5 Tips คุมการเงินให้อยู่หมัด สำหรับธุรกิจบริการที่มีหลายสาขา







     เมื่อเรื่องของการเงินเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ เพราะแค่ต้องจัดการกับสาขาเดียวก็น่าปวดหัวแล้ว แต่สำหรับธุรกิจบริการที่มีหลายสาขานั้นต้องปรับตัวและวางแผนด้านการเงินอย่างไรเพื่อให้ใช้เงินได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยและคุ้มค่าที่สุด ลองมาดูกับ 5 เคล็ดลับเด็ดๆ จากผู้บระกอบการรุ่นใหม่อย่าง เขมิกา จิวะพรทิพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล วี เอ็น แอล จำกัด (สตูดิโอออกกำลังกายฟิซีค PHYSIQUE 57) ที่ตอนนี้มีถึง 3 สาขา และ ชวลิต ต่อสหะกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พระรามเก้าไก่ย่าง จำกัด ที่มาพร้อมกับการให้บริการถึง 100 โต๊ะ ว่าพวกเขาจัดการด้านการเงินอย่างไรถึงอยู่หมัดและขยายธุรกิจให้เติบโตได้มากขึ้นเช่นนี้  
 

เคล็ดลับที่ 1 : ใช้สาขาที่ 1 เป็นโมเดล

     ธุรกิจที่เป็นบริการเรื่องของ “เงิน” จะค่อนข้างตายตัวและง่ายต่อการจัดการ เพราะมีความค่อนข้างคงที่ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินเดือนพนักงาน ค่าเช่าหรือค่าน้ำ ค่าไฟ โดยเฉพาะหากธุรกิจไหนมีมากกว่า 1 สาขา การใช้สาขาที่ 1 เป็นโมเดลจะทำให้เห็นว่าสาขาที่ 2 หรือ 3 นั้นจะมีทิศทางด้านรายจ่ายเป็นอย่างไร แต่หากมีเพียงสาขาเดียวก็สามารถใช้รายจ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนมาเป็นตัวเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นแนวโน้มทางการเงินได้เช่นกัน
 

เคล็ดลับที่ 2 : เพิ่มทุนเล็กน้อย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า

     ในการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ การใช้เงินไปในเรื่องของการทำการตลาดหรือ Marketing Cost ถือเป็นอีกเครื่องมือที่สามารถช่วยยกระดับกิจการให้ดีขึ้น เช่น หากมีธุรกิจที่เดียวแล้วทำการลงเงินไป 1 ล้านบาทก็จะเป็นประโยชน์แค่ที่เดียว แต่หากธุรกิจมี 3 สาขาแล้วทำการใส่เงินลงไปเพิ่มเป็นประมาณ 1.5 ล้านบาทเพื่อทำการตลาด การเพิ่มทุนตรงนี้ก็จะเป็นประโยชน์ครอบคลุมทุกสาขา ซึ่งจะช่วยให้ได้ Economies of Scale หรือการประหยัดต่อขนาดที่การเพิ่มเงินขึ้นเล็กน้อยสามารถสร้างความได้เปรียบในด้านต้นทุน จากการที่ต้นทุนต่อหน่วยนั้นต่ำลงนั่นเอง
 

เคล็ดลับที่ 3 : วาง Process คุมการเงิน

     การทำธุรกิจโดยที่ไม่มี Process หรือขั้นตอนใดๆเข้ามาเป็นตัวคุมเลยจะทำให้เจ๊งได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นต้องมีการถอยกลับมามองว่าในการดำเนินการโดยเฉพาะทางด้านการเงินนั้นส่วนใดหรือหน้าที่ใดบ้างที่จะต้องใช้ Process ต่างๆเข้ามาเป็นตัวควบคุม เช่น ถ้ามีธุรกิจเพียง 1 แห่งการที่มีค่าใช้จ่ายอะไรขึ้นมาอาจจะไม่ได้ใช้ Process อะไรมากมายนักซึ่งพนักงานมาทำการเบิกเงินแล้วนำเงินไปใช้จ่ายและเราก็ทำการลงบัญชีไว้ แต่หากมีสาขามากกว่า 1 แห่งซึ่งสามารถทำให้เกิดค่าใช้จ่ายจุกจิกที่เรียกว่า Petty Cash ค่อนข้างเยอะ ดังนั้นหากไร้ซึ่ง Process เข้ามาดูแลจะทำให้ไม่สามารถทำทราบได้ว่าเงินนั้นถูกใช้จ่ายไปในเรื่องใด ตกลงเงินหายไปไหน ถูกใช้ไปกับอะไร สามารถนำมาลงบัญชีเพื่อที่จะหักเงินได้ไหม เพราะฉะนั้นอย่างแรกที่ต้องมีเพื่อคุมการเงินให้อยู่หมัดก็คือ Process ที่ว่าถ้าจะมีการเบิกใช้จะต้องลงข้อมูลหรือรายละเอียดอะไรบ้าง จะต้องมีวิธีการขออนุมัติยังไงบ้างและจะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เป็นต้น ซึ่งจะทำให้พนักงานทุกคนรับรู้ว่ามีขั้นตอนใดบ้างถึงจะเอาเงินตรงนั้นไปใช้ได้
 

เคล็ดลับที่ 4 : ดู “รายรับ” อย่างเป็นระบบ

     อีกเรื่องสำคัญที่คนทำธุรกิจต้องใส่ใจคือการดู “รายรับ” ที่เข้ามาซึ่งต้องอาศัยการวางระบบดำเนินการที่ดีว่าจะให้ใคร ทำหน้าที่อะไร บันทึกอะไร ทำการรายงานหรือรีพอร์ตแบบไหน เมื่อไรที่จะเอาเงินสดไปเข้าธนาคาร เมื่อไรจะไปเช็กกับธนาคารว่ามีการนำเงินเข้าไปครบตามจำนวนหรือไม่ ซึ่งการจัดวางระบบนั้นจะช่วยให้ใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดให้ดีที่สุด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและทำให้เงินไม่รั่วไหล
 

เคล็ดลับที่ 5 : ใช้ “Excel” ให้เป็นประโยชน์

     เพื่อที่จะไม่ให้เกิดการใช้จ่ายเกินต้นทุนที่วางไว้ การเก็บข้อมูลเชิงลึกเป็นอีกตัวช่วยที่ไม่ควรมองข้าม เช่น ในการทำผลิตภัณฑ์สักอย่างหรืออาหารสักจาน ควรมีการไปดูว่าวัตถุดิบหรือส่วนผสมที่ใช้นั้นมีราคาปัจจุบันในตลาดอยู่ที่เท่าไร ทำการบันทึกลงในโปรแกรม Excel ตั้งสูตรคำนวณเอาไว้ เพื่อทำให้เห็นว่าต้นทุนมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยขนาดไหน ราคาของโปรดักต์หรืออาหารจานนั้นจะอยู่ที่เท่าไรและแตกต่างจากที่ได้กำหนดไว้แล้วอย่างไร วิธีนี้จะช่วยทำให้สามารถคุมสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องใช้และลดต้นทุนได้อีกทางหนึ่ง  
 
 
 
 ​www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร