Endless Possibility of Thai Tea ชาไทยเป็นได้ทุกๆ อย่าง ไม่มีที่สิ้นสุด ชาไทยหรือชาสีส้มที่เราคุ้นเคยกันมานานจะเป็นเช่นนั้นได้จริงหรือ แต่ ธัญย์ณภัคช์ ศิริประภาเจริญ กำลังจะทำให้เห็นว่าเธอสามารถทำเช่นนั้นได้จริง

     เพราะความหลงใหลในชาไทยของครอบครัว คุณแม่ที่ชอบคัดหาใบชาและพัฒนาจนได้สูตรของบ้านการัน และมักจะนำออกมารับรองแขกผู้มาเยือนเสมอๆ ซึ่งไม่ว่าใครเมื่อได้ลิ้มรสชาติชาไทยสูตรนี้แล้วล้วนต้องติดใจแทบทั้งสิ้น ในวันหนึ่ง ธัญย์ณภัคช์จึงเกิดไอเดียขึ้นมาว่าน่าจะนำชาไทยสูตรรักของครอบครัวนี้มาแบ่งปันให้กับคนอื่นๆ ได้ลิ้มลองบ้าง แต่กระนั้นเมื่อวัตถุดิบคือใบชาที่ถูกคัดสรรอย่างดี ต้นทุนในการทำชาไทยสูตรนี้จึงพลอยสูงตามไปด้วย และนี่จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายของธัญย์ณภัคช์ว่า จะยกระดับชาไทยให้เป็นสินค้าพรีเมียมได้อย่างไร



     “คนไทยไม่ได้มองว่าชาไทยเป็นสินค้าพรีเมียมอยู่แล้ว เราเลยต้องทำเซอร์เวย์แล้วลงสัมภาษณ์เองทุกอย่าง จนเห็น Pain Point หนึ่งของคนดื่มชานมในบ้านเรา นั่นคือคนที่ดื่มชาไทยจะชอบกินชานมไข่มุกด้วย แล้วคนที่กินชานมไข่มุก 80 เปอร์เซ็นต์ชอบดื่มชาไทย ดังนั้น ตลาดนี้จึงใหญ่พอสมควร นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าชาไทยมักจะถูกนำมาเป็นแค่เมนูประดับร้านคาเฟ่ เป็นเพียงทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากดื่มกาแฟเท่านั้น ยังไม่มีใครสร้างพื้นที่สำหรับคนที่ชอบดื่มชาไทยโดยเฉพาะ เราเลยอยากจะสร้างที่สำหรับคนรักชาไทยขึ้นมาให้เป็นที่ที่รู้สึกว่ามาแล้วมีชาไทยให้เลือกหลายเมนู”

     เมื่อมีข้อมูลและเห็นโอกาส ธัญย์ณภัคช์จึงเริ่มต้นทำแบรนด์ Karun Thai Tea และวางราคาจำหน่ายชาไทยที่ขวดละ 85 บาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าราคาชาไทยทั่วไปในตลาด ดังนั้น เพื่อดูว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่คิดและวางแผนไว้หรือไม่ Persona ของแบรนด์ และกลุ่มลูกค้าใช่หรือไม่ บวกรวมกับการเป็นช่วงการเริ่มต้นที่แม้จะใช้เครื่องจักรเล็กๆ เข้ามาช่วยในการผลิต แต่ก็ยังเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน การพัฒนามาตรฐานรสชาติให้พอดีเหมือนกันหมดทุกขวดจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ดังนั้นเธอจึงเลือกขายชาไทยการันบนออนไลน์ก่อน เพื่อเป็นการทดลองตลาดไปในตัว ซึ่งปรากฏว่าผลตอบรับดีเกินคาดมากๆ โดยบางวันขายได้ถึง 1,000 ขวดทีเดียว



     เมื่อก้าวแรกไปได้เร็วกว่าที่คาดไว้ แผนสองที่วางเอาไว้จึงถูกหยิบมาใช้เร็วขึ้น นั่นคือการเปิดร้านในศูนย์การค้าเพื่อให้ลูกค้าได้ประสบการณ์แบบครบวงจร โดยธัญย์ณภัคช์ เปิดร้าน Karun Thai Tea ในช่วงเวลาที่ผู้คนเริ่มออกมาใช้ชีวิตปกติในช่วงโควิด-19 รอบแรก และอีกเช่นกันที่การเปิดร้านในครั้งนี้ประสบความสำเร็จดีเกินคาด เธอจึงขยายสาขาเพิ่มขึ้นโดยในปัจจุบัน Karun Thai Tea มี 6 สาขา ประกอบด้วย เกษรวิลเลจ เอ็มควอเทียร์ ไอคอนสยาม และเซ็นทรัล ลาดพร้าว สยามพารากอน และเอ็มไทย ทาวเวอร์

     “Karun Thai Tea ถือว่าเป็นเจ้าแรกที่ทำแบรนด์ชาไทยในขวดแก้ว แล้วทำแพ็กเกจจิ้งสวยงาม เราสร้างแบรนด์การันอย่างจริงจัง ทำให้มีกระแสเป็นที่พูดถึงอยู่เสมอ แล้วปีนี้เป็นปีที่เราเติบโตขึ้นมาก 40 เปอร์เซ็นต์ โดยสิ้นปีนี้คาดว่ายอดขายน่าจะแตะ 40 ล้านบาท”