โดยเฉพาะ Bitcoin ถูกจัดให้อยู่ในรูปแบบของ Store Of Value หรือแหล่งสะสมความมั่งคั่งเช่นเดียวกับทองคำ

     โดยผู้ที่ถือครอง Bitcoin สามารถแบ่งบางส่วนมาใช้ในการจับจ่ายซื้อของในชีวิตประจำวันได้ถ้าหากร้านค้านั้นๆเปิดรับ ไม่ได้หมายความว่าเก็บ Cryptocurrency นั้นๆ ไว้เพื่อจุดประสงค์ในการนำมาใช้จ่ายแทนเงินโดยตรง

     กระแสของเทคโนโลยีโดยเฉพาะสังคมไร้เงินสดกำลังเข้ามาในชีวิตประจำวันของเรามากยิ่งขึ้น ผู้ประกอบธุรกิจควรต้องศึกษาช่องทางดังกล่าวไว้เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าที่มีความเข้าใจใน Cryptocurrency และรับความเสี่ยงได้

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

จากขับแกร็บ พลิกชีวิต ฟัง Podcast จนได้เป็นเจ้าของธุรกิจ ‘อิคคิวโตมากับไข่’ ร้านเดลิเวอรี่ข้าวหน้าไข่ ที่ทำยอดขายเกือบครึ่งล้านต่อสาขา

จากอาชีพขับแกร็บ สู่เจ้าของธุรกิจรายได้ครึ่งล้านต่อสาขา นี่คือ เรื่องราวของ "ตะวัน บุราญรมย์" ชายหนุ่มผู้ไม่ได้มีต้นทุนชีวิต แต่ใช้ความสามารถเป็นทุนในการขับเคลื่อนชีวิต

จับชีพจรก่อนยกแก้ว! บาร์แพทย์แผนจีนที่มี ‘หมอแมะ’ มาสั่งค็อกเทลให้ เอาใจคนรุ่นใหม่จีนที่เครียดจัด

รู้จัก Niang Qing บาร์ยอดฮิตในเซี่ยงไฮ้ที่ก่อตั้งโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีน ที่บาร์แห่งนี้แทนที่จะเห็นขวดเหล้าเรียงราย ผนังบาร์กลับถูกแทนที่ด้วยลิ้นชักตู้ยาจีนแบบโบราณที่อัดแน่นไปด้วยสมุนไพร ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ

อมต ชัยเกรียงไกร จากผู้อยู่เบื้องหลัง 2,000 สูตรสกินแคร์ญี่ปุ่น สู่ผู้ก่อตั้ง AMT Skincare รายได้ 520 ล้าน ด้วยโมเดล ‘ให้ความรู้ก่อนการขาย’

นักวิจัยเกียรตินิยมอันดับ 1 มีประสบการณ์จาก KOSÉ บริษัทเครื่องสำอาง Top 3 ของญี่ปุ่น แต่หางานในไทยไม่ได้ เพราะ 'Overqualified' จากวันที่มืดแปดด้าน อะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ อมต ชัยเกรียงไกร กลับมาสร้างอาณาจักรธุรกิจ AMT Skincare ได้สำเร็จ