โบกมือลาอาชีพพนักงานออฟฟิศ สู่ฟรีแลนซ์ช่างภาพอิสระที่มีงานเข้ามาไม่ขาดสาย ทุกอย่างคงดำเนินไปด้วยดีหากไม่เกิดวิกฤตโควิด-19 ระบาดที่ส่งผลกระทบทำให้งานเริ่มหดหาย เลยทำให้ฉุกคิดได้ว่าอาชีพเดียวไม่เพียงพอ คนเราควรมีอาชีพที่สอง เพราะหากเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นมาแล้วจะได้ไม่ลำบาก จึงนำมาสู่การทำ Lai ไอติมบ้านบ้าน ไอศกรีมโฮมเมดที่รสชาติไม่บ้าน

 

จุดเริ่มต้นของ Lai ไอติมบ้านบ้าน

     นัน-สุนันท์ ล้อสมทรัพย์ ได้เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของการทำไอศกรีม Lai ไอติมบ้านบ้าน ว่าการเป็นฟรีแลนซ์นั้นมีความไม่แน่นอน ประกอบกับเป็นคนชอบทำอาหาร จึงคิดจะหาอาชีพที่สองให้ตัวเองจนมาลงตัวที่ไอศกรีม เพราะเป็นอาหารที่ทุกคนเข้าถึงง่ายและราคาไม่แพง 

     “เราตั้งโจทย์เอาไว้ว่าราคาต้องไม่แพงตั้งแต่แรก แต่วัตถุดิบจะต้องดี แล้วเราก็ทำภายใต้โจทย์นี้ ไอติม Lai ราคาเริ่มต้นถ้วยละ 29 บาท เป็นราคาที่เราคิดแล้วว่าสามารถซื้อกินได้บ่อยๆ อีกอย่างที่บ้านเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อไล้ ตอนแรกเราตั้งใจจะเอาไปขายที่ร้านก๋วยเตี๋ยวซึ่งมีลูกค้าอยู่แล้ว คิดว่าวันนี้เขากินก๋วยเตี๋ยวชามนี้ได้ ก็จะกินไอติมได้ แล้ววันพรุ่งนี้ก็กลับมากินอีก คือสามารถกินไอติมได้ทุกวัน”

     หลังจากนั้นเธอจึงชักชวนเพื่อน โบ-กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ซึ่งมีงานประจำอยู่แล้วมาร่วมทำด้วยกัน และชวนกันไปเรียนทำไอศกรีมโฮมเมดที่สถาบันสอนทำไอศกรีม จากนั้นลองเอามาปรับสูตรอีกครั้งตามที่ชอบ โดยสูตรที่เริ่มทำคือสูตรไอศกรีมมาตรฐานทั่วไป ช็อกโกแลต ซอร์เบต และไอศกรีมโยเกิร์ตโฮมเมดทั้งหมด

     “การที่เราไปเรียนถือว่าดี เพราะทำให้เรารู้ว่าพื้นฐานไอศกรีมแต่ละตัวเป็นยังไง แล้วเรามาปรับสูตรปรับรสชาติเองตามที่ต้องการ ใช้เวลาไม่นานในการพัฒนาสูตร แต่ปั่นเยอะมาก เพราะเราตั้งใจเพื่อทำขายจริงๆ คือ พอเรียนปุ๊บเหมือนคนร้อนวิชาตามหาซื้อเครื่องปั่นเลย พอว่างก็มาปั่นไอศกรีมประมาณ 10 กว่าวัน แต่ว่าปั่นวันหนึ่ง 4-5 ครั้ง คนที่เทสต์รสชาติไม่ได้มีแค่เรา แต่ยังมีตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น วัยกลางคน จนถึงคนแก่ เพราะเราอยากให้เป็นไอศกรีมที่ทุกคนกินได้”

     ไอติม Lai บ้านบ้าน เริ่มขายวางที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไล้ ซึ่งในตอนแรกๆ อาจเรียกว่าเป็นการทดลองตลาดไปในตัว โดยสุนันท์จะคอยสังเกตว่าลูกค้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเมื่อเริ่มเปิดใจลองชิมแล้ว กินหมดถ้วยไหม กลับมาซื้อซ้ำหรือเปล่า และเมื่อเห็นลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ แถมซื้อหลายถ้วยด้วยก็รู้สึกแฮปปี้และคิดว่ามาถูกทางแล้ว