ประกันความเสี่ยงค่าเงินด้วย USD Futures ข้อดีและข้อด้อยที่ SME ต้องรู้

TEXT : นเรศ เหล่าพรรณราย

 

     ความเสี่ยงของภาคธุรกิจในเวลานี้ ก็คือ ความผันผวนของค่าเงินโดยเฉพาะค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ที่ทำธุรกิจนำเข้า ขณะเดียวกันหากค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าก็จะส่งผลกระทบต่อผู้ที่ทำธุรกิจส่งออกด้วยเช่นกันทำให้ผู้ประกอบการต้องมีเครื่องมือทางการเงินที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการค่าเงิน

     โดย USD Futures ซึ่งเป็นตราสารอนุพันธ์ที่ออกโดยบริษัทตลาดซื้อขายตราสารล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX ภายใต้กลุ่มของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงมั่นใจได้ว่าเป็นสถาบันการเงินที่มีความมั่นคงอย่างแน่นอน

     ทั้งนี้ USD Futures จะเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับสกุลเงินดอลลาร์เทียบเคียงกับเงินบาท โดยราคาที่เปลี่ยนแปลงจะอ้างอิงกับคู่ค่าเงินบาทกับดอลลาร์สหรัฐฯในตลาดการเงินจริง โดยผู้ที่ซื้อขายจะไม่ต้องทำธุรกรรมเงินบาทจริงๆแต่เป็นการซื้อขายสัญญาที่มีอายุในการส่งมอบเป็นรายไตรมาส

     จุดแข็งของ Futures คือการที่สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง แต่นอกจากการทำกำไรแล้ว ในมุมของผู้ที่ทำธุรกิจยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงได้อีกด้วย โดย 1 สัญญาของ USD Futures จะมีมูลค่าเท่ากับ 1,000 ดอลลาร์ แต่เวลาที่ซื้อขายจริงจะใช้เงินเริ่มต้นในการวางมาร์จินต่อหนึ่งสัญญาที่ 665 บาท โดยจะต้องเปิดบัญชีซื้อขายตราสารอนุพันธ์กับโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาต

     โดยหากมองว่าค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาทให้ทำการเปิดสถานะ Long หมายถึงซื้อล่วงหน้าในสกุลเงินดอลลาร์เพื่อทำกำไรหากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและเงินบาทอ่อค่าลง เช่น ปัจจุบันเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์อยู่ที่  36 บาทต่อหนึ่งดอลลาร์ หากมองว่าเงินบาทจะอ่อนค่าไปที่ 37 บาทต่อดอลลาร์ ก็ให้เปิดสถานะ Long 

     แต่ถ้าหากมองว่าดอลลาร์จะอ่อนค่าลงเช่นจาก 36 บาทต่อดอลลาร์ลงมาอยู่ที่ 35  บาทต่อดอลลาร์ ให้เปิดสถานะขายล่วงหน้าหรือ Short เมื่อเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงก็จะสามารถทำกำไรได้

     กล่าวคือ ผู้ประกอบการที่ทำธุรกรรมนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่เสียเปรียบจากการที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสามารถทำการเปิดสถานะ Long ใน USD Futures เอาไว้เมื่อค่าเงินดอลลาร์มีการแข็งค่าขึ้นก็จะเกิดผลกำไรซึ่งสามารถนำมาชดเชยกับผลขาดทุนจริงที่เกิดขึ้นกับธุรกิจได้

     

หรือจะเป็นการบริหารเงินสดที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์โดยการเข้าสะสมเงินดอลลาร์ไว้กับตัวโดคาดการณ์ว่าจะแข็งค่าหรืออ่อนค่าจากนั้นสามารถซื้อหรือขายล่วงหน้าในสัญญา USD Futures เพื่อนำผลกำไรที่เกิดขึ้นมาใช้ในธุรกิจต่อ

     อย่างไรก็ตามในมุมของผู้ประกอบธุรกิจ การใช้ตราสารอนุพันธ์ควรจะมองว่าเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเท่านั้นไม่ควรที่จะมุ่งเก็งกำไรเพื่อสร้างผลกำไร เนื่องจากตราสารอนุพันธ์เป็นเครื่องมือที่มีความผันผวนสูงและหากบริหารเงินในพอร์ตไม่ดีก็อาจจะประสบผลขาดทุนได้ ผู้ที่จะใช้เครื่องมือนี้จึงควรมีความชำนาญในตลาดการเงินระดับสูง

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 

 

RECCOMMEND: FINANCE

ฟังแนวคิดผู้บริหาร ไทยเครดิต  ทำไมถึงเลือกปักธงเป็นแบงก์เพื่อ Micro SME

ธนาคารไทยเครดิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 เดินหน้ากลยุทธ์ “Quality Growth” เร่งลงทุนเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ “Full Digital Banking Platform” และขยายฐานลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจรากหญ้าไทยสู่ความยั่งยืน

หมดยุคหารบิล! “Go Dutch Mindset” กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น จุดเริ่มวินัยการเงิน ไม่ทิ้งภาระไว้ให้ใครข้างหลัง

“Go Dutch” สำนวนอังกฤษที่แปลว่า “ต่างคนต่างจ่าย” อาจดูเป็นแค่การแยกบิล แต่จริงๆ มัน คือ วินัยทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ใครใช้ คนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะความมั่นคง ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่มักเริ่มจากความชัดเจนเรื่องเล็กๆ ลองมาทำความรู้จักกับแนวคิด Go Dutch ให้มากขึ้นกัน

6 วิธีรู้ทันเงินจม   กับดักเงียบที่ทำ SME ขาดทุนไม่รู้ตัว เพียงเพราะคำว่า “เสียดาย” คำเดียว

เคยคิดไหมว่า บางครั้งที่ธุรกิจยังดึงดันไปต่อ ไม่ใช่เพราะคุ้ม แต่เพราะเสียดายเงินที่เสียไปแล้ว และเงินที่เสียไปโดยเรียกคืนกลับมาไม่ได้ หรือ “เงินจม” นี่แหละ ที่ทำให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อน ดังนั้น ถึงเวลารู้เท่าทันเงินจม เพื่อไม่ให้ธุรกิจต้องล่มก่อนเวลาอันควร