คุยกับ เยจิน คิม ผู้ประกอบการหญิงนักสู้ กู้วิกฤตหนี้ร้อยล้านด้วย กิมจิโอ่ง

Text: จีราวัฒน์ คงแก้ว

 


      นักธุรกิจหญิง บุคลิกงามสง่า นั่งเซ็นสัญญากับนักลงทุนต่างชาติ เพื่อขยับกิจการให้ก้าวสู่ธุรกิจระดับเอเชีย คือภาพจำในอดีตของ "เยจิน คิม" ผู้ประกอบการไทยสัญชาติเกาหลี เจ้าของธุรกิจนำเข้ายานยนต์ อะไหล่ยนต์ และประกอบรถบัสจำหน่าย ที่เคยมีรายได้ถึงเกือบ 300 ล้านบาทต่อปี แต่ทันทีที่โควิด-19 มาเยือน ธุรกิจกลับต้องล่มสลาย พร้อมหนี้สินอีกถึง 167 ล้านบาท ทว่าเธอกู้วิกฤตกลับมาได้ ด้วยการพลิกมาขาย “กิมจิโอ่ง”  

รับมือวิกฤตด้วยคำว่า ไม่ยอมแพ้

      "เยจิน คิม" เป็นชื่อของเด็กไทยที่ไปเติบโตในประเทศเกาหลีและมีสัญชาติเกาหลีโดยสมบูรณ์ เธอเรียนรู้ธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์และอะไหล่ยนต์จากธุรกิจของพ่อบุญธรรมในวัยเพียง 18 ปี และคลุกคลีกับธุรกิจนี้มาค่อนชีวิต (ปัจจุบันอายุ 43 ปี) มีโอกาสเป็นล่ามและสั่งสินค้าเข้าตู้ให้กับผู้ประกอบการไทยที่นำเข้าอะไหล่ยนต์จากเกาหลี จนเห็นโอกาสจึงขยายมาเปิดธุรกิจในประเทศไทย ใช้ชื่อ “บริษัท เยซูต้า มอเตอร์ เทรดดิ้ง จำกัด” ทำนำเข้ายานยนต์ อะไหล่ยนต์จากเกาหลี และประกอบรถบัสจำหน่าย

     ธุรกิจเคยประสบความสำเร็จมีรายได้ถึงเกือบ 300 ล้านบาทต่อปี ภายใต้การขับเคลื่อนของพนักงานกว่า 20 ชีวิต แต่ใครจะคิดว่าทันทีที่โควิด-19 มาเยือน ธุรกิจทัวร์และการท่องเที่ยวหยุดชะงัก จะส่งผลกระทบถึงธุรกิจของเธอตามไปด้วย เมื่อความต้องการใช้รถสะดุดลง รถบัสที่กำลังจะส่งมอบให้ลูกค้าและอยู่ระหว่างประกอบขาย กลับกลายเป็นของที่หมดความหมาย อะไหล่ยนต์นอนนิ่งสนิทอยู่ในโกดัง วันนั้นไม่เพียงรายได้หลักร้อยล้านมลายหายไป ทว่าเธอยังเป็นหนี้อีกถึง 167 ล้านบาท! 

      “อยู่กับธุรกิจยานยนต์มาเกือบ 30 ปี ต้องบอกว่าคือทั้งชีวิตเลยก็ว่าได้ ก็ไม่เคยคิดว่าจะมีแรงกระทบที่ทำให้ธุรกิจหลักของเราต้องล้มทั้งยืนได้ขนาดนี้”

      เธอบอกสถานการณ์สุดสาหัสที่ต้องเผชิญ ซึ่งในฐานะคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ยังมีพนักงานอีกกว่า 20 ชีวิตอยู่ในการดูแล การตัดสินใจทุกอย่างจึงยิ่งยากลำบากกว่าหลายเท่า 

     “ในการทำงานถ้าจะเอาแค่ตัวเรารอด ก็ให้ธุรกิจล้มละลายไป ไม่ต้องสู้ต่อ แล้วเราสองคนแม่ลูกก็แค่ซื้อตั๋วบินกลับเกาหลี ทุกอย่างจบ แต่นั่นไม่ใช่เรา เราไม่อยากเป็นคนๆ นั้น ที่ยอมแพ้ในวันนี้ด้วยการซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วบินกลับเกาหลี ตอนนั้นคิดว่าถ้าไม่มีเราพนักงานหรือทีมงานจะทำอะไร เขาจะอยู่กันยังไง จะเลี้ยงดูครอบครัวกันยังไง ที่สำคัญเราเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวถ้าไม่มีเราสักคน แล้วลูกจะอยู่ยังไง นั่นคือวินาทีพลิกชีวิตที่ทำให้มีสติ แล้วดึงตัวเองกลับมา โอเค เราจะต้องทำอะไรต่อ ต้องไม่ยอมแพ้” เธอบอกกับตัวเองเช่นนั้น