3 เช็กลิสต์ จากนักธุรกิจฟาร์มเห็ด รับมือยังไง? เมื่อเจอวิกฤตคู่แข่งล้นตลาด

TEXT : Nitta Su.

Main Idea

3 เช็กลิสต์ ทางเลือกธุรกิจไปต่อแบบไหน? เมื่อเจอคู่แข่งล้นตลาด

  • ปรับปรุงการผลิตได้ไหม

 

  • หากลุ่มลูกค้าใหม่ได้หรือเปล่า

 

  • ถ้า 2 ข้อแรกทำไม่ได้ ให้เปลี่ยนไปทำอย่างอื่น

 

     การทำธุรกิจให้ยืนยาวเป็นสิ่งที่ไม่ว่าผู้ประกอบการคนใด ก็คงอยากได้ แต่หากวันหนึ่งเมื่อธุรกิจต้องถึงทางตัน เจอคู่แข่งรายใหม่ที่เก่งกว่า ดีกว่า แถมยังทำราคาขายได้ดีกว่า ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับมาทบทวนแล้วว่า เราจะไปต่อ หรือหยุด วันนี้เรามี 3 ข้อแนะนำดีๆ จาก อภิศักดิ์ แซ่หลี ผู้บริหาร บริษัท ลัลณ์ลลิลไบโอเทค จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหัวเชื้อเห็ดมากกว่า 20 สายพันธุ์ รวมถึงอุปกรณ์เพาะเห็ดให้แก่เกษตรกร ที่ผ่านตัวมาจากเจ้าของฟาร์มเห็ดที่เคยเพาะเห็ดขายป้อนให้กับร้านอาหารเชนดังเจ้าใหญ่ แต่แล้ววันหนึ่งก็ต้องคิดใหม่ เมื่อเจอคู่แข่งล้นตลาด

ปรับปรุงการผลิต

     “ข้อแรกเมื่อคุณต้องเจอกับคู่แข่งที่เยอะขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ดีกว่า ราคาถูกกว่า ให้ลองถามตัวเองว่าเราสามารถปรับปรุงอะไรได้บ้างในการผลิต เช่น ปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ไหม เพื่อหนีคู่แข่ง หรือผลิตให้ได้จำนวนเยอะขึ้น ขายให้เยอะขึ้น เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ถูกลงกว่าเดิม โดยทั้งนี้ต้องลองพิจารณาหลายด้านถึงศักยภาพความพร้อมด้วยว่าเราสามารถทำได้แค่ไหน เช่น หากผลิตเยอะขึ้นก็ต้องจ้างแรงงานเยอะขึ้น ดีไม่ดีอาจต้องขยายโรงงานเพิ่ม ต้องถามตัวเองว่าเราพร้อมที่จะทำแบบนั้นหรือเปล่า”

หากลุ่มลูกค้าใหม่

     “ข้อต่อมา เมื่อพิจารณาแล้วว่าเราอาจไม่พร้อมที่จะสู้ด้วยการผลิตปริมาณเยอะๆ เพื่อให้ได้ราคาที่ถูกลง เราก็อาจใช้วิธีมองหากลุ่มลูกค้าตลาดใหม่ที่เขาอาจไม่ได้สนใจเรื่องราคาว่าถูก หรือแพง แต่สนใจที่คุณภาพ ความพิเศษของผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจจะเป็นนีชมาร์เก็ต เป็นตลาดที่เฉพาะกลุ่มลงไป ซึ่งอาจมีอยู่จำกัด มีไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็ต้องลองคิดดูว่าวิธีการนี้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจของเรา หรือเปล่า แต่สำหรับลัลณ์ลลิลเราทำฟาร์มเห็ด ซึ่งก็มีเจ้าอื่นๆ อยู่อีกเยอะ การจะทำนีชมาร์เก็ตได้จึงค่อนข้างยาก เราจึงเลือกวิธีอื่น”

เปลี่ยนไปทำอย่างอื่น

     ข้อสุดท้าย ถ้า 2 ข้อแรกไม่ตอบโจทย์ วิธีสุดท้าย ก็คือ ลองเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นเลยดีไหม โดยเอาความรู้ที่เรามีมาต่อยอด เริ่มต้นทำสิ่งใหม่ ซึ่งในช่วงรอยต่อนั้นเราเจอคู่แข่งในตลาดเยอะขึ้นมาก ทั้งเกษตรกร และคนทำฟาร์มแห็ดรายอื่น ถ้ายิ่งลงไปแข่งขันกับเขาก็ยิ่งต้องเหนื่อย เพื่อให้ได้กำไรต่อกิโลแค่ไม่กี่บาท เราเลยลองคิดใหม่ เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยแทนที่จะลงไปแข่งขัน เราเลยลองเอาองค์ความรู้ภูมิปัญญาที่มีเปลี่ยนจากเพาะเห็ดขาย มาผลิตหัวเชื้อขายกลับไปให้กับเกษตรกรและฟาร์มเห็ดต่างๆ แทนดีกว่า เรียกว่าเปลี่ยนคู่แข่ง ให้เป็นคู่ค้า ซึ่งการที่เราทำธุรกิจมานาน ทำให้เรามองออกว่าอะไร คือ สิ่งที่เขาต้องการ หรืออยากได้เพิ่มเติม พยายามมองหาจุดนั้นให้เจอ และคุณจะพบโอกาสใหม่ ที่ไม่ต้องไปแข่งขันให้เหนื่อยแบบเดิม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณต้องทำตัวเองให้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดด้วย”

 

Tips

     “การแก้ปัญหาไม่ได้แล้วยังฝืนทำต่อ เราเรียกว่า ดันทุรัง แต่บางครั้งเราก็อาจจำเป็นที่จะต้องฝืนก่อน เพื่อให้รู้ว่าเป็นยังไง เพราะไม่อย่างนั้นก็เหมือนกับเราไม่สู้กับปัญหาเลย แต่ต้องระวังไว้ด้วยเพราะดันทุรังกับความตั้งใจทำ บางครั้งมีแค่เส้นบางๆ กันอยู่ ความดันทุรัง คือ ยิ่งฝืนทำ ยิ่งแย่ ยิ่งมองไม่เห็นทาง ยิ่งขาดทุน ไม่เห็นกำไร แต่ถ้าลองฝืนแล้วรู้สึกว่ามีแนวโน้มดีขึ้น เพียงแต่จากปัจจัยภายนอกอาจไม่เอื้ออำนวยเหมือนเมื่อก่อน แต่เรารู้แล้วว่าทำแล้วมันจะไม่ต่ำลงไปกว่าเดิม ก็ให้พยายามต่อเถอะครับ”

 

 

ข้อมูลติดต่อ

ลัลณ์ลลิล กรุ๊ป

https://web.facebook.com/jintana.saeli

โทร. 089-977-1414

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

‘พักกับผัก’ ร้านอาหารริมน้ำท่าจีน เสิร์ฟรสชาติไทยที่หายไปกว่า 50 ปี จากครัวในบ้าน สไตล์ Cooking Craft

“พักกับผัก” หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่โลเคชันลับริมน้ำท่าจีน แต่คือ “รสชาติที่หายไป 50 ปี” ที่เสรี หวังพูลสวัสดิ์ เจ้าของร้านกล้ายืนยันว่าหาทานที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

“ท่องยามู Café” ร้านกาแฟเมืองยะลา ที่เจ้าของชวนชาวบ้านเอาผักมาขาย สร้างรายได้ไปด้วยกัน

“ท่องยามู Café” คาเฟ่เล็กๆ ในชุมชนบ้านทุ่งยามู จังหวัดยะลา ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศน่ารักสบายๆ แต่ยังมีไอเดียเปลี่ยนพื้นที่หน้าร้านให้กลายเป็น “ร้านผักชุมชน” ให้ชาวบ้านนำผลผลิตมาวางขาย จนกลายเป็นเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร

จาก Oh! Vacoda คาเฟ่อะโวคาโด สู่ Oh! Vacola ร้านคราฟต์โคล่าไม่ซ่าแบบกระป๋อง ที่ใช้เวลาคิดสูตรนานกว่า 5 ปี  

จาก Oh! Vacoda สู่ Oh! Vacola ร้านคราฟต์โคล่าน้องใหม่ ที่มาพร้อมความไม่ซ่า ที่คนแห่ไปเช็กอินย่านทรงวาด โดยความตั้งใจของ รุจิยาทร โชคสิริวรรณ ที่อยากให้คนเข้าใจและรู้ว่าต้นกำเนิดของโคล่านั้นคือสมุนไพร ไม่ใช่น้ำอัดลมอย่างที่เห็นทุกวันนี้