Starting a Business

โยเกิร์ตเฮลตี้ของเด็กจบใหม่ I wanna eat yogurt เริ่มจากงานแฟร์สู่ห้างฯ ที่ขายได้เดือนละหมื่นแก้ว

Text : Yuwadi.s


     เพียงแค่ความคิดว่าอยากกินไอศกรีมโยเกิร์ตทุกวันจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่เปิดมาได้แค่ปีเดียวแต่ขยายไปถึง 3 สาขาแถมยังขายได้หลักหมื่นแก้วในแต่ละเดือนและนี่คือร้าน I wanna eat yogurt เกิดจากแพสชันของ เท็น – พิชญะ ตรีเกษมมาศ ที่คิดค้นสูตรไอศกรีมโยเกิร์ตแบบหวานน้อย เฮลตี้และชวนเพื่อนๆ อีก 2 คนมาสร้างดรีมทีมนั่นคือ แบ้ม - จณิสตา ตันศิริและ แม็ก - จุรินทร์ วรรณพงษ์ จากเด็กเรียนจบใหม่สู่เจ้าของธุรกิจภายในเวลาแค่ 1 ปี พวกเขาสร้างแบรนด์กันแบบไหนจนกลายเป็นร้านไอศกรีมโยเกิร์ตที่หลายคนติดใจ

จากแค่ความชอบสู่ธุรกิจที่ใช่ I wanna eat yogurt

     จุดเริ่มต้นของ I wanna eat yogurt มาจากความชอบของเท็นที่อยากกินไอศกรีมโยเกิร์ตทุกวันและเจ้าที่มีในตลาดก็ราคาสูงเกินไปและหวานเกินไป ทำให้เขาปิ๊งไอเดียว่าอยากลองทำไอศกรีมโยเกิร์ตในแบบที่ตัวเองชอบ

     “ก่อนหน้านี้เราเป็นเด็กเพิ่งเรียนจบใหม่ เราเรียนมาด้วยกันทั้ง 3 คน ตอนนั้นเป็นช่วงหางานเราเลยมีเวลาว่างลองทำในสิ่งที่ชอบ จุดเริ่มต้นมาจากความชอบล้วนๆ เราชอบกินไอศกรีมโยเกิร์ตมากๆ แล้วในตลาดมันหวาน มันกินไปเรื่อยๆ ไม่ได้ เราอยากมีไอศกรีมโยเกิร์ตที่หวานน้อย กินได้เรื่อยๆ เราเลยทดลองสูตรอยู่เป็นเดือนกว่าจะได้ที่ลงตัว เริ่มจากลองแจกคนในคอนโดที่ส่วนกลางให้ลองชิม ฟีดแบ็กทุกคนบอกว่าดี หวานน้อย เรารู้สึกว่ามาถูกทางแล้ว ขั้นต่อไปเลยลองขายจริงเลย” เท็นเล่าให้ฟัง

     เท็นเริ่มต้นในการพา I wanna eat yogurt ไปให้ลูกค้ารู้จักที่แรกคือการออกงานธรรมศาสตร์แฟร์ ช่วงเดือนมีนาคม 2568 แม้ว่าจะยากตรงที่ต้องขับรถไปเปิดร้านกว่าร้อยกิโลเมตรต่อวันแถมยังเจอแผ่นดินไหวในการขายวันสุดท้าย แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้แถมยังเพิ่มความสนุกในการขายด้วยการชวนแม็กไปสร้างโปรโมชั่นซื้อไอศกรีมโยเกิร์ตแถมฟรีดูดวงจนเพิ่มยอดขายในการออกร้านได้มากขึ้น

     “เราเริ่มต้นขายที่ธรรมศาสตร์แฟร์ ตอนนั้นมีผมทำกับแฟน 2 คนก่อน ช่วงแรกยอดขายไม่ค่อยดีจนเราชวนแม็กมาช่วยด้วยเกิดเป็นโปรโมชั่นซื้อไอศกรีมแถมฟรีดูดวง ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเยอะมากๆ หลังจากนั้นก็เป็นไวรัลใน TikTok คนก็มาซื้อเรื่อยๆ”

     หลังจากออกงานธรรมศาสตร์แฟร์ทำให้เขาอยากปั้นธุรกิจนี้ให้มีความจริงจังมากขึ้น จึงชวนเพื่อนอีก 2 คนอย่างแบ้มและแม็กมาเข้าทีมและพาร้านขยายไปสู่ฐานลูกค้าที่กว้างมากขึ้นอย่างโซนออฟฟิศ โดยเริ่มที่ตึกเอ็มไพร์ทาวเวอร์ เพลินจิตทาวเวอร์ ก่อนที่จะเข้าห้างสรรพสินค้าแรกคือที่เซ็นทรัลพระราม 9 สำหรับในปัจจุบัน I wanna eat yogurt มีทั้งหมด 3 สาขา นั่นคือเซ็นทรัลพระราม 9, EmQuartier และ ตลาดรวมทรัพย์ อโศก

     “ตอนธรรมศาสตร์แฟร์ เราต้องทำทุกอย่างในร้านคนเดียว เลยคิดว่าถ้าทำคนเดียวไม่น่ารอด เราเลยชวนเพื่อนๆ มาช่วย แบ้มจะช่วยเรื่องการตลาด แม็กดูหน้าร้าน หลังจากนั้นเราก็เริ่มออกบูธตามออฟฟิศในเมือง เช่น ตึกเอ็มไพร์ทาวเวอร์ เพลินจิตทาวเวอร์ ตึกออลซีซั่นส์ ทีนี้เราคิดว่าการทำ 3 คนในหนึ่งร้านมันสบายอยู่แล้ว ไม่ต้องใช้แรงเยอะขนาดนั้น เราเลยอยากขยายร้านและที่ลองขายมามันได้กำไร เราก็อยากเพิ่มสาขาไปเรื่อยๆ อยากได้ที่ประจำ ตอนนั้นเราก็หาหลายที่จนเซ็นทรัลพระราม 9 ติดต่อมา ก็ไปดูที่ ใช้เวลาประมาณเดือนกว่าๆ ในการเปิดร้าน เราไม่คิดเลยว่าจะได้มาเปิดในห้างสรรพสินค้าเร็วขนาดนี้” เท็นเล่า

ใช้โปรโมชั่นโค้ดลับ “อยากลาออก” ดึงลูกค้าจนไวรัล

     สำหรับการตลาดของ I wanna eat yogurt ในช่วงแรกที่เริ่มเปิดตัว แบ้มเล่าให้ฟังว่าจะเน้นไปที่การถ่ายรูปโพรดักส์ให้มีความสวยงาม รวมไปถึงการทำคอนเทนต์ชูโรงเรื่องจุดเด่นของสินค้าและเพิ่มกิมมิกในการเปิดร้านสาขาใหม่ๆ ด้วยมาสคอตชุดเขียว

     “อย่างแรกที่เราทำคือถ่ายรูปโพรดักส์ให้ชัดๆ และขายจุดเด่นของร้านเราที่ราคาน่ารัก จับต้องได้ รสชาติหวานน้อย เฮลตี้ เราก็เพิ่มกิมมิกด้วยตัวมาสคอตของร้านที่เป็นชุดสีเขียว ให้คนใส่ชุดแล้วเวลามีเปิดสาขาใหม่ก็จะให้ชุดสีเขียวเป็นตุ๊กตาลมหน้าร้านและเดินไปทั่วห้างให้คนเห็นว่าเรามาแล้วนะ” แบ้มเล่า

    นอกจากนี้การตลาดของแบรนด์ที่กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์นั่นคือโค้ดลับ ถ้าพูดคำนี้รับฟรีท็อปปิ้ง อย่างโค้ดลับที่ไวรัลมากนั่นคือ “อยากลาออก”

    “เราได้อินไซด์มาจากการดูดวงด้วยค่ะ ตอนนั้นแม็กไปดูดวงที่ตึกเอ็มไพร์แล้วทุกคนก็มาถามว่าเมื่อไหร่จะได้ลาออก เมื่อไหร่จะได้งานใหม่ มันเลยน่าจะตรงจุดมากๆ ทุกคนน่าจะอยากพูดคำนี้ออกมา เลยกลายเป็นกิจกรรมสนุกๆ ที่ให้ทุกคนได้ร่วมและบอกต่อ ทำให้แบรนด์ขยายปากต่อปากได้เร็วมากๆ แล้วคลิปที่ลงไปก็มียอดวิวสูงมากๆ นอกจากนี้เราก็มีโปรโมชั่นสลับๆ กับโปรโมชั่นอื่นๆ อย่างงาน GOODFOOD ที่ตอนนั้นเพลงใจฉันตามเธอไปดัง เราก็มีโค้ดลับ “แย่จัง” เด็กๆ น้องๆ เขาก็ชอบร้องเพลงแย่จัง ก็ทำให้เป็นไวรัลได้ด้วยเหมือนกัน” แบ้มเล่าต่อถึงโปรโมชั่นโค้ดลับ

     นอกเหนือจากความสนุกในการทำการตลาดแบบฉบับของ I wanna eat yogurt สิ่งสำคัญที่ทำให้ลูกค้าหลายคนติดใจคงหนีไม่พ้นเรื่องของคุณภาพไอศกรีมโยเกิร์ตที่สร้างสรรค์มาอย่างตั้งใจเพราะอยากให้ลูกค้าได้กินไอศกรีมโยเกิร์ตที่อร่อย หวานน้อย สุขภาพดีในราคาที่จับต้องได้ ที่สำคัญยัง 0% Sugar added ไม่เติมน้ำตาลด้วย

     “จริงๆ เราไม่ได้อยากแค่ดึงความสนใจจากลูกค้าด้วยโปรโมชั่น แต่เราอยากขายจุดเด่นของลูกค้าที่มันกินได้เรื่อยๆ ราคาไม่แพง กินได้ทุกวัน เป็นของหวานที่ทุกคนเลือกกินโดยไม่ต้องคิดมากเพราะมันถูก อร่อย เฮลตี้ นอกจากเรื่องของความหวานน้อย ความอร่อยแล้ว เรายังเพิ่มความเฮลตี้เข้าไปด้วยการใส่ 4 โพรไบโอติกส์ เพื่อช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหาร ลดมวลไขมันบริเวณตับ ลดคอเลสเตอรอล ลดน้ำตาลในเลือด เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ปรับสมดุลแบคทีเรียในช่องท้องและลดแบคทีเรียในช่องคลอด เราเพิ่มมาเป็น 4 โพรไบโอติกส์แล้วมันเฮลตี้ขึ้นจริงๆ อีกอย่างคือเราไม่อยากให้มันราคา Overpriced เราทำให้ราคาเข้าถึงง่าย เริ่มต้นที่ 59 บาท” เท็นเล่าถึงจุดเด่นของสินค้า

     พวกเขาได้ปิดท้ายถึงหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจว่าให้ความสำคัญในเรื่องของความจริงใจ มองในมุมของลูกค้าว่าอยากได้อะไรและมอบประสบการณ์แบบนั้นให้ลูกค้า

     “เราคิดว่าถ้าเราเป็นลูกค้า เราอยากได้อะไร อยากเห็นอะไรในร้านค้าร้านหนึ่ง การมองร้านตัวเองในมุมมองของลูกค้าว่าเขาอยากได้อะไรในการซื้อของเรา เราเคยเป็นลูกค้ามาก่อน เราเอาตัวเราไปยืนในที่ของลูกค้าแล้วมองว่าถ้าเป็นเราล่ะ เราอยากได้อะไร สั้นๆ เลยมันคือความจริงใจที่เรามอบให้ลูกค้า” เท็นปิดท้าย

     “เราต้องมีการรับฟังเสียงของลูกค้าและนำไปปรับปรุง นอกจากนี้การทำงานร่วมกันเป็นทีมก็สำคัญมากเลย เพราะแต่ละคนจะมีด้านที่ถนัดและชูให้ธุรกิจเติบโตไปด้วยกัน เราต้องเข้ากันและมองภาพเดียวกันมันถึงทำให้ธุรกิจเติบโตได้” แบ้มปิดท้ายถึงหัวใจสำคัญ

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup