Starting a Business

แกะรอยสูตรลับไก่บอนชอน...ธัญญา ศรีพัฒนาสกุล

Text : Kritsana S. 

 
     ถ้าให้ลองเอ่ยชื่ออาหารเกาหลีที่คุ้นหูคงมีทั้งบิบิมบับ บิงซู เนื้อย่างเกาหลี และไก่ทอด โดยหนึ่งในแบรนด์ไก่ทอดสัญชาติเกาหลีที่ได้รับความนิยมในบ้านเราคือ บอนชอน ซึ่งนำเข้าโดย ธัญญา ศรีพัฒนาสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาชิสโสะ จำกัด ด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของไก่ทอด รวมทั้งเมนู Side Dishes ที่อร่อยไม่แพ้จานหลักทำให้บอนชอนได้รับการตอบรับที่ดีตั้งแต่ปีแรกที่เปิดในไทยจนตอนนี้มีสาขากว่า 27 สาขา และ 5 สิ่งที่เป็นสูตรลับความสำเร็จของธัญญา คือ 



    
    1. พนักงาน
     “ตอนนี้เรามีพนักงานประมาณ 600-700 คน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานในครัวและพนักงานหน้าร้าน เรารู้ว่างานบริการนั้นเป็นงานที่หนัก เพราะช่วงแรกที่เปิดร้านเราต้องยืนต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าร้านทุกวัน จึงทำให้รู้ว่างานบริการไม่ใช่งานที่ทำได้ง่าย เพราะแม้จะเจอปัญหาอะไรก็ตาม ถ้าเจอลูกค้าก็ต้องยิ้มและให้บริการอย่างดีที่สุด ในสายตาของเรามองว่า พวกเขาทำงานได้ดีและตั้งใจทำเพื่อแบรนด์ ดังนั้น จึงเกิดแรงผลักดันให้ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้แบรนด์เติบโต พนักงานทุกคนจะได้มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน”


 
     2. อาหาร
     “เราชอบทำอาหารแต่ไม่ได้ทำอาหารเก่ง ชอบเรียนรู้วิธีทำอาหารด้วยตนเอง และชอบไปจ่ายตลาดเองเพราะจะได้เลือกซื้อวัตถุดิบที่ไม่เคยเห็นหรือไม่คุ้นเคยมาปรุงเป็นเมนูใหม่ๆ ทั้งนี้ เราชอบรับประทานไก่ทอดเกาหลีด้วย ครั้งแรกที่ได้รับประทานไก่บอนชอนคือ ตอนที่เรียนอยู่สหรัฐฯ (ประมาณ 8-9 ปีก่อน) ติดใจรสชาติไก่บอนชอนมาก เพราะรสชาติแปลกใหม่ไม่ซ้ำกับไก่ทอดเกาหลีแบรนด์อื่นๆ เหตุผลที่นำเข้าไก่ทอดแบรนด์นี้คือ มั่นใจในรสชาติว่าอร่อยถูกปากคนไทย และคนทำเลียนแบบได้ยาก เพราะเคยลองแกะสูตรแต่ก็แกะไม่ได้สักที ลองทำกี่ครั้ง รสชาติที่ได้ก็ไม่เหมือน นอกจากนี้ ด้วยความที่เจ้าของแบรนด์ให้เพิ่มเมนู Side Dishes ได้ เราจึงคิดหาเมนูที่เหมาะจะกินกับไก่ทอด เช่น ซุปกิมจิ และข้าวเหนียว โดยเมนู Side Dishes ที่เห็นในใบเมนูจะมีขายเฉพาะบอนชอนเมืองไทยเท่านั้น”


 
     3. ภาพยนตร์ย้อนเวลา
     “ปกติชอบดูภาพยนตร์อยู่แล้ว ประเภทภาพยนตร์ที่ถูกใจมากที่สุดคือ ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการย้อนเวลา เช่น ภาพยนตร์เรื่อง About Time และภาพยนตร์เรื่อง Age of Tomorrow เป็นต้น ภาพยนตร์ประเภทนี้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานและการใช้ชีวิต รวมทั้งทำให้กลายเป็นคนประเภท Work Hard, Play Hard ซึ่งหมายความว่า ไม่ว่าจะทำงานหรือทำอะไรก็ตาม จะเต็มที่กับมันเสมอ และเมื่อถึงเวลาพักผ่อนก็จะพักเต็มที่ ทุกครั้งที่ทำอะไรจะตระหนักเสมอว่า ชีวิตจริงไม่เหมือนกับภาพยนตร์ที่ดู เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งต่างๆ ได้ ดังนั้น ต้องเต็มที่กับทุกสิ่งที่ทำ”


 
     4. ดำน้ำและเล่นสกี
     “การพักผ่อนที่แท้จริงสำหรับเราไม่ใช่การเที่ยวชมสถานที่สำคัญของประเทศต่างๆ แต่เป็นการดำน้ำและเล่นสกี ทั้งสองกิจกรรมนี้ช่วยรีชาร์จพลังได้จริงๆ อย่างเวลาไปดำน้ำเราต้องอยู่กลางทะเล สัญญาณโทรศัพท์จะไม่มีจึงไม่มีใครโทรศัพท์ตามได้ ทุกๆ ปีจะไปเล่นสกีและดำน้ำอย่างน้อย 1 ครั้ง ปกติไปเล่นสกีที่ประเทศญี่ปุ่น และดำน้ำในทะเลต่างๆ เช่น มัลดีฟส์ ชอบเล่นสกีเพราะเป็นกีฬาที่ท้าทาย และชอบดำน้ำเพราะได้ออกกำลังกายไปพร้อมๆ กับชมความงามของโลกใต้ทะเล ซึ่งโลกใต้ทะเลแต่ละที่มีความสวยงามต่างกันไป ปะการังก็คนละชนิด ปลาก็คนละสายพันธุ์”


 
     5. การเต้น
     “เราเต้นบัลเลต์มาตั้งแต่เด็ก แต่ช่วงหลังๆ ไม่ค่อยมีเวลาจึงหยุดเต้นไป จนเมื่อประมาณ 8 เดือนที่ผ่านมาได้ไปเจอสตูดิโอสอนเต้นผู้ใหญ่สไตล์ Contemporary Dance จึงกลับไปเรียนเต้นอีกครั้ง ซึ่งการเต้นครั้งนี้ไม่ใช่เต้นบัลเลต์เหมือนสมัยเด็กแต่เป็นการเต้นร่วมสมัยที่มีทั้งฮิปฮอป ป๊อปแจซ เรามองว่าการเต้นเป็นการฝึกสมาธิที่ดีมาก เพราะไม่ใช่แค่ฟังเพลง แต่ต้องจับจังหวะได้ จำท่าเต้นได้ และยังช่วยให้สมองปลอดโปร่งด้วย”
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี