Text : Vim Viva


Main Idea

  • เพราะความนิยมในการเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผับ บาร์ ร้านอาหาร ยินดีต้อนรับลูกค้าที่พาสัตว์เลี้ยงมาด้วย โดยทำร้านให้เป็นเขต Pet-friendly  
  • แต่ได้อย่างก็เสียอย่าง การหวังดึงลูกค้าที่มีสัตว์เลี้ยงเข้าร้านก็อาจทำให้ลูกค้าอีกกลุ่มหนีหายไปก็เป็นได้  ดังนั้น จึงต้องวางแผนให้ดีและต้องเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วย

 

     การห้ามนำสุนัขเข้าร้านอาหารถือเป็นระเบียบที่เคยปฏิบัติกันมาช้านาน แต่ดูเหมือนหลายปีที่ผ่านมา กฎเหล็กที่ว่าได้คลายลงเพราะความนิยมในการเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดเทรนด์ที่เปลี่ยนไปร้านอาหารจำนวนมากจึงเปิดพื้นที่ให้ลูกค้าสามารถพาสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขหรือแมวมาใช้บริการที่ร้านได้ หลายประเทศในยุโรป ผับ บาร์ ร้านอาหารยินดีต้อนรับลูกค้าที่พาสัตว์เลี้ยงมาด้วยเป็นเรื่องปกติ ส่วนในสหรัฐฯ มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน

     ข้อมูลระบุ ร้อยละ 70 ของครัวเรือนในสหรัฐฯ มีสัตว์เลี้ยง 1 ตัว และช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 การครอบครองสัตว์เลี้ยงได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะประมาณ 23 ล้านครัวเรือนได้ ซึ่งถือเป็นจำนวนไม่น้อย ในเอเชียเองก็เริ่มเห็นเทรนด์นี้เช่นกัน มาดูกันว่าด้วยเหตุผลใด เจ้าของธุรกิจร้านอาหารจึงตัดสินใจทำร้านให้เป็นเขต Pet-friendly ที่ต้อนรับลูกค้าที่เป็นมนุษย์และสัตว์เลี้ยงอย่างเท่าเทียมกัน

 

 

     อย่างแรกคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวหันมาเลี้ยงสัตว์มากขึ้น เรียกว่าเป็นชนกลุ่มใหญ่เลยทีเดียว หลายคนไม่มีลูกก็ปวารณาตนเป็นพ่อแม่ของสัตว์เลี้ยงแทน สุนัขหรือแมวจึงไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงแต่ถือเป็นสมาชิกครอบครัวที่ได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่ประดุจลูกน้อยในอุทร ความผูกพันนั้นมากขนาดไปไหนก็อยากพาไปด้วย

     สถานที่ใดที่อนุญาตให้นำสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงเข้าได้ จะดึงดูดลูกค้ากลุ่มนี้ให้มาใช้บริการ เช่น สวนสุนัข (dog park) ที่สวนสาธารณะเบญจกิตติที่เพิ่งเปิดใหม่ในกรุงเทพ หรือห้างสรรพสินค้าบางแห่งที่อนุญาตให้ลูกค้านำสัตว์เลี้ยงมาเดินช้อปปิ้งได้แถมยังมีบริการรถเข็นสำหรับสุนัขอีกด้วย  

     การเปิดพื้นที่ต้อนรับสัตว์เลี้ยง หากบริการตอบโจทย์ความต้องการและสร้างความประทับใจ จากลูกค้าธรรมดาก็จะกลายเป็นลูกค้าประจำได้ด้วย นอกจากนั้น ความที่ร้านอาหาร pet-friendly ยังไม่แพร่หลาย การชูจุดขายตรงนี้สามารถทำได้ เมื่อบวกกับการประชาสัมพันธ์โดยตัวลูกค้าที่มาใช้บริการผ่านสื่อโชเชียลต่างๆ ก็มีโอกาสที่ทางร้านจะได้ลูกค้าที่มีสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น สำหรับร้านอาหาร ไหนๆ ก็มีอาหารและเครื่องดื่มบริการคนแล้ว ก็อาจจะออกแบบเมนูสำหรับสัตว์เลี้ยงเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับร้านอีกทาง

 

 

     อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของการเปิดร้านอาหารแบบ pet-friendly ก็มีเช่นกัน ข้อแรกเป็นตามกฎ “ได้อย่าง เสียอย่าง” การหวังดึงลูกค้าที่มีสัตว์เลี้ยงเข้าร้านก็อาจทำให้ลูกค้าอีกกลุ่มหนีหายไปก็เป็นได้ เช่น คนที่ไม่พิสมัยสัตว์เลี้ยง คนที่แพ้ขนสัตว์ หรือคนที่กังวลเกี่ยวกับสุขอนามัย ดังนั้น

     ทางร้านอาจต้องแบ่งสัดส่วนหรือแบ่งโซนแยกออกไปเพื่อไม่ให้เสียงเห่า หรือขนจากน้องหมาฟุ้งรบกวนลูกค้าโต๊ะอื่น นอกจากนั้น สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวก็มีบุคลิกและนิสัยไม่เหมือนกัน บางตัวดุ บางตัวเชื่อง ถ้าดุกับดุมาเจอกันอาจก่อสงครามย่อยๆ ทำให้ชุลมุนวุ่นวายได้ ยังไม่นับรวมกับความสกปรกเลอะเทอะที่น้องๆ บรรดาดาสี่ขาก่อขึ้น ต้องมีการทำความสะอาดและกำจัดกลิ่นให้หมดจดเพื่อไม่ทำลายบรรยากาศการกินดื่ม 

     หากลองชั่งน้ำหนักข้อดีข้อด้อยแล้ว ผู้ประกอบการยังมุ่งมั่นจะทำร้านอาหารให้เป็น pet-friendly ก็ต้องวางแผนให้ดี สิ่งที่ต้องเตรียมคือพื้นที่ปลอดภัยไม่ว่าจะในร่มหรือกลางแจ้งสำหรับสัตว์เลี้ยงของลูกค้า เช่น ไม่ปลูกต้นไม้บางชนิด ตกแต่งสถานที่ด้วยสิ่งของบางอย่าง หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อาจก่อให้เกิดพิษหรืออันตรายต่อสัตว์เลี้ยง เลือกเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งที่ทำความสะอาดง่ายเพราะเป็นพื้นที่ต้องทำความสะอาดบ่อย