Text : Yosita T. 

     เมื่อเส้นทางชีวิตบางครั้งก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ทำให้มนุษย์เงินเดือนสายงานโรงแรมอย่าง มิ้ว-กมลทิพย์ วงษ์แก้ว ต้องออกจากงานด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างหนักของโควิด19 แต่เหตุการณ์นี้กลับทำให้เธอค้นพบอาชีพใหม่ที่ใช่กว่าเดิมนั่นคือการขายโดนัท จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Penloodonut โดนัทสไตล์ Homemadeที่กำลังโด่งดังมากๆตอนนี้ใน TikTok

     “ตอนแรกเราทำงานประจำเป็น Reception ในโรงแรม แล้วพอช่วงโควิด 19 ระบาดหนักก็ตกงาน แต่เราก็พยายามหางานใหม่ตลอด สมัครงานใหม่เรื่อยๆก็โดนให้ออกอีก พอวันนึงเรากลับมาคิดว่างานประจำน่าจะไม่รอดแล้ว เลยตัดสินใจว่าจะหาอะไรขายเลยไปเจอพวกโดนัทสไตล์อเมริกันหรือพวกสไตล์เกาหลีญี่ปุ่นตอนนั้นเลยได้ไอเดียว่าลองทำโดนัทขายดีกว่า อย่างแรกคือเราพุ่งเป้าไปที่โดนัทสไตล์ญี่ปุ่นเลยเพราะบ้านเราก็มีน้อยแล้วมันน่าจะต่อยอดง่ายกว่าสไตล์อเมริกัน เพราะสไตล์ญี่ปุ่นจะเป็นแป้งเบาๆฟูนู่มเรียบง่ายลูกค้าน่าจะทานได้บ่อยๆแบบไม่เบื่อทานได้ทุกวัน แต่สไตล์อเมริกันจะเน้นสีสันตกแต่งเยอะๆ เนื้อจะแน่นรู้สึกว่าเบื่อง่ายกว่าคนจะอยากกินอีกครั้งก็คงใช้เวลานานน่าจะขายได้ยาก ตอนนั้นคิดแบบนี้เลยแล้วก็ลงมือทำ” 

 

 

     ถึงแม้ว่าจะเป็นโดนัทสไตล์ญี่ปุ่นที่ใครเห็นแล้วก็อาจจะดูธรรมดาที่รสชาติเหมือนกันทั่วไป แต่มิ้วเล่าว่าการที่เธอตัดสินใจมาขายโดนัทแล้ว เธอตั้งใจว่ารสชาติจะต้องไม่เหมือนโดนัทสไตล์ญี่ปุ่นทั่วไป สิ่งสำคัญคือสร้างความพิเศษหรือสร้างความแตกต่างให้กับตัวสินค้านั่นเอง มิ้วเริ่มจากการทดลองทำโดนัทสูตรของตัวเองอยู่ประมาณ 3- 4 เดือน และเริ่มขายด้วยการฝากย่าไปขายในตลาดโบ๊เบ๊เป็นจำนวนเล็กน้อยเพื่อเป็นการเช็ค Feedback จากลูกค้าก่อนที่จะเริ่มขายจริงจัง และเมื่อมีลูกค้าหน้าใหม่กลับมาซื้อซ้ำนั่นจึงเป็นแรงผลักดันให้เธอเริ่มต้นต่อยอดจนกลายเป็นแบรนด์ Penloodonut ในวันนี้            

    “เราลองทำโดนัททุกวันแล้วคนที่ชิมโดนัทเราเป็นประจำก็คือพี่รปภ.ที่คอนโดเราเอง ตอนนั้นแค่คิดว่าอยากทำโดนัทขายยังไม่ได้คิดต่อยอดอะไรใหญ่โตก็ลองทำไปก่อน พอได้สูตรลงตัวก็เลยฝากย่าไปขายที่ตลาดโบ๊เบ๊ที่เค้าจะไปซื้อของกันตี3 ตี4 เค้าก็อาจจะทานขนมกับกาแฟกันได้ เราก็ต้องตื่นเช้ามากตั้งแต่เที่ยงคืนมาทำขนมฝากให้ย่าไปขายที่โบ๊เบ๊เพื่อเป็นการเช็ค Feedback จากลูกค้า ปกติย่าก็จะขายให้กับคนรู้จักแถวๆนั้นเค้าก็จะมาช่วยซื้อกันแต่วันนั้นมีลูกค้าคนนึงที่ย่าไม่รู้จัก เค้ามาซื้อแล้วก็เดินกลับมาซื้อซ้ำแล้วบอกว่าโดนัทเราอร่อยไม่เคยกินโดนัทแบบนี้ที่ไหนมาก่อนเลย เราก็เลยเห็นหนทางว่าโดนัทเราน่าจะไปต่อได้มากกว่านี้”

 

 

     จากจุดเริ่มต้นเล็กๆในวันนั้นทำให้มิ้วมีกำลังใจที่จะทำโดนัทขายต่อ และแน่นอนว่าการจะเปิดร้านอย่างจริงจังต้องหาทำเลที่เหมาะสม มิ้วเลือกเปิดร้านที่บางแสนแทนที่จะเป็นกรุงเทพฯเพราะเธอมองว่าการจะมาขายโดนัทในกรุงเทพฯคงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมีการแข็งขันสูงและมีองค์ประกอบหลายอย่างที่เธอมองว่าไม่เหมาะกับธุรกิจของเธอ และที่บางแสนก็ตอบโจทย์ธุรกิจของเธอได้ดีด้วยความเป็นชุมชนเล็กแต่มีคนสัญจรเยอะและโดนัทสไตล์ญี่ปุ่นของเธอก็สร้างความแปลกใหม่ให้กับพื้นที่ตรงนั้นด้วย จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเริ่มธุรกิจและได้รับกระแสตอบรับที่ดีเกินคาดจากวันละ50กล่องจนถึงทุกวันนี้ขายได้วันละ 500 กล่อง หรือวันละ 2500 ลูก ด้วยการโพสขายของในกลุ่มขายของ Facebook ของชลบุรี จนมีลูกค้าแชร์ต่อกันและตามมาซื้อ

     “ที่บางแสนเป็นชุมชนเล็กแต่มีคนสัญจรเยอะมีทั้งนักเรียน นักศึกษา มีคนทำงาน คือมีทุกอย่างครบอยู่รอบๆร้านเราเป็นทำเลที่เอื้ออำนวยมากๆแล้วที่บางแสนก็ยังไม่ค่อยมีโดนัทสไตล์ญี่ปุ่นโฮมเมดแบบเราขายด้วย ก็เป็นโอกาสที่ดีเลยที่เราะเป็นทางเลือกใหม่ๆให้ลูกค้า เราเริ่มขายจากการเริ่มทำกันเองสองคนทอดเองปั้นเองขายเองไม่มีพนักงานช่วยเพราะเราก็ขายได้วันละ50กล่องก็ถือว่าเยอะแล้วในตอนนั้น แต่จุดเปลี่ยนมันอยู่ที่เราคิดว่าการทำการตลาดก็สำคัญเลยเริ่มจากถ่ายรูปโดนัทให้น่ากินแล้วก็โพสลงกลุ่มขายของในกลุ่ม Facebookของชลบุรี จำได้ว่าโพสนั้นมีคนแชร์ประมาณพันว่าคน หลังจากนั้นลูกค้าก็ตามมาซื้อกัน จนปัจจุบันก็ขายได้สูงสุดวันละ500กล่องเลย

     เมื่อมีลูกค้ามากขึ้นทำให้ต้องปั้นโดนัทมากขึ้น เป็นวันละ 2500 ลูก แต่มิ้วยังยืนยันที่จะคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ Penloodonut เอาไว้นั่นคือโดนัทสไตล์ Homemade เพราะการทำทุกอย่างทุกขั้นตอนด้วยมือ ไม่ใช้เครื่องผลิตเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ทำให้ลูกค้าสนใจแบรนด์ Penloodonut ถือว่าเป็นกิมมิกของร้านที่มัดใจลูกค้าเลยทีเดียว