เพราะความสวยแปลว่าอิสระ! Norule แบรนด์ต่างหูของคนไม่มีรูหูที่อยากเป็นพื้นที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้คน
Text : Yuwadi.s
จากคนที่เคยยอมแพ้ให้กับการเจาะหูมาหลายต่อหลายครั้งสู่การพลิกความเสียใจให้กลายเป็นโอกาสใหม่ทางธุรกิจ Norule แบรนด์ต่างหูสำหรับคนที่เจาะหูไม่ได้ ก่อตั้งโดย แองจี้-พัณณิตา เลี่ยวไพโรจน์ เธอเคยประสบปัญหากับการเจาะหูแต่แผลไม่แห้งทำให้เธอปิ๊งไอเดียอยากทำต่างหูสำหรับคนที่ไม่ต้องเจาะหู เธอหยิบเอาทุก Pain Point ที่เคยเจอมารวมเข้ากับ Passion และสามารถสร้างแบรนด์ต่างหูหนีบที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์ในท้องตลาดเพราะอยากลบภาพจำต่างหูหนีบแบบเจ็บๆ ในที่สุดก็เกิดเป็นต่างหู Norule ที่อ่อนโยนและสวยได้แบบไม่ต้องเจ็บตัว
เปลี่ยนความเจ็บจากการเจาะหูสู่ธุรกิจใหม่
แองจี้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Norule มาจากปัญหาส่วนตัวของเธอเองที่เป็นคนเจาะหูไม่ได้ ไม่ว่าจะพยายามเจาะหูกี่ครั้งก็กลายเป็นความเจ็บตัวทุกครั้ง จนได้เปลี่ยนความเจ็บให้กลายเป็นไอเดียธุรกิจ ที่เริ่มขึ้นมาเพราะแพสชันล้วนๆ
“จุดเริ่มต้นมาจากความรู้สึกผิดหวังและไม่คอมพลีต ตัวจี้เองเป็นคนที่ไม่สามารถเจาะหูได้ ลองมาหลายวิธีมาก ไม่ว่าจะไปร้านสำหรับคนแพ้ง่าย ใช้เงินแท้หรือใช้ทอง แต่สุดท้ายเรายอมแพ้เพราะแผลไม่แห้งและเราเจ็บมาก เลยโยงไปสู่คำว่าไม่คอมพลีตสำหรับเราคือผู้หญิงเวลาจะออกจากบ้าน ไปงาน เราอยากแต่งตัวให้ดูดีที่สุด เต็มที่สุด คนอื่นได้ใส่เครื่องประดับ ใส่ต่างหู เราก็อยากใส่บ้าง มันไม่คอมพลีตเลยที่เราเจาะหูไม่ได้ เลยเป็นการตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมแค่การใส่ต่างหูต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดขนาดนั้น พอเรายอมแพ้ตรงนั้น เราได้ลองหาต่างหูหนีบในท้องตลาดมาใส่ในฐานะผู้บริโภค พบว่ายังไม่ตอบโจทย์การใช้งานของเรา เป็นจุดที่เราเริ่มหาทางออกว่านี่ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเราเองแล้วแต่เพื่อคนที่มีปัญหาเดียวกัน กลายมาเป็นโปรเจกต์ที่ชื่อว่า Norule เราอยากให้ Norule เป็นพื้นที่เล็กๆ เอาไว้โอบรับคนแบบเดียวกับเราคือคนที่เจาะหูไม่ได้หรือแม้แต่คนที่สามารถเจาะหูได้ก็ตาม อยากให้พวกเขาได้สนุกกับการเป็นตัวเองที่ไม่มีกฎเกณฑ์ตามชื่อแบรนด์เลย”
หลังจากที่เธอตั้งใจว่าอยากทำต่างหูหนีบสำหรับคนเจาะหูไม่ได้ เธอจึงเริ่มมองหาโรงงานและตัดสินใจผลิตล็อตแรกแม้ว่ายังไม่รู้เลยว่าจะขายได้ไหม แต่ด้วยแพสชันและความตั้งใจทำให้เธอทดลองกับตัวเองจนได้มาเป็น Norule
“เราเริ่มจากตัวเองก่อน จากที่เราใช้ต่างหูหนีบในท้องตลาดฐานะผู้บริโภค เราพบปัญหาอะไร จุดไหนที่เราไม่ชอบ ทำให้เราตกตะกอนและลองผลิตมาใช้เองเลยว่าดีไซน์แบบไหนที่ยังไม่มี เราทำดีไซน์แบบนั้นออกมา ใช้เวลาระหว่างนั้นค่อนข้างนานประมาณ 1 ถึง 2 ปี ตอนแรกเราตั้งใจแค่ลองใส่เอง ยังไม่ได้มีความมั่นใจเลยว่าจะขายได้ไหม แต่พอเราลองกับตัวเองแล้วมันคอมพลีตเรามาก แต่งตัวดูเต็มขึ้น มีความสุขขึ้นจริงๆ เลยคิดว่าสิ่งนี้น่าจะเป็นความสุขของคนอื่นได้เหมือนกัน เราเริ่มจากผลิตโรงงาน มีขั้นต่ำ ตอนนั้นเราอยากลองจริงๆ อยากรู้ว่าถ้ามันเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์เราทั้งวัสดุ การใช้งาน รูปแบบดีไซน์ที่เราอยากใส่ จะเป็นยังไง เราเลยลองผลิตขั้นต่ำมาก่อน เริ่มจากแค่แบบเดียว”
ฉีกภาพลักษณ์ต่างหูหนีบแบบเจ็บๆ ไม่ว่าใครก็ใส่ได้
เพราะเคยประสบปัญหากับตัวเองในการใส่ต่างหูหนีบที่สร้างความเจ็บเวลาใส่ แองจี้จึงอยากทำให้ Norule เป็นต่างหูหนีบที่ใส่แล้วไม่เจ็บแถมยังดีไซน์สวย ใส่ง่าย สามารถเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัวของสาวๆ ได้เป็นอย่างดี
“ความจริงมีต่างหูหนีบเยอะมากในท้องตลาดแต่เราอยากลบภาพจำต่างหูหนีบที่ใส่แล้วรู้สึกเจ็บ เหมือนต่างหูหนีบตอนเด็กๆ ที่เราใส่ตอนงานโรงเรียน บางคนไม่กล้าใส่ต่างหูหนีบเพราะคำว่าเจ็บ เราอยากพัฒนาต่างหูหนีบในทุกมิติให้ดียิ่งขึ้น สิ่งที่เราแตกต่างคือความจริงใจของสินค้าและสิ่งที่เราอยากส่งต่อให้ลูกค้า สิ่งแรกคือวัสดุที่ดี ลูกค้าใส่แล้วต้องไม่แพ้ เราเลยเลือกเป็น Nickel Free ต้องไม่ลอก ไม่ดำ กันน้ำได้ เราอยากเสริมความมั่นใจและความสนุกของลูกค้าจริงๆ มากกว่านั้นเราไม่ได้ขายแค่ต่างหูให้ลูกค้าแต่เราขายประสบการณ์ให้ลูกค้าตั้งแต่เริ่มแรกคือแพ็คเกจจิ้ง เราอยากให้แตกต่าง พกพาสะดวก แข็งแรง ไปจนถึงเรื่องของบริการหลังการขาย สินค้าทุกชิ้นเราใส่ใจและมีการรับประกันทุกชิ้น”
สำหรับการทำให้ Norule เป็นที่รู้จัก แองจี้เล่าว่าในช่วงแรกเธอเน้นการทดลองกับตัวเอง เริ่มจากการที่เธอเป็นลูกค้าของแบรนด์และทำคอนเทนต์สื่อสารอย่างจริงใจ โดยเฉพาะใน TikTok ที่เธอเน้นความเรียลและอยากสร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อโอบรับคนที่เจอปัญหาแบบเดียวกัน
“เราเริ่มจากตัวเอง เราเป็นลูกค้าของตัวเองจริงๆ เราเข้าใจปัญหาของคนที่เจาะหูไม่ได้ เราเลยสื่อสารผ่านการทำคอนเทนต์และการทำตลาดอย่างตรงไปตรงมา ใช้ทรัพยากรตัวเองในการโปรโมทว่าเราเจาะหูไม่ได้นะ เราใช้ต่างหูแบบนี้นะ ทุกคอนเทนต์ที่ทำจากความจริงใจเลยใช้เวลาไม่นานมากในการขายออกและพอเราทำไปเรื่อยๆ เลยได้รู้ว่ากลุ่มลูกค้าของเราไม่ได้มีแค่คนเจาะหูไม่ได้ บางคนเจาะหูได้แต่ก็ชอบใส่ Norule บางคนอยากพักหูหรือแพ้ต่างหูมาก็เลือกใช้ Norule ในการพักฟื้น การทำคอนเทนต์จี้มองว่าใน TikTok จะมีความเรียลๆ มีความโอบรับกับคนที่เขาเจาะหูไม่ได้จริงๆ เราใช้จุดนั้นในการสื่อสารออกไปว่าไม่เป็นไร เราคือพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่เสริมความมั่นใจและความสนุกให้คุณ มีบางคอมเมนต์เราอ่านแล้วมีกำลังใจ เช่น หนูป่วย เจาะหูไม่ได้ อยากให้พี่ทำแบรนด์ต่อไปเรื่อยๆ เราอ่านแล้วมีกำลังใจมากจริงๆ ภูมิใจที่ลูกค้าใส่ Norule แล้วมีความสุขมากขึ้น สนุกกับการเป็นตัวเองในทุกก้าว เรารู้สึกประสบความสำเร็จแล้ว”
แองจี้เล่าเสริมว่ามีช่วงที่เป็นจุดพลิกผันของแบรนด์นั่นคือมีคุณนัตตี้ จาก GoyNattyDream ทำคลิปลงบนโลกออนไลน์ ทำให้แบรนด์ Norule กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น
“แองจี้รู้จักกับพี่นัตตี้เลยลองส่งให้เขาใช้ดู ตอนนั้นพี่สาวจี้ไปเที่ยวและเขาเอาสินค้านี้ไปด้วย เขาไม่เจาะหูและเอาไปเล่นกับเพื่อน พี่นัตตี้เลยอัดคลิปลงให้ หลังจากนั้นมีลูกค้าเข้ามาซื้อ Norule เยอะมาก กระแสตอบรับดีมากเหมือนเป็นจุดพลิกของแบรนด์ ตอนนั้นลูกค้าอาจจะไม่ได้รู้จักมาก เราทำคอนเทนต์ไปเรื่อยๆ มีคนดูเยอะมากแต่อาจจะยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อ ณ ตอนนั้น เรายังปิดการขายไม่ได้แต่พอมีพี่นัตตี้มาทำคลิปให้ คนเลยตัดสินใจซื้อเลย เป็นความโชคดีอีกอย่างหนึ่ง”
หัวใจสำคัญในการสร้างแบรนด์ Norule แองจี้เน้นเรื่องของความซื่อตรงที่มีกับลูกค้า อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้าและพยายามช่วยลูกค้าแก้ปัญหาที่มีให้ได้มากที่สุด
“จี้เน้นเรื่องความซื่อตรง เราซื่อตรงกับลูกค้ามาก ตัวต่างหูของเรามันอาจจะไม่ได้แข็งแรงถ้าเทียบกับวัสดุอื่นๆ ในท้องตลาด บางอันเป็นเหล็กมันจะแข็งแรง ทนทานมาก แต่เราไม่อยากใช้แบบนั้น เรายอมเลือกวัสดุที่บอบบางกว่า มีต้นทุนมากกว่าในการดูแลลูกค้า แต่ใส่แล้วสบายจริงๆ เราอยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุด พอเราใช้วัสดุที่บอบบางกว่า เราจึงมีการรับประกันหลังการขาย มีวารันตีติดตัวให้ตั้งแต่เริ่มต้น 3 เดือน หลัง 3 เดือนลูกค้าส่งเคลมสินค้ากับเราได้ตลอด พยายามช่วยลูกค้าแก้ปัญหาในทุกเคสให้ได้มากที่สุด”
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup