ไทยในฐานะผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารของโลกยังมีโอกาสที่จะเพิ่มมูลค่าและผลักดันอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโตขึ้นได้ NIA จึงได้วิเคราะห์โอกาสการเติบโตของการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึกในธุรกิจอาหารใน 9 รูปแบบ
โลกยิ่งเจริญขยะก็ยิ่งเพิ่ม โดยหนึ่งในแนวทางที่ได้รับการกล่าวถึงเป็นวงกว้างและเริ่มนำไปใช้อย่างแพร่หลาย คือ BCG Model ยั่งยืน ประกอบด้วย B :Bio Economy เศรษฐกิจชีวภาพ C:Circular Economy เศรษฐกิจชีวภาพ และ G:Green Economy เศรษฐกิจสีเขียว
เพื่อต้องการช่วยเหลือธุรกิจโฮมคิทเช่นของผู้ขายอาหารฮาลาล เชน เอห์ชาน ฮิว เซลล์ขายรถยนต์วัย 30 ปีที่เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามตามจูนิสา จาเมล ผู้เป็นภรรยาจึงเกิดความคิดจะรวบรวมร้านอาหารฮาลาลแบบโฮมคิทเช่นมาไว้บนแพลทฟอร์ม Delivery
เมื่อสถานการณ์ไวรัสระบาดทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น หนทางเดียวที่จะรอดได้ในวิกฤตินี้คือ ‘หาครัวกลางนอกห้าง’ หรือ Cloud Kitchen เพื่อหนีตายวิกฤตินี้แบบชั่วคราว เราจึงได้เห็นปรากฎการณ์ร้านอาหารออกมาหาพื้นที่เช่านอกห้างกันหลายร้าน
ปกติเวลาซื้อผลไม้มารับประทาน เรามักจะซื้อกันเป็นลูกๆ หรือกิโลกรัม เพราะคงไม่มีใครที่ตัดแบ่งขายเฉพาะส่วนให้ แต่อาจไม่ใช่กับ “แตงโม แตงโหม่ว แตงโม” ร้านขายแตงโมออนไลน์ที่เลือกเอาเฉพาะแกนแตงโตแบบไร้เมล็ดกวนใจมาขายให้กับลูกค้า
กลยุทธ์ต้องรอด ฉบับยักษ์ใหญ่แฟรนไชส์ธุรกิจอาหารอย่าง “เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป” ผู้ให้บริการด้านอาหารและฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่ของประเทศ ในวิกฤตโควิด-19 พวกเขาใช้กลยุทธ์ไหนเพื่อไปต่อ
ขณะนี้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) สร้างเขตเศรษฐกิจแห่งใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารที่สะอาดและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และยังทำหน้าที่เป็นศูนย์บ่มเพาะสําหรับนักวิจัย Startup เพื่อวางแผนเป็นอนาคตของอุตสาหกรรมอาหาร
ช่วงเวลาของการเผชิญหน้ากับสถานการณ์โควิด-19 โฮสเทลย่านเมืองเก่าที่ชื่อ “Beehive Phuket Old Town Hostel” ปรับกลยุทธ์ธุรกิจ โดยใช้เวลาแค่ 2 เดือน คิดสูตรบะหมี่ออร์แกนิก สร้างแบรนด์ “บะหมี่จินหู่” ที่สามารถโตได้ถึง 200 เปอร์เซ็นต์
แม้ปัจจุบันการใช้เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ หรือ AgriTech ในไทยจะยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่จากราคาเทคโนโลยีที่ถูกลงและความรู้ด้านเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ AgriTech มีบทบาทในไทยมากขึ้นในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า
แม้โควิด ทำให้ธุรกิจนำเข้าต้นไม้จากเกาหลีต้องชะงัก แต่เจ้าของกิจการไม่ยอมให้ธุรกิจสะดุด หันมาพัฒนาสูตรดินขึ้นมาขายแทน
ในโลกนี้มีพลเมืองที่แพ้กลูเตนมากถึง 600-700 ล้านคน นั่นเป็นโอกาสธุรกิจของ “Sava Flour” แป้งกลูเตนฟรีสำหรับผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ที่ทำจากมันสำปะหลัง จนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากแป้งมันธรรมดาได้สูงถึง 8 เท่า แค่ 1 พาเลท ก็กำไรเท่า 1 ตู้คอนเทนเนอร์
มีการประเมินว่าแค่ในอเมริกาประเทศเดียวมีอาหารที่เหลือทิ้งราว 30 – 40%