Mali Memory Bangkok ธุรกิจถ่ายรูปของสองสาวเพื่อนซี้ ในวันที่ผู้หญิงอยากมี “ช่างภาพที่เข้าใจผู้หญิง”
Text : Nitta Su.
Photo : Sunun Lorsomsub
ในยุคที่ใครๆ ก็สามารถสร้างคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ของตัวเองได้ การมีภาพสวยๆ โพสต์ลงโซเชียลไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่หนึ่งใน Pain Point ที่สำคัญ คือ ลูกค้ากว่า 90% ของธุรกิจถ่ายภาพกลับเป็น “ผู้หญิง” ขณะที่ช่างภาพส่วนใหญ่กลับเป็น “ผู้ชาย” ซึ่งอาจทำให้หลายคนรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ เมื่อต้องยืนอยู่หน้ากล้อง
จากช่องว่างเล็กๆ นี้เอง จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Mali Memory Bangkok ธุรกิจถ่ายภาพของ ฟีฟี่ - ธันย์ชนก อ่ำทิม และ เพลง - ปณัสญา อธิคมบัณฑิตกุล สองเพื่อนซี้ที่ตั้งใจสร้างบริการ “ถ่ายภาพโดยผู้หญิง เพื่อผู้หญิง” ขึ้นมา ที่ไม่ได้ทำแค่รับจ้างถ่ายภาพ แต่ยังให้ความรู้สึกเหมือนได้ไปถ่ายรูปกับเพื่อนที่เข้าใจ
เพราะชอบถ่ายรูปเล่น จนเกิดเป็นธุรกิจ
ฟีฟี่และเพลงเล่าว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจเกิดขึ้นมาจากเพื่อนคนหนึ่ง ที่เห็นเธอทั้งคู่ชอบถ่ายรูปเล่น จึงชวนให้มาเปิดธุรกิจรับจ้างถ่ายรูปร่วมกันตั้งแต่กลางปี 2568 โดยช่วงแรกเน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนที่ชอบมาท่องเที่ยวเมืองไทย โดยตั้งใจใช้ชื่อว่า “มะลิ” เพื่อให้เป็นที่จดจำง่าย ต่อมาทำอยู่ได้ไม่นานเพื่อนได้ถอนตัวออกไปเนื่องจากมีภาระจำเป็น จึงเหลือกันแค่สองคน
ทั้งคู่จึงปรับรูปแบบการทำงานให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองมากขึ้น จากที่เน้นถ่ายลูกค้าต่างชาติอย่างเดียว ก็เปิดรับลูกค้าคนไทยมากขึ้นด้วย จากถ่ายสไตล์น่ารักๆ มุมกล้องแบบ “พี่สาวจีน” ที่ฮิตในหมู่ Gen Z ก็ปรับให้เป็นแนวสตรีทเท่ๆ แต่ยังมีความสดใสในแบบของตัวเอง
สำหรับไอเดียการทำธุรกิจที่เน้นชูว่าเป็นบริการถ่ายภาพ “โดยช่างภาพผู้หญิง ทีมงานหญิงล้วน” นั้นเกิดขึ้นมาจากการสังเกตพฤติกรรมทั้งของตัวเองและลูกค้าที่เวลาถ่ายรูปกับตากล้องผู้ชายมักเกิดความเกร็ง ไม่ค่อยเป็นตัวเอง จึงมองว่าหากมีบริการถ่ายภาพโดยทีมงานที่เป็นผู้หญิงล้วนน่าจะทำให้ลูกค้าเกิดความสบายใจและเป็นตัวเองได้มากขึ้น
“ลูกค้าส่วนใหญ่ตอนแรกๆ มักจะเขิล ไม่ค่อยกล้าโพสต์ ยิ่งถ่ายกับช่างภาพผู้ชาย ก็จะยิ่งเกร็ง เราเลยอยากเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ เพราะถ้าเขารู้สึกผ่อนคลาย เวลาถ่ายอินเนอร์ก็จะมาเอง รูปก็จะออกมาสวย เราเป็นผู้หญิงเหมือนกันบางเรื่องก็อาจจะเข้าใจกันได้มากกว่า ดังนั้นหน้าที่ของเราไม่ใช่แค่การถ่ายรูป แต่คือ ต้องค่อยๆ ดึงความมั่นใจของลูกค้าออกมา สร้างบรรยากาศให้เขารู้สึกปลอดภัย ให้กล้าเป็นตัวเอง เหมือนได้มาถ่ายรูปกับเพื่อน” เพลงและฟีฟี่เล่าความตั้งใจให้ฟัง ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในจุดขายของแบรนด์ที่ทำให้ลูกค้าเลือกใช้บริการ
ถ่ายฟีลเพื่อน แต่ทำงานแบบมืออาชีพ
ถึงแม้จะตั้งใจอยากให้เป็นการถ่ายรูปแบบสนุกๆ ฟีลเพื่อนหญิง แต่เพลงและฟีฟี่บอกว่าทั้งคู่ให้ความสำคัญและจริงจังกับการทำงานแบบมืออาชีพ ตั้งแต่คุณภาพของภาพที่ได้, อุปกรณ์ที่เลือกใช้, การวางคอนเซปต์งาน ไปจนถึงทักษะการถ่ายรูป ซึ่งเพลง คือ ฟรีแลนซ์ทำงานด้านโปรดักชั่น ส่วนฟีฟี่ก็เป็นอินฟลูเอนเซอร์ จึงสามารถให้คำแนะนำได้ตั้งแต่การแต่งตัว เลือกชุด การแต่งหน้า ไปจนถึงการโพสต์ท่าที่เหมาะกับลูกค้า เพื่อทำให้งานออกมาดีที่สุด
“ถึงจะให้ความรู้สึกเหมือนถ่ายรูปกับเพื่อน แต่เราจริงจังกับการทำงานมาก เรา คือ ร้านถ่ายรูปจริงๆ ทำงานกันแบบมืออาชีพ ไม่ใช่แค่การถ่ายรูปเล่น รูปที่ได้ต้องออกมาสวย ดูดี มีคุณภาพ ซึ่งด้วยงานที่เราทั้งคู่ทำอยู่แล้ว ทำให้สามารถแนะนำสิ่งที่ดีให้กับลูกค้าได้ นี่คือ ความแตกต่างอีกอย่างที่ไม่เหมือนกับที่ไหน”
ในแง่บริการ ทั้งคู่เลือกออกแบบแพ็กเกจให้ยืดหยุ่น โดยมีราคาให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ Mini Pack : 2,500 บาท ระยะเวลา 1 ชั่วโมง 1 โลเคชัน และ Full Pack : 3,500 บาท ระยะเวลา 1.30 – 2 ชั่วโมง เปลี่ยนชุดได้ เปลี่ยนโลเคชั่นได้ 1 ครั้งในพื้นที่ใกล้กัน เช่น ทรงวาด – ตลาดน้อย โดยทั้งสองแพ็กเกจสามารถถ่ายได้ 1-2 คน (ถ่ายแยกได้) คนที่ 3 ขึ้นไป บวกเพิ่ม 500 บาทต่อคน จำนวนรูปที่ได้ 100+ (แต่งรูป+ทำสี)
“ด้วยเรตราคาเท่านี้ เราเข้าใจนะ บางคนอาจคิดว่าถ่ายแค่ชั่วโมงเดียว ทำไมราคาสูงจัง แต่ถ้าได้มาลองถ่ายเขาจะเข้าใจได้ อย่างรูปเราก็ทำให้เกือบหมดเลย ในขณะที่บางที่อาจคิดเรตราคาต่ำกว่า แต่แต่งสีให้แค่ 15 รูป ที่เหลือแถมให้เป็นรูปที่ไม่ได้แต่ง ถ้าอยากได้เพิ่ม ต้องจ่ายเงินเพิ่ม แต่เราให้หมดเลย บางที่รับถูกเกินไป 300 บาทต่อชั่วโมง จนแทบไม่ได้อะไรก็มี แต่ด้วยคุณภาพและราคาที่ตั้งไว้เรามั่นใจว่าของเราเหมาะสมแล้ว สุดท้ายลูกค้าจะเป็นคนเลือกเองว่า อยากได้งานแบบไหน แต่ละร้านก็มีจุดขายต่างกัน”
โดยปัจจุบันทั้งเพลงและฟีฟี่รับลูกค้าเฉลี่ยประมาณ 10 คิวต่อเดือน ซึ่งถือว่าแน่นสำหรับทีมขนาดเล็กที่ยังมีงานประจำควบคู่ นอกจากนี้พวกเธอเริ่มต่อยอดไปสู่รายได้รูปแบบอื่นภายใต้แบรนด์ด้วย เช่น งานรีวิวสินค้าต่างๆ เช่น อุปกรณ์กล้อง, แบรนด์เครื่องสำอาง ฯลฯ สะท้อนให้เห็นว่าถึงเป็นธุรกิจเล็ก แต่หากมีตัวตนที่ชัด ก็สามารถต่อยอดรายได้ได้หลายทาง
สูตรผสมที่ลงตัว 2 คาแรกเตอร์รวมเป็นหนึ่ง
อีกหนึ่งจุดเด่นที่ถือเป็นจุดแข็งของ Mali Memory Bangkok ก็คือ ความแตกต่างที่ลงตัวของเพื่อนซี้ทั้งสองคน โดยเพลงเล่าว่าเธอเป็นสาย Introvert ที่ถนัดงานเบื้องหลังและการถ่ายภาพมากกว่า ขณะที่ฟีฟี่ เป็น Extrovert ที่สื่อสารเก่ง และเอนเตอร์เทนลูกค้าได้ดี จึงทำให้การทำงานร่วมกัน สามารถเติมเต็มกันได้อย่างลงตัวพอดี
สำหรับทั้งคู่แล้ว Mali Memory Bangkok ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่คือ พื้นที่ของ “แพชชั่น” ที่ทำให้พวกเธอได้พบผู้คนใหม่ๆ ได้สร้างประสบการณ์ และได้เติมพลังให้ตัวเองในวันที่เหนื่อยล้า
โดยทั้งคู่มองแนวโน้มของธุรกิจถ่ายภาพว่า ยุคนี้เป็นยุคแห่งคอนเทนต์ ไม่ว่าใครก็สามารถทำคอนเทนต์ หรือมีรูปสวยๆ ของตัวเองเพื่อโพสต์ลงโซเชียลได้ ตราบใดที่ทุกคนยังมีการเล่นโซเชียลมีเดีย พวกเธอเชื่อว่าธุรกิจยังไปต่อได้อีกไกลแน่นอน
“เราเคยคุยกันว่า จริงๆ ธุรกิจของเราไม่ใช่สิ่งจำเป็น ไม่ได้เป็นปัจจัยสี่ ลูกค้าต้องเป็นคนที่อยากได้จริงๆ หรือมีงบประมาณถึงจะตัดสินใจใช้บริการ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นยังไง เราก็ยังมีลูกค้าอยู่เสมอ เพราะทุกคนยังอยากมีภาพสวยๆ ไว้ทำคอนเทนต์ของตัวเอง ตราบใดที่ผู้คนยังอยู่บนโลกออนไลน์ ธุรกิจของเราก็ยังไปต่อได้ บนโลกออนไลน์ทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นคนดัง คุณก็มีภาพดีๆ ของตัวเองได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นคุณแม่ วัยทำงาน หรือแม้แต่คนที่ไม่เคยมั่นใจในตัวเอง ทุกคนสามารถมีโมเมนต์สวยๆ ในแบบของตัวเองได้” เพลงและฟีฟี่ฝากทิ้งท้ายไว้
ข้อมูลติดต่อ
IG : mali.memory.bkk
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup