Cheese N’ Do ขนมที่ไม่มีใครรู้จัก กลยุทธ์ที่เปลี่ยน "ความสงสัย" เป็น "ยอดขาย"
Text : Ratchanee P.
หากย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน ชื่อของ Becozyrest.cafe เริ่มต้นจากความพยายามของ แอม-นิภาธร ฟักเขียว อดีตพนักงานประจำ และ เบสท์-จิรกิตติ์ สรวมศิริ นักดนตรีหนุ่ม ที่ตัดสินใจเปลี่ยนบ้านเช่าในซอยลับให้กลายเป็นพื้นที่ "โฮมมี่" เพื่อสร้างความมั่นคงในวันที่ชีวิตถูกกระทบจากโควิด-19
วันนี้ในวัย 6 ปีของร้าน Becozyrest ไม่ได้มีดีแค่กาแฟและบรรยากาศที่เป็นกันเองเหมือนมาบ้านเพื่อนเท่านั้น แต่แอมได้สร้าง "แบรนด์ลูก" ที่กำลังเป็นไวรัลในชื่อ Cheese N’ Do (ชีสแอนโด) ชีสเค้กหน้าไหม้ในรูปลักษณ์โดนัท ที่มาพร้อมกับคอนเซปต์ Easy to Eat
บทเรียนจากตู้เค้กที่ค้างสต็อก สู่การกลับมาใหม่ด้วยรสชาติที่ใช่
ในช่วงที่ผ่านมา แอมพยายามทำเบเกอรี่หลากหลายรูปแบบเพื่อเติมเต็มเมนูในร้าน Becozyrest แต่ด้วยความเป็น "ร้านลับ" ที่ทราฟฟิกไม่ได้หนาแน่นพอจะระบายขนมสดได้ทัน เค้กที่ตั้งใจทำจึงเหลือค้างตู้จนต้องทิ้งและขาดทุนสะสม
“ตอนนั้นเราตัดสินใจตัดใจทิ้งเลย เราจะไม่ขายเบเกอรี่แล้ว” แอมเล่าถึงจุดที่เคยถอยหลังกลับไปโฟกัสแค่กาแฟ ทว่าลึกๆ แล้ว เธอยังมีความหลงใหลในครีมชีสเป็นทุนเดิม
จนกระทั่งวันหนึ่ง แอมได้พบกับรสชาติจุดประกายจากรุ่นพี่คนสนิทที่เคยทำเบเกอรี่ในบางแสน รสชาติของ "ชีสเค้กหน้าไหม้" ที่รุ่นพี่ทำนั้นเป็นแบบทีเธอตามหามานาน จนยกให้เป็นรสชาติที่หนึ่งในใจ แม้รุ่นพี่จะย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ ก็ยังตามไปกินทุกครั้งที่มีโอกาส ความหลงใหลในรสชาตินั้นเองที่ทำให้ตัดสินใจหยิบสูตรนี้มาต่อยอด เมื่อรุ่นพี่บอกเคล็ดลับให้ โดยยึดเอามาตรฐานความอร่อยที่ตัวเองรักเป็นที่ตั้ง "มันต้องเป็นรสชาติที่เราชอบที่สุด เพราะถ้าเราชอบ มันก็จะคงมาตรฐานแบบนี้ไปตลอด"
จากจุดเริ่มต้นที่ทำขายหน้าร้านเพียงอาทิตย์ละก้อน ก็ค่อยๆ ขยับขึ้นสู่หลักร้อยก้อนต่อเดือน
6 เดือนกับร้อยเตาที่เสียไป เพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ
เมื่อโอกาสในการออกบูธงาน Bangsaen Koff Fest 2026 ที่บางแสนมาถึง แอมตั้งโจทย์ที่ท้าทายกว่าเดิมคือการทำขนมให้เป็น "Easy to Eat" เพื่อให้ลูกค้าถือเดินทานได้ในงานโดยไม่ต้องพึ่งช้อนหรือจาน ไอเดีย "ชีสเค้กทรงโดนัท" จึงกำเนิดขึ้น แต่ทว่าการเปลี่ยนรูปทรงจากสามเหลี่ยมมาเป็นทรงกลมที่มีรูตรงกลางนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด
“ถ้าเราเอาแค่ชีสเค้กสามเหลี่ยมไปเราจะไปขายยังไง คนไม่มีทางรู้ไหนอร่อยกว่ากัน ถ้าเขาไม่ได้ซื้อ เลยเป็นจุดที่งั้นเราลองทำทรงอะไรใหม่ๆ แต่ว่าให้มันได้ Texture แบบที่เราต้องการ เป็นคอนเซ็ปต์ว่าอยากให้เป็น Easy to Eat ทำไงให้ชีสเค้ก ถือกินได้เลยไม่ต้องใช้ช้อนเลย ก็เลยออกมาว่าทรงโดนัทมั้ย เป็นทรงที่ทุกคนเห็นแล้วก็เข้าใจ
เธอต้องเผชิญกับบททดสอบที่ยาวนานกว่า 6-7 เดือน และการสูญเสียวัตถุดิบไปกับ "ความล้มเหลว" นับร้อยเตา
"เราต้องเฝ้าหน้าเตา จดโน้ตทุกวินาทีว่าวินาทีที่เท่านี้มันขึ้นระดับนี้แล้ว แต่ถ้ามันฟูไปมากกว่านี้ข้างในมันจะเป็นอีกแบบความยากคือจะทำอย่างไรให้ข้างนอกไหม้สวยแต่ข้างในยังคงความ "ครีมมี่" และ "หนึบหนับ" ในขณะที่ต้องรักษารูปทรงโดนัทให้ตั้งตรงสวยงาม”
ผลลัพธ์ที่ได้คือ ชีสเค้กโดนัท ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผิวด้านนอกถูกอบจนเป็นสีน้ำตาลไหม้เกรียมหอมกรุ่นตัดกับเนื้อในสีเหลืองนวลที่อัดแน่นด้วยครีมชีสพรีเมียม รูปทรงวงกลมมีรูตรงกลางคล้ายโดนัท แต่เมื่อสัมผัสจะพบกับความเนียนนุ่มและรสชาติที่เข้มข้นถึงใจ เธอต้องทดลองเปลี่ยนทั้งพิมพ์ที่ใช้ ปรับสัดส่วนวัตถุดิบ และควบคุมอุณหภูมิซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่ามกลางต้นทุนครีมชีสที่เสียไปมหาศาล แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้จนกว่าจะได้สูตรที่ "ลงตัว" ที่สุด
"ขนมที่ไม่มีใครรู้จัก" กลยุทธ์คอนเทนต์ไวรัล
หลังจากได้สูตรที่สมบูรณ์ แอมไม่ได้เริ่มต้นด้วยการบอกว่า "ขนมของฉันอร่อยที่สุด" แต่เธอเลือกสื่อสารผ่านคอนเทนต์ที่แหวกแนวด้วยการตั้งชื่อว่า "ขนมที่ไม่มีใครรู้จัก"
"เราคิดว่าชื่อ Cheese N’ Do คนไม่เคยได้ยิน และรูปทรงมันก็ชวนให้เข้าใจผิด บางคนมองว่าเป็นทาร์ตไข่หรอ หรือเป็นแป้งโดนัทหรือเปล่า เราเลยทำคอนเทนต์บน TikTok เล่าเรื่องราวของขนมที่คนเห็นแล้วต้องทักผิดทักถูก ยิ่งบอกว่ามันคือ ขนมที่ไม่มีใครรู้จัก เพราะเราคิดอย่างนั้นจริงๆ และชื่อที่คนก็ไม่เคยได้ยินว่า Cheese N’ Do คืออะไร ยิ่งกลายเป็นความสงสัยจนกลายเป็นคลิปไวรัล”
กลยุทธ์นี้ได้ผลอย่างมหาศาล เพราะเมื่อเธอไปออกบูธงาน Bangsaen Koff Fest 2026 ทุกคนที่เดินผ่านต่างเข้ามาทักว่า "นี่ไง ขนมที่ไม่มีใครรู้จักใน TikTok" สิ่งที่แอมตั้งใจสื่อสารกลายเป็นใบเบิกทาง ที่ทำให้คนอยากมาพิสูจน์รสชาติด้วยตัวเอง จนสร้างปรากฏการณ์ขายดีวันละหลายร้อยชิ้น
“ผลตอบรับก็คือวันออกบูธเราไม่ได้นอน 3 วัน ขายวันละ 200-300 ชิ้น ทุกคนบอกกันว่ามันอร่อย แปลก และกินสนุก”
นอกจากตัวขนมแล้ว แอมยังใส่ใจไปถึง Packaging ที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ตัวกล่องขนาดพอดีคำเน้นโทนสีแดง ตัดกับลายเส้นภาพวาดของ "น้องโรซี่" เด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลที่กำลังกอดโดนัทชีส กล่องถูกดีไซน์ ช่วยเพิ่มความน่ากินและทำให้ขนมชิ้นนี้กลายเป็นที่รู้จักในเวลาอันรวดเร็ว
วันนี้เป้าหมายของแอมคือการพา Cheese N’ Do ไปหาลูกค้าทั่วประเทศ และทำให้ Becozyrest เป็นศูนย์รวมชีสเค้กจากหลากสัญชาติ คำแนะนำของเธอถึงคนทำธุรกิจในยุค Red Ocean คือ "Passion อย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมี Data มีวินัย และความกล้าที่จะแตกต่าง" เหมือนที่เธอพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า จากขนมที่ไม่มีใครรู้จักในวันนั้น กลายเป็นขนมที่ทุกคนต้องตามหาในวันนี้
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup