Text : Vim Viva

     อาจจะหายากแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีสำหรับคนที่มีหน้าที่การงานดี เงินเดือนสูงแล้วยอมละทิ้งสิ่งนี้เพื่อเดินตามฝันของตัวเอง ลอย ตวน อีก็เป็นหนึ่งในนั้น แม้จะเริ่มต้นธุรกิจในตอนเข้าสู่วัยกลางคนและธุรกิจของเขามีอายุเพียง 14 ปีแต่ลอย ตวน อี ผู้ก่อตั้งเดอะ โฮลสไตน์ มิลค์ คัมปานี และบริษัทฟาร์ม เฟรช มิลค์ก็เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จล้นหลาม

     ลอย อี ตวน นักธุรกิจใหญ่วัย 60 ปีเพิ่งได้รับการจัดอันดับ 1 ใน 50 บุคคลที่ร่ำรวยสุดในมาเลเซียจากนิตยสารฟอร์บส โดยรั้งอันดับที่ 43 ด้วยสินทรัพย์มูลค่า 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 14,000 ล้านบาท เขาดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับฟาร์มโคนม และผลิตภัณฑ์นมที่มีส่วนแบ่งมากสุดในตลาดมาเลเซีย

     ปัจจุบัน ลอย ตวน อี เป็นเจ้าของฟาร์มโคนม 5 แห่งในมาเลเซีย และ 1 แห่งในออสเตรเลีย มีวัวกว่า 6,000 ตัว ล่าสุดเมื่อเดือนมีค. ที่ผ่านมา บริษัทของเขาได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย และสามารถระดมทุนจากการขายหุ้นมูลค่า 238 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 8,700 ล้านบาท

     แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ลอย ตวน อีต้องใช้พลังใจมากมายในการฝ่าเสียงคัดค้านของคนรอบข้างเพื่อเดินหน้าทำความฝันให้เป็นจริงท่ามกลางความเสี่ยงที่เรียกได้ว่าเป็นเดิมพันชีวิต ก่อนหน้าที่จะเริ่มทำธุรกิจ ลอย ตวน อีเป็นพนักงานกินเงินเดือนทั่วไป เคยทำงานในตำแหน่งการตลาดที่บริษัทข้ามชาติ เช่น โซนี่ และพานาโซนิก ก่อนจะลงเอยที่เก้าอี้ผู้บริหารของบริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารด้วยรายได้ปีละครึ่งล้านริงกิตหรือราว 4 ล้านบาทเศษ

     แต่หลายทศวรรษของการเป็นมนุษย์เงินเดือนทำให้รู้สึกอิ่มตัวและต้องการเดินตามความฝันของตัวเอง ในวัย 45 ปีเขาจึงตัดสินใจลาออกจากงานและเริ่มสำรวจลู่ทางเกี่ยวกับธุรกิจการเกษตรและฟาร์มโคนมท่ามกลางเสียงคัดค้านของมิตรสหายและคนในครอบครัวที่มองว่าไม่สมเหตุสมผลแม้แต่น้อยที่ละทิ้งงานรายได้งามเพื่อไปเลี้ยงวัว

     ปี 2006 ลอย ตวน อีลงทุนซื้อที่ดินในรัฐยะโฮร์ และใช้เวลาเกือบทุกวันขลุกอยู่ในฟาร์ม เขาเริ่มด้วยการเลี้ยงแพะ ทำฟาร์มปลาอโรวาน่า และปลูกแก้วมังกร แต่ไม่สามารถขยายธุรกิจได้เนื่องจากตลาดค่อนข้างจำกัด เขาจึงเบนเข็มนำเข้าโคนมพันธุ์โฮลสไตน์ เจอร์ซีย์จากออสเตรเลียจำนวน 60 ตัว ช่วงเริ่มต้นต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อ หรือแม่โคให้น้ำนมไม่มากพอ    

     ธุรกิจของเขาเริ่มต้นจริงจังในปี 2008 เมื่อเขาก่อตั้งบริษัทเดอะ โฮลสไตน์ มิลค์ คัมปานี และบริษัทฟาร์มเฟรช มิลค์และเริ่มวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมภายใต้แบรนด์ “ฟาร์ม เฟรช” ธุรกิจเติบโตเร็วกว่าที่คิด กระทั่งปี 2012 มีมิตรสหายแนะนำให้รู้จักกองทุนบริหารความมั่งคั่งแห่งชาติ (Khazanah National) ของรัฐบาลที่เข้ามาสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ

     หลังจากได้รับการอัดฉีดเรื่องเงินทุน การเติบโตทางธุรกิจของฟาร์มเฟรชก็ทะยานพุ่งแบบฉุดไม่อยู่ มีการขยายพื้นที่ฟาร์มและจำนวนโคนม จาก 60 ตัวเป็น 6,000 กว่าตัว และจากที่เคยทำรายได้ปีละ 9 ล้านริงกิต (75 ล้านบาท) ก็กลายเป็น 9 ล้านริงกิตต่อสัปดาห์ เป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างมาก บริษัทวิจัยตลาดเอซี นีลเส็นระบุ ปี 2019 ฟาร์มเฟรชครองส่วนแบ่งตลาดนมสดรายใหญ่สุดในมาเลเซีย นอกจากจำหน่ายในตลาดมาเลเซียแล้ว ฟาร์มเฟรชยังส่งออกไปสิงคโปร์ และบรูไน โดยมีแผนจะขยายไปยังอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศอื่นด้วย