จับกระแสด้อมยังไงให้ยอดพุ่ง 50% ถอดกลยุทธ์ร้านจัดดอกไม้ Aphrodite Flowers

Text: Neung Cch.

 

     ข้อดีอย่างหนึ่งของการเป็นธุรกิจขนาดเล็กคือ สามารถปรับตัวได้ไว เอาใจลูกค้าได้เร็ว ถ้ารู้จักปรับตัวให้ทันกระแสจะทำให้ธุรกิจเติบโตได้

     โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย นั่นคือแฟนคลับเหล่า FC ด้อม หรือติ่ง สุดที่จะนิยามไปตามยุคสมัย ซึ่งคนกลุ่มนี้เปรียบเหมือนคลื่นใต้น้ำคอยผลักดันศิลปินให้โด่งดังแล้ว ว่ากันว่าถ้าธุรกิจไหนตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้เตรียมนับแบงก์ได้เลย เหมือนกับชายหนุ่มวัย 28 ปี สหรัฐ วงค์ษา เจ้าของร้าน Aphrodite Flowers ที่สามารถปรับตัวต่อยอดจากการจัดช่อดอดไม้ด้วยไม้สดปรับกลยุทธ์มาใช้แบงก์ หรือขนมโปรดของเหล่าศิลปินทำเป็นช่อดอกไม้สร้างรายได้ให้ร้านตัวเองเพิ่มขึ้นกว่า 50%

ปรับตัวให้เป็นก็เห็นรายได้

     หนุ่มจากเชียงรายเล่าให้ฟังว่า โดยปกติร้าน Aphrodite Flowers รับจัดดอกไม้สดให้กับลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ แต่แล้ววันหนึ่งตนก็ได้รับข้อความจากลูกค้ารายหนึ่งที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศเขียนมาขอให้จัดช่อดอกไม้ไปให้เป็นศิลปินคนโปรดของเขา และยอมจ่ายเงินล่วงหน้าก่อน แต่มีข้อแม้คือให้นำขนมขาไก่ที่ศิลปินชื่นชอบมาทำเป็นช่อดอกไม้ กลายโจทย์ที่ยากที่มาพร้อมกับความท้าทายเพราะเจ้าตัวไม่เคยทำมาก่อน มีสองทางให้เลือกคือ จะตอบรับหรือปฏิเสธ

     “เราไม่เคยจัดช่อดอกไม้โดยใช้วัสดุแบบนี้ ต้นแบบก็ไม่มี ลูกค้าแค่วาดรูปมาให้ทำเป็นขนมขาไก่ เราต้องใช้จินตนาการต่อจากรูปวาดลูกค้าว่าจะเอาขนมแต่ละห่อติดกันได้อย่างไร ด้วยวิธีใด”

      ในที่สุดเมื่อเปิดยอมเปิดรับกับสิ่งใหม่ ไม่เพียงแต่จะได้ช่อดอกไม้เป็นรูปขาไก่ขนาดยักษ์ ความยาว 1.5 เมตร ความแปลกใหม่ของช่อดอกไม้กลายเป็นความประทับใจของลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับของศิลปินที่ได้เห็นผ่านสื่อโซเชียล ทำให้ร้านเขาเริ่มมีกลุ่มแฟนคลับศิลปินมากขึ้น

     นอกจากขนมแล้วแฟนคลับบางคนถึงกับยอมโอนเงินหลักแสนมาเพื่อจะให้นำแบงก์ไปทำเป็นช่อดอกไม้ ตรงนี้ยิ่งทำให้สหรัฐ บอกกับตัวเองว่า เมื่อลูกค้ายอมเชื่อใจแล้วเขาเองก็ต้องทำให้ลูกค้าเชื่อใจด้วยเช่นเดียวกัน ต้องทำทุกอย่างให้โปร่งใส ถ่ายคลิปทุกขั้นตอนให้ลูกค้าดูจนกระทั่งการส่งมอบดอกไม้ให้ถึงมือศิลปินที่เขาเป็นคนนำไปส่งด้วยตัวเอง

     “กลุ่มนี้สร้างรายได้ให้ร้านพอสมควร ช่วยทำให้รายได้เพิ่ม 50% เพราะส่วนใหญ่แต่ละช่อก็ราคาสูง ที่เคยได้สูงสุดก็ช่อละประมาณหนึ่งหมื่นบาท”

ยิ่งมีแฟนคลับ ยิ่งต้องพัฒนา

      แม้จะมีบางคนมองว่า ธุรกิจการจัดช่อดอกไม้อาจเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ในทางตรงกันข้ามกลับเป็นธุรกิจที่ทำรายได้เรื่อยๆ แม้แต่โควิดที่ร้านค้าต้องปิด แต่ร้านค้าของสหรัฐก็ยังมีคนสั่งดอกไม้เรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ที่สามารถทำรายได้หลักแสนบาทมาแล้ว

     “ถ้าจะมองว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยก็ใช่อยู่เพราะราคาค่อนข้างสูง แล้วมันไม่ได้อยู่ในสินค้าที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต แต่คนก็มักชอบส่งดอกไม้ให้กันเยอะ เป็นการให้กำลังใจ เป็นคุณค่าทางจิตใจ ใช้เวลาง้อแฟน ฉะนั้นมองว่าจำเป็นไม่จำเป็นก็ได้แล้วแต่การตีความของแต่ละคน”

     อย่างไรก็ตามเจ้าของร้าน Aphrodite Flowers มองว่าธุรกิจร้านดอกไม้ยังเติบโตไปได้ เพียงแต่ต้องพัฒนาสร้างความแตกต่างให้ได้ เพราะปัจจุบันมีร้านดอกไม้เกิดขึ้นเยอะมาก เฉพาะในกรุงเทพฯ ก็มีร้านดอกไม้เป็นจำนวนพันร้าน

     “เราต้องมีการพัฒนาตลอด ตัวเองพยายามไปหา reference การจัดดอกไม้ของต่างชาติ การเลือกใช้ดอกไม้ วัสดุ มีการพัฒนาไปประยุกต์ โดยเฉพาะการนำเอาลูกโป่งมาผนวกเข้ากับช่อดอกไม้ เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวเอเซียชอบงานที่ออกแนวน่ารักๆ สดใส”

     การพัฒนาและปรับตัวให้ทันกระแสก็เป็นอีกหนี่งหนทางที่จะทำให้ธุรกิจขับเคลื่อนต่อไปได้

 

ข้อมูลติดต่อ

IG: aphroditeflower_bkk

โทรศัพท์: 093 423 6199, 094 792 8769

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี 

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

เพราะคิดถึงรสชาติความหนึบของขนม  หนุ่มไต้หวันสร้างแบรนด์แพนเค้กโมจิ KiuKiu ที่ทำเงิน 100,000 ดอลลาร์ในเดือนแรก

ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เริ่มจากไอเดียเล็กๆ แต่ลงมือทำอย่างจริงจัง ทดลองสูตรกว่า 80 ครั้ง จนทำให้ KiuKiu แบรนด์แพนเค้กและวาฟเฟิลสไตล์โมจิ เติบโตเร็วแบบชวนทึ่ง ทำรายได้แตะ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในเดือนแรกของการเปิดขาย

จาก Home School สู่ธุรกิจ Event เงินล้าน เจาะความคิด CEO วัย 19 ที่ทำให้ลูกค้ายอมไว้ใจ Gen Z

ทิ้งมหาลัย เพื่อออกมาเปิดบริษัท! นี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ของ CEO วัย 19 ที่พิสูจน์แล้วว่า 'ประสบการณ์' สร้างรายได้ถึง 'เงินล้าน' ได้จริง

MATCHAZUKI จากความหลงใหลสู่แบรนด์มัทฉะไทยกว่า 11 ปี ที่ “ใส่ใจ” ลูกค้าในทุกย่างก้าวของการเติบโต

แม้วันนี้มัทฉะจะฟีเว่อร์ แต่ไม่ใช่ 11 ปีก่อน เมื่อการหามัทฉะคุณภาพดีในไทยไม่ใช่เรื่องง่าย จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ทีมเล็กๆ ก่อกำเนิด MATCHAZUKI แบรนด์ไทยที่หลงใหลในมัทฉะไม่แพ้ใคร พร้อมเปิดประตูชวนผู้คนให้ก้าวเข้าสู่โลกสีเขียวใบนี้ไปด้วยกัน