ที่นี่ไม่มีเสียงเรียก ไม่มีเสียงพูด ร้านชาไร้เสียง CHAGEE Signing Store ที่ทีมบาริสต้าเป็นผู้บกพร่องทางการได้ยิน

เรียบเรียง : Jitti


      เมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2025 ที่ผ่านมา CHAGEE แบรนด์ชาพรีเมียมจากจีน ได้เปิดตัว “Signing Store” แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) พร้อมประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ความเงียบไม่ได้แปลว่าไร้พลัง และการสื่อสารไม่จำเป็นต้องใช้เสียงเสมอไป

     ร้านชาแห่งนี้มีความพิเศษ ไม่ใช่เพียงเพราะรสชาติของชา แต่เป็น “ทีมบาริสต้า” ทั้ง 14 คนที่ล้วนเป็นผู้บกพร่องทางการได้ยินหรือหูหนวก และสามารถดำเนินงานร้านได้อย่างมืออาชีพในสภาพแวดล้อมที่ออกแบบให้รองรับและเคารพในความหลากหลายของมนุษย์

จากแก้วชาสู่พื้นที่แห่งโอกาส

     แนวคิดของ “Signing Store” ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะต้องการสร้างความแตกต่าง แต่เป็นผลลัพธ์จากความเชื่อมั่นของ CHAGEE ว่าธุรกิจที่ดี ควรเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมที่ดีด้วย

     ต้นแบบของร้านลักษณะนี้เริ่มต้นขึ้นในประเทศจีน เมื่อช่วงต้นปี 2024 โดย CHAGEE ได้ร่วมมือกับ China Disabled Persons’ Federation คัดเลือกและฝึกอบรมผู้พิการทางการได้ยินให้เป็นบาริสต้ามืออาชีพ และออกแบบพื้นที่ให้เหมาะสมทั้งในแง่ของเสียง แสง และระบบการสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชัน

     สาขาแรกเปิดที่เมืองหังโจว (G.T. Land Plaza, Zhejiang) เมื่อเดือนมกราคม 2024 และอีกแห่งที่เซี่ยงไฮ้ (Touch Mall, Xuhui District) โดยทั้งสองสาขาดำเนินงานภายใต้ชื่อว่า “Silent Store” มีพนักงานซึ่งเป็นผู้พิการทางการได้ยิน 5 คนต่อร้าน และใช้ภาษามือควบคู่กับระบบ visual-based order

     จากความสำเร็จในจีน CHAGEE จึงตัดสินใจขยายแนวคิดนี้ออกนอกประเทศ โดยเลือกสิงคโปร์เป็นจุดเริ่มต้น เพราะเป็นตลาดที่เปิดรับนวัตกรรมและส่งเสริมความครอบคลุมทางสังคม

มากกว่าร้านชา คือพื้นที่ปลอดเสียงที่ส่งเสียงถึงใจ

     CHAGEE เรียกร้านแห่งนี้ว่า “Silent Bar” ซึ่งภายในร้านถูกออกแบบเป็นพิเศษเพื่อรองรับการทำงานของพนักงาน เช่น ผนังบุไม้คอร์กซึ่งมีคุณสมบัติดูดซับเสียง เพื่อช่วยลดเสียงรบกวนจากรอบข้าง

     นอกจากนี้ เพื่อป้องกันความสับสนในการสื่อสาร ร้านจึงรับเฉพาะคำสั่งซื้อแบบออนไลน์ และบริเวณจุดรับเครื่องดื่มยังมีแท็บเล็ตสำหรับให้ลูกค้าเขียนคำขอหรือแม้แต่คำพูดให้กำลังใจกับบาริสต้าหลังเคาน์เตอร์  

     มากไปกว่านั้น ผนังด้านหนึ่งยังออกแบบเป็นผนังแบบพลิกที่แนะนำภาษามือพื้นฐาน ช่วยให้ลูกค้าสามารถสื่อสารกับบาริสต้าได้อย่างเข้าใจ

     ในแง่ของธุรกิจ CHAGEE มองว่าแนวคิดนี้ไม่เพียงสร้างภาพลักษณ์ที่มีความรับผิดชอบทางสังคม แต่ยังเป็นกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ โดยตั้งเป้าพัฒนาโมเดล Inclusive Store ให้ครอบคลุมผู้พิการในรูปแบบอื่นๆ เช่น ผู้ใช้วีลแชร์ หรือผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็น

     ลอว์เรนซ์ เหวิน ผู้จัดการทั่วไปของ CHAGEE Singapore เล่าว่า ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ร้านได้ทดลองให้บริการแบบ soft launch เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มนักศึกษา พนักงานทั้ง 14 คนต่างเคยผ่านประสบการณ์จากร้านสาขาอื่นๆ ที่มีปริมาณลูกค้าสูงมาก่อน จึงมั่นใจในความสามารถที่จะให้บริการได้อย่างมืออาชีพ

     “เราเชื่อมั่นว่าพวกเขาไม่ได้ต่างจากคนทั่วไป และเรายินดีสนับสนุนให้พวกเขาทำงานในพื้นที่ที่มีความท้าทายได้อย่างภาคภูมิ”

     ลอว์เรนซ์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ความหลากหลายไม่ใช่เพียงหลักการด้านสังคมเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างประโยชน์ทางธุรกิจได้เช่นกัน โดยมีแผนจะขยายคอนเซ็ปต์ร้านในรูปแบบอื่นๆ ที่สนับสนุนผู้พิการประเภทอื่นในอนาคต

     CHAGEE อาจเริ่มต้นจากการเป็นแบรนด์ชาพรีเมียมจากจีน แต่วันนี้ แก้วชาที่พวกเขาเสิร์ฟได้กลายเป็นเครื่องดื่มแห่งโอกาสและความเท่าเทียม สร้างแรงบันดาลใจให้กับธุรกิจ สังคม และคนรุ่นใหม่ที่เชื่อว่า “ความเงียบ” ก็สามารถเปล่งเสียงเปลี่ยนแปลงโลกได้

     ที่มา :

     - https://vulcanpost.com/890455/chagee-singapore-first-signing-store-southeast-asia-deaf-hard-of-hearing-staff/

     - https://daoinsights.com/news/silently-hey-tea-rival-chagee-opens-hearing-loss-friendly-location/

     - https://www.humanresourcesonline.net/chagee-brews-inclusion-with-its-first-signing-store-in-southeast-asia-operated-by-deaf-team

     Photo Credit : FB-Chagee Singapore 

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: ENTREPRENEUR

ไม่อยากมีความสุขแค่วันเสาร์–อาทิตย์ จากโปรแกรมเมอร์ สู่แบรนด์เสื้อผ้า ARAIA ยอมทิ้งความมั่นคงมาทำสิ่งที่รัก

เพราะความมั่นคงในชีวิต อาจไม่ใช่คำตอบของความสุข นำไปสู่การตัดสินใจหันหลังให้เส้นทางโปรแกรมเมอร์ แล้วเริ่มต้นใหม่ในวงการแฟชั่น จนกลายเป็น ARAIA แบรนด์เสื้อผ้า Craftsmanship ที่ไม่ได้ตั้งใจจะตามเทรนด์ แต่ตั้งใจจะเป็นตัวเองอย่างที่สุด

“อยากให้ผมเป็นลูกจ้าง หรือเจ้าของธุรกิจ?” คำขอจากทายาท Sun On เมื่อธุรกิจ 40 ปีต้องเลือกเส้นทาง “เติบโต หรือแค่อยู่รอด”

“อยากเลี้ยงผมเป็นลูกจ้าง หรือเจ้าของธุรกิจ?” นี่คือเดิมพันครั้งใหญ่ของ “บูม-นภัส ศิรินันท์” ทายาทรุ่นที่ 2 ของแบรนด์เส้นผมระดับตำนานอย่าง Sun On ในวันที่ธุรกิจกำลังดิ่งเหว พ่อป่วยซึมเศร้า และโลกออนไลน์กำลังไล่ล่าธุรกิจยุคเก่า

รวมพล! เหล่า Hero 4 ทายาทพลิกเกมธุรกิจ จากเกือบไปไม่รอด สู่เกิดใหม่อีกครั้ง

เพราะธุรกิจครอบครัว ≠ ธุรกิจที่ไปต่อเองได้เสมอ ต้องอาศัยทายาทเข้ามาช่วยต่อยอด วันนี้มี 4 ตัวอย่างจากทายาทธุรกิจที่เปรียบเสมือนเป็นเหล่าฮีโร่ช่วยกอบกู้ธุรกิจ มีกลยุทธ์อะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกัน