Starting a Business

Mike's Hot Honey น้ำผึ้งที่มีรสเผ็ดร้อน สร้างมูลค่าธุรกิจ 40 ล้านดอลลาร์ต่อปีด้วยผลิตภัณฑ์เพียงชิ้นเดียวได้อย่างไร

 

     ไมค์ เคิร์ตซ์ ไม่ชอบการเดินทางโดยไม่มีกระเป๋าเอกสาร

     กระเป๋าสีแดงเข้มรุ่นเดียวกับกระเป๋าเอกสารอันเป็นเอกลักษณ์จากภาพยนตร์เรื่อง Pulp Fiction ของ Quentin Tarantino แต่ต่างจากในภาพยนตร์เพราะสิ่งที่อยู่ข้างในคือ Mike’s Hot Honey ขนาด 12 ออนซ์ จำนวน 5 ขวด โดยเคิร์ตซ์จะชอบให้ขวดหนึ่งแก่คนขับแท็กซี่ที่พาเขาไปสนามบิน จากนั้นก็แจกอีกหนึ่งขวดให้กับเจ้าหน้าที่เช็คอินดูแลกระเป๋าของเขา และเมื่อไปถึงจุดรักษาความปลอดภัย กระเป๋าเอกสารของเขาก็ว่างเปล่า

     นี่คือวิธีที่เคิร์ตซ์สร้าง Mike’s Hot Honey จากงานอดิเรก จนกลายเป็นธุรกิจที่พร้อมจะสร้างรายได้มากกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีหน้า

 

เริ่มต้นจากงานอดิเรกในอพาร์ตเมนต์ของมหาวิทยาลัย

     ตั้งแต่เด็กเคิร์ตซ์มีความปรารถนาที่จะเป็นคนปรุงเครื่องปรุง โดยเขามีโอกาสได้ร่วมงานกับแลร์รี เรย์มอนด์ ผู้ร่วมสร้างซอสบาร์บีคิวยอดนิยมของ Sweet Baby Ray ในช่วงปีแรกในมหาวิทยาลัย เขากล่าวว่ามันทำให้เขารู้สึกมีแรงบันดาลใจ

     “เครื่องปรุงรสสามารถยกระดับอาหารได้อย่างแท้จริง แล้วผมก็ชอบทำอาหารมาโดยตลอด ยิ่งเห็นแลร์รี่สนุกกับการขายซอสบาร์บีคิวมากแค่ไหน ก็คิดว่านี่อาจเป็นชีวิตของเราก็ได้”

     ย้อนไปในปี 2004 ขณะที่เคิร์ตซ์กำลังศึกษาอยู่ในบราซิล ช่วงสุดสัปดาห์เขามีโอกาสเดินทางไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติ เขาและเพื่อนๆ เดินลงไปที่หุบเขาและพบกับร้านพิซซ่าที่มีเมนูบางอย่างที่เคิร์ตซ์ไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นคือขวดน้ำผึ้งพร้อมพริกวางอยู่บนโต๊ะทุกโต๊ะ

     “ครั้งแรกที่ได้ลิ้มรสน้ำผึ้งและพริกบนพิซซ่า มันทำให้ผมทึ่งมาก มันอร่อยมากจนนึกขึ้นได้ว่าอยากลองทำกินเอง”

     ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีสุดท้าย เคิร์ตซ์เริ่มทดลองทำน้ำผึ้งเผ็ดๆ ของตัวเองในอพาร์ตเมนต์ของมหาวิทยาลัย เขาทดลองใช้พริกหลายชนิด น้ำผึ้งชนิดต่างๆ และเทคนิคต่างๆ ในการใส่ความเผ็ดร้อนเข้าไปในน้ำผึ้ง จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเลือกสูตรได้ และสูตรนี้ก็กลายมาเป็น Mike's Hot Honey ที่ขายในร้านค้าปลีกและร้านอาหารมากกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ  

บางคนก็ชอบรสเผ็ดร้อน

     ทุกอย่างเปลี่ยนไปในไม่กี่ปีต่อมา หลังเลิกเรียนมหาวิทยาลัย เคิร์ตซ์ทำงานในวงการเพลงและทำพิซซ่าในเวลาว่าง

     เขาจะใช้เวลาหลายชั่วโมงในการแลกเปลี่ยนเคล็ดลับกับเพื่อนๆ ผู้สนใจรักพิซซ่าในบล็อกชื่อ Slice ซึ่งที่นี่เองเขาได้พบกับคนทำพิซซ่าชื่อ Paulie Gee ซึ่งกำลังจะเปิดร้านพิซซ่าใน Greenpoint บรูคลิน ใกล้กับที่เคิร์ตซ์อาศัยอยู่ในเวลานั้น

     เมื่อร้านอาหารชื่อดังของ Paulie Gee เปิดในปี 2010 เคิร์ตซ์มีโอกาสทำงานที่ร้านพิชซ่าในตอนเย็น ฝึกยืดแป้งและอบจนกระทั่งเขาพร้อมที่จะเริ่มทำพิซซ่า เพียงไม่กี่วันในการฝึกงานเคิร์ตซ์ก็นำน้ำผึ้งโฮมเมดมาหนึ่งขวด Paulie ได้ลองชิมแล้วราดลงบนพิซซ่าโซเพรสซาต้าร้อนๆ จากนั้นก็ถามเคิร์ตซ์ว่าเขายินดีทำน้ำผึ้งแบบนี้สำหรับร้านอาหารหรือไม่

     “ผมจะยืนยืดแป้งอยู่หน้าเตาอบ และก็เห็นปฏิกิริยาของผู้คนเมื่อได้ชิมน้ำผึ้งของเขาบนพิซซ่า มันเหมือนกับว่า 'โอ้พระเจ้า นี่มันเหลือเชื่อจริงๆ' และพวกเขาก็เริ่มเข้ามาหาเพื่อถามว่าจะหาซื้อได้ที่ไหน”

     เคิร์ตซ์เริ่มฝึกงานในเดือนสิงหาคม ปี 2010 ภายในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกันนั้น ความต้องการน้ำผึ้งรสชาติเผ็ดร้อนแบบขวดพกพาของเขามีมากจนเขาตัดสินใจว่าจะต้องติดฉลากบนขวด ในตอนแรกเคิร์ตซ์จะใช้เวลาทุกวันจันทร์ซึ่งเป็นวันที่ร้านอาหารปิด ในการทำทำน้ำผึ้งแต่ในที่สุด เมื่อต้องทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ ทำให้เคิร์ตซ์ต้องเปลี่ยนแนวทางการทำงานใหม่

     “เวลาเดียวที่สามารถผลิตได้คือตอนกลางคืนหลังจากที่ร้านอาหารปิดแล้ว จะเข้าไปที่นั่นตั้งแต่เที่ยงคืนถึงหกโมงเช้า แค่บรรจุขวด ปิดฝา และติดฉลากขวด Mike’s Hot Honey”

     อย่างไรก็ตาม ด้วยกกระแสการบอกปากต่อปากถึงท็อปปิ้งรสเผ็ดที่ร้านพิซซ่าสุดฮอตแห่งใหม่ของบรูคลินแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าเคิร์ตซ์ก็ได้รับคำสั่งซื้อจากร้านอาหารและร้านค้าปลีกเฉพาะทางทั่วเมือง

     แม้ว่าเคิร์ตซ์จะจินตนาการถึง Mike's Hot Honey ไว้เป็นหน้าพิซซ่าเพียงอย่างเดียว แต่เขาก็รู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นว่าร้านอาหารอื่นๆ ใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก เพราะ Mike’s Hot Honey ยังถูกนำไปใส่ในสลัด คราฟต์ค็อกเทล และแม้แต่ไอศกรีมอีกด้วย

เริ่มต้นธุรกิจเป็นรูปเป็นร่าง

     เมื่อ Mike’s Hot Honey เป็นที่รู้จักมากขึ้น เคิร์ตซ์ตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่จะออกจากร้าน Paulie Gee’s และหาใครสักคนมาช่วยเขายกระดับธุรกิจขึ้นไปอีก  เขาจ้าง Matt Beaton เพื่อนสมัยที่เขาทำงานที่ UMass Amherst ให้ดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัทโดยเริ่มตั้งแต่ปี 2015

     เมื่อ Beaton เข้ามาร่วมงาน Mike's Hot Honey ทำรายได้ถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี เมื่อสิ้นปีแรกของ Beaton ในฐานะ CEO ตัวเลขดังกล่าวก็เพิ่มขึ้น 6 เท่าเป็น 600,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

     งานที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของ Beaton คือการเป็นหัวหอกในกระบวนการระดมทุนหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการลงทุน Mike's Hot Honey เพื่อขยายการผลิตตามคำสั่งซื้อจำนวนมากที่ได้รับจากลูกค้ารายใหญ่ได้

     Mike's Hot Honey ระดมทุนได้มากกว่า 3 รอบ ระดมทุนได้ 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เงินจำนวนนั้นช่วยให้บริษัทไม่เพียงแต่ขนสินค้าและคำสั่งซื้อบริการได้มากขึ้นตรงเวลาและเต็มจำนวนเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เคิร์ตซ์ และ Beaton พัฒนาทีมของพวกเขาอีกด้วย

เพิ่มน้ำผึ้งเป็นสองเท่า

     วิธีที่เคิร์ตซ์ และ Beaton มองเห็น พวกเขามีทางเลือกสองทางในการขยายธุรกิจ คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นๆ ภายใต้แบรนด์ Mike’s Hot Honey หรือเพิ่มเครื่องปรุงหลักเป็นสองเท่า

     แทนที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติแตกต่างกัน เคิร์ตซ์และ Beaton เลือกที่จะมุ่งเน้นไปที่วิธีการใช้งานที่แตกต่างกัน นั่นคือ แม้ว่าขวดบีบขนาด 12 ออนซ์ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยม แต่ Mike's Hot Honey ยังผลิตขนาดต่างๆ ตั้งแต่บรรจุในแกลลอนและขวดเชฟขนาด 24 ออนซ์ ไปจนถึงแพ็คเก็ตบีบขนาด 0.5 ออนซ์ ถ้วยจุ่ม 1 ออนซ์ และ 1.55- ขวดแก้วออนซ์ขนาดเล็กสำหรับเป็นของขวัญ

     จนกระทั่งถึงปี 2020 เคิร์ตซ์และ Beaton จึงรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ และนั่นเป็นที่มาของ Mike's Hot Honey Extra Hot น้ำผึ้งที่มีรสเผ็ดกว่าเดิมประมาณ 10 เท่า

     ทุกวันนี้ดูเหมือนว่า Mike's Hot Honey จะมีอยู่ทั่วไปทุกหนทุกแห่ง

     นอกเหนือจากการจำหน่ายในร้านค้าปลีกและร้านอาหารมากกว่า 30,000 แห่งแล้ว ป้ายของแบรนด์ยังใช้ประดับหน้าต่างร้านพิซซ่าทั่วประเทศ และยังได้ร่วมมือกับแบรนด์ต่างๆ เช่น Utz, Austin Eastciders และ First Watch อีกด้วย ล่าสุดได้ประกาศความร่วมมือกับเครือข่ายระดับชาติ Marco's Pizza เพื่อเสนอพิซซ่าราดน้ำผึ้งในเวลาจำกัด

ที่มา : https://www.cnbc.com/2023/11/06/how-mikes-hot-honey-built-a-40-million-a-year-business.html
Photo : Instagram @mikeshothoney

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup