Starting a Business

‘เกิดมาปัง’ ร้านโทสต์เจ้าแรกเมืองนนท์ จากขายวันแรกได้ 60 บาท สู่การทำตลาดพลิกได้ 5 หมื่นใน 3 วัน

 

Text : Yuwadi.s

     เพราะคิดว่าสิ่งที่ทำต้องปัง เป้าหมายเลยชัดคือต้องปังเท่านั้น ทำให้ร้าน “เกิดมาปัง” กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์และมีผู้คนมากมายมาต่อคิวอยากลองกินโทสต์เจ้าแรกแห่งนนทบุรี โดยร้านเกิดมาปังเป็นการจับมือกันของ 2 เพื่อนสนิทอย่าง เบส - วริศรา พินิจชัยและ ไทน์ - ปาณัสม์ ดอกบัว ที่ปิ๊งไอเดียและคิดทำเพียงชั่วข้ามคืน จากนั้นก็ร่วมกันทำจนกลายเป็นร้านเกิดมาปัง แม้วันแรกจะขายได้แค่ 60 บาทแต่พวกเขาก็ใช้การตลาดพลิกกลับมาจนขายดีได้หลักหมื่นภายในไม่กี่วัน

จากคนชอบกินสู่การทำร้านโทสต์แห่งแรกของนนท์

     สำหรับจุดเริ่มต้นของร้านเกิดมาปังนั้นเกิดจากความชอบหาอะไรกินในย่านนนทบุรีของเบสและไทน์ ที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยประถม โดยเบสมีธุรกิจเล็กๆ ที่ทำน้ำเลม่อนขายตามอีเวนต์

     “ตัวเบสทำงานประจำอยู่ด้วยและมีธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ เป็นน้ำเลม่อนขายตามอีเวนต์ ส่วนไทน์เราโตด้วยกันมาตั้งแต่ประถมเลย แล้วเราชอบหาของกินกันแถวนนทบุรี เราก็คิดว่าทำไมอยากกินอะไรต้องขับรถไปในกรุงเทพฯ บรรทัดทอง ทำไมชาวนนท์ไม่ได้กินของอร่อยบ้าง” เบสเล่า

     ทางด้านไทน์ได้ทำร้านข้าวขาหมู มีโลเคชั่นที่ดีติดถนนใหญ่ หลังจากที่พวกเขาคิดว่าอยากทำอะไรสักอย่างบนพื้นที่นี้ก็เกิดเป็นร้านเกิดมาปัง

     “ผมมีทำเล สถานที่ที่มีศักยภาพ เราก็เลยคิดว่าทำไมไม่เปิดร้านขนมตรงนี้ล่ะ พอเราได้คุยกันคืนนั้นก็เลยลองซื้อของมาทดลองทำสูตรกันเลย เราพัฒนาขึ้นมาด้วยกัน” ไทน์เล่าเสริม

     ด้วยความที่คิดแล้วทำเลย ไม่ได้ตั้งใจว่าจะแมส ทำให้พวกเขาเริ่มต้นแค่วันแรกขายได้เพียง 60 บาท แต่หลังจากนั้นพอเริ่มทำการตลาดก็สามารถเพิ่มยอดขายได้กลายเป็น 5 หมื่น

     “ตอนแรกเราเตรียมแค่ 5 โต๊ะ แล้วก็ค่อยๆ เพิ่มเป็น 20 โต๊ะ มันขยายเร็วมาก ไม่คิดเลยว่าภายในอาทิตย์เดียวจะขยายเร็วขนาดนี้เพราะตอนแรกคิดว่าจะเปิดขำๆ เลยเตรียมแค่ 5 โต๊ะ วันแรกขายได้ 60 บาท เรายังไม่ได้ทำการตลาด ลงโซเชียล แค่เปิดร้าน จัดร้าน มีลูกค้ามาซื้อ วันนั้นเราคิดว่าดีใจแล้ว ยังไม่ได้ทำการตลาดได้ 60 บาทก็โอเค พอ 2-3 วันต่อมาเราเริ่มทำการตลาด ลง TikTok กลายเป็นยอดขาย 5 หมื่น เหมือนพลิกไปเลย มีเสียงตอบรับจากลูกค้าว่าดีใจมากที่มีร้านแบบนี้เปิดที่นนท์ เขาไม่ต้องขับรถไปไกลแล้ว ดีใจที่มีตรงนี้ เราก็ดีใจมากที่มีคนคิดเหมือนเรา ช่วงนี้กระแสโทสต์มันกำลังฮิต แล้วเราเป็นทางลัดให้ลูกค้า คุณไม่ต้องไปไกลนะ” เบสเล่า

     จุดเด่นของโทสต์ที่ร้านเกิดมาปังจะเป็นตัว Butterscotch Caramel โดยของทางร้านจะไม่ใช่แค่คาราเมลน้ำตาลไหม้ แต่จะมีส่วนผสมของครีม นมเ นย จะมีความละมุนเวลาที่รับประทานกับไอศกรีม นอกจากนี้ยังมี Cookie Crumble เพิ่มความอร่อยในการกิน ส่วนตัวสังขยาชาไทยและใบเตยเป็นสูตรของคุณย่าของเบสที่ทำสดใหม่ทุกวัน ซึ่งเป็นเมนูที่กระแสตอบรับดีมากจนลูกค้าต้องโทรมาจองคิว ไม่งั้นอาจพลาดได้

เกิดมาปัง ต้องปังสมชื่อด้วยการตลาดออนไลน์!

     หลังจากที่ขายวันแรกได้ 60 บาท ทางร้านใช้กลยุทธ์ Story Telling ผ่านการทำคลิปวิดีโอลงใน Instagram และ TikTok จนทำให้คลิปมีคนดูหลักล้านและมีลูกค้าเข้ามาแบบถล่มทลาย

     “เราจะมองก่อนว่าเราคือใคร เราอยากเป็นใครในที่ตรงนี้ ตอนนี้เราเปิดในนนทบุรี เราใช้ชื่อร้าน เกิดมาปัง เราต้องปัง วิชันเราต้องปัง อยู่ตรงไหนก็ต้องปัง ทำอะไรก็ต้องปัง เราก็วิเคราะห์ว่าทำยังไงให้คนรู้จักเรา มันคือการที่เราใช้ Story Telling เล่าว่าเราทำร้านโทสต์เจ้าแรกที่นนท์ การหาคีเวิร์ดก็สำคัญมาก อย่างของเราคือเราไม่เคยเจอร้านโทสต์ที่นนท์เลยที่เป็นแบบนี้ เราไม่เคยเจอ เราเลยบอกว่าเราคือโทสต์เจ้าแรกในนนท์ เราตั้งใจทำ ตั้งใจกับเมนูนี้จริงๆ เวลาเราเล่าว่าเราทำมันขึ้นมาเพราะเราตั้งใจกันนะ ทำให้ลูกค้าเขาอิน อยากมาลองชิม ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ทำให้เกิดกระแสขึ้นมา” เบสเล่าถึงการทำการตลาดให้คนรู้จัก

     ในการทำงาน ฝั่งเบสจะดูด้านการทำกานตลาดเป็นหลัก ส่วนไทน์จะเน้นไปทางด้านการบริหารจัดการร้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความท้าทายสูงในการทำให้ร้านเกิดใหม่สามารถให้บริการลูกค้าได้ราบรื่น

     “ไทน์จะดูการจัดระบบร้าน มันต้องมีการปรับหน้างานทุกวัน ถ้าเทียบตอนนี้กับตอนแรกคือโอเคขึ้นมาก การทำงานเป็นระบบ พนักงานรู้และเข้าใจในหน้าที่ตัวเอง พอการทำงานเป็นระบบ ความผิดพลาดก็น้อยลง สำคัญที่สุดคือการบริหารคน เพราะน้องแต่ละคนที่มาต่างกัน ความรู้ความสามารถต่างกัน การที่เราจะหางานที่เข้ากับเขา แล้วเขาแสดงศักยภาพของเขาได้ดีที่สุดคือความท้าทาย อย่างน้องคนหนึ่ง ตอนแรกเขาอยู่หน้าร้าน ปรากฏว่าเขาช้า แต่พอมาทำหลังร้าน เขามีความละเอียด มีความสามารถในการทำครัว ตอนนี้เขาก็ทำสังขยาหรืออะไรได้หมดเลย ต้องให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาถนัด” ไทน์เล่าถึงความท้าทายในการบริหารคน

     โดยพวกเขาได้ปิดท้ายถึงหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจนี้ ทางด้านเบสมองถึงเรื่องการที่คิดแล้วลงมือทำ จากนั้นก็แก้ไขปรับปรุงเพื่อให้ธุรกิจที่ทำไปถึงเป้าหมาย

    “คิดแล้วลงมือทำ มันแค่นั้นเลย ทำให้เราเห็นว่า อย่างน้อยในชีวิตนี้ เราได้ตัดไปแล้วว่าเราทำสิ่งนี้ไปแล้วนะ มันเวิร์กไหม ค่อยมาดูขั้นตอนต่อไป มีปัญหาเกิดขึ้นเราจะแก้ยังไง อะไรคือทางที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจนี้” เบสปิดท้าย

     ส่วนทางด้านของไทน์มองว่าความกล้าที่จะเริ่มต้นลงมือทำคือเรื่องที่สำคัญมากที่สุด “ความกล้าคือสิ่งสำคัญในการเริ่มต้นธุรกิจ บางคนอาจจะแค่คิด แต่มันต้องมีความกล้าที่จะทำด้วย ความสำเร็จถึงจะตามมา” ไทน์ปิดท้าย

 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup