Tech Startup

กำเนิด Stashbee ธุรกิจพื้นที่ว่างให้เช่าเก็บของ

​ Text : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์
 

 
     จุดเริ่มต้นจาก แอนโทนี่ เพน หนุ่มลอนดอนที่เพิ่งแตกหักจากแฟนสาวถึงขนาดต้องคอนเวิร์สทางใครทางมัน แอนโทนี่ต้องขนย้ายข้าวของออกจากอพาร์ตเมนต์ที่เคยอยู่ร่วมกับคนรัก ปัญหาคือระหว่างตระเวนหาที่พักใหม่ เขาจะเอาสมบัติประดามีทั้งหลายแหล่ไปไว้ที่ใด เมื่อสำรวจบริษัทเอกชนที่ให้บริการเช่าโกดังเก็บของก็พบว่า อัตราค่าบริการนั้นสูงเหลือเกิน แอนโทนี่คิดว่าในละแวกใกล้เคียงกันนี้จะต้องมีบ้านของใครคนหนึ่งที่มีพื้นที่เหลือ และยินดีรับฝากของ แต่ก็นั่นแหละ เขาจะไปหาเจ้าของบ้านแบบนี้ที่ไหน จะให้ไปเดินเคาะถามตามบ้านก็คงไม่ใช่ ปัญหาที่แอนโทนี่เผชิญอยู่ในตอนนั้นกลับกลายเป็นไอเดียในการก่อตั้งธุรกิจในเวลาต่อมา

    แอนโทนี่ได้ชักชวน เดวิด แมนเทิล มาเป็นหุ้นส่วนในการก่อตั้งบริษัท Stashbee ขึ้นในลอนดอน โดยเลียบแบบแนวคิดของ Airbnb เว็บไซต์ที่เปิดให้ใครก็ได้มาลงโฆษณาแบ่งห้องในที่อยู่อาศัยให้คนเดินทางเช่าพักชั่วคราว หรือ Uber ที่ผู้คนสามารถนำรถยนต์ไปแชร์กับคนอื่น ซึ่งรูปแบบนี้ก็คือโมเดล Sharing Economy หรือการนำทรัพยากรที่มีอยู่มาแปรเป็นรายได้โดยการแบ่งให้คนในสังคมเช่าใช้ รูปแบบของ Stashbee นั้นจำลองมาจาก Airbnb แต่เปลี่ยนจากเช่าห้องพักเป็นเช่าพื้นที่ว่างเพื่อเก็บของ เดวิดกล่าวว่า โดยส่วนใหญ่เรามักได้รับการปลูกฝังมาแต่เล็กให้ระวังคนแปลกหน้า แต่ Sharing Economy ทำให้คนแปลกหน้าใกล้ชิดและไว้วางใจกันมากขึ้น

    ความจริงแล้ว ธุรกิจให้เช่าโกดังเก็บของในอังกฤษเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มูลค่าปีละถึง 440 ล้านปอนด์ แต่โดยมากจะมีบริษัทใหญ่ครองตลาดอยู่ เช่น บริษัท Public Storage และบริษัท Big Yellow ซึ่งคิดค่าบริการในราคาที่ไม่ถูกนัก การเปิดตัว Stashbee จึงเป็นอีกทางเลือกให้ลูกค้า เป็นเสมือนแหล่งชุมนุมทางออนไลน์ของคนให้เช่าพื้นที่กับคนเช่า แม้จะก่อตั้งได้ไม่นานและให้บริการเฉพาะในตัวเมืองลอนดอน โฮสต์ หรือเจ้าของบ้านที่ร่วมทำธุรกิจกับ Stashbee ก็มีกว่า 30 ราย โฮสต์ไหนมีพื้นที่เก็บของได้สัก 20 ลัง ก็จะทำรายได้ประมาณ 900 ปอนด์ต่อปี ส่วนโฮสต์ที่มีโรงรถกว้างๆ หากวางของจนเต็ม อาจทำเงินได้ปีละเกิน 2,000 ปอนด์เลยทีเดียว

    สำหรับปัญหาช่วงต้นๆ ที่เผชิญคือ เรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจ ลูกค้าอาจมีคำถามโฮสต์ที่ปล่อยเช่าพื้นที่เหล่านี้มีความน่าไว้วางใจเหมือนบริษัทใหญ่หรือไม่ จะแน่ใจได้อย่างไรว่า ของที่ฝากไว้ไม่ถูกขโมย หรือมีการแอบนำไปใช้ ในเรื่องนี้ Stashbee มีระบบตรวจสอบปูมหลังของโฮสต์ให้และมีอินชัวรันซ์ที่ประกันความเสียหายหรือสูญหายของทรัพย์สิน โดยลูกค้าสามารถจ่ายค่าประกันเพิ่มไม่ถึง 4 ปอนด์ต่อเดือน ในวงเงินประกันสูงสุด 1,500 ปอนด์

    ส่วนสนนราคาค่าบริการจะมี 2 แบบคือ คิดเป็นจำนวนชิ้นกับคิดราคาต่อตารางฟุต ถ้าคิดเป็นชิ้นก็เช่นลังมาตรฐานขนาดไม่เกิน 50x50x50 เซนติเมตร น้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม ค่าบริการจะอยู่ที่ลังละ 5 ปอนด์ต่อเดือน ถ้าลังใหญ่กว่านี้ ราคาขยับเป็น 8 ปอนด์ หรือเป็นของชิ้นใหญ่อย่าง จักรยาน เตียง เครื่องซักผ้า ก็ชิ้นละ 12 ปอนด์  ถ้าเช่าพื้นที่แบบตารางฟุตจะอยู่ที่ 9 ปอนด์ต่อตารางฟุตต่อสัปดาห์

    จุดเด่นของ Stashbee คือเป็น Community Marketplace สำหรับโฮสต์และผู้ใช้บริการมาเจอกัน สะดวกสำหรับผู้เช่าในการหาโฮสต์ที่มีโลเกชั่นใกล้ๆ หรือตามที่ต้องการ ผู้เช่าหลายรายเลือกโฮสต์ที่ใกล้แบบสามารถเดินถึงกันได้ อีกทั้งราคาก็ไม่แพง ส่วนโฮสต์เองก็จะได้รายได้เพิ่ม ดีกว่าปล่อยพื้นที่ทิ้งไว้เฉยๆ อีกอย่างหนึ่งโฮสต์มีสิทธิ์ปฏิเสธลูกค้าหากรู้สึกไม่สบายใจ ไม่ถูกชะตาหรือไม่ต้องการให้บริการ กล่าวสำหรับลูกค้า Stashbee อ้างว่า ค่าบริการบางเคสราคาถูกกว่าเช่ากับบริษัทใหญ่ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ใช้บริการคือ คนที่กำลังย้ายบ้าน หรือมองหาที่อยู่ใหม่ คนที่เดินทางบ่อย คนที่ที่อยู่อาศัยคับแคบจนที่เก็บของไม่พอ หรือคนที่ต้องการซ่อมแซมหรือตกแต่งบ้านใหม่

    ผู้บริหาร Stashbee กล่าวว่า ของที่นำมาฝากส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้า รองเท้า หนังสือ และเอกสาร บริษัทมีกฎที่จะปฏิเสธการรับฝากของดังต่อไปนี้ อาวุธทุกชนิด วัตถุไวไฟ เช่น ก๊าซ น้ำมัน สีทาบ้าน ของผิดกฎหมายทุกชนิด อาหารและเครื่องดื่ม สิ่งมีชีวิต (สัตว์และพืช) วัตถุมีพิษ ของที่ก่อให้เกิดเสียงดังและความร้อน ของที่มีกลิ่นรุนแรง และที่ไม่รับฝากอีกอย่างคือเงินสด

    ทั้งแอนโทนี่และเดวิดเคยเป็นมนุษย์เงินเดือนมาก่อน โดยทั้งคู่ทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านงานบริหาร (Management Consultant) แอนโทนนี่เคยพยายามสร้างธุรกิจมาครั้งหนึ่งแต่ไม่ประสบผล Stashbee คือความพยายามครั้งที่สอง ส่วนเดวิดทำงานกินเงินเดือนมาหลายปีจนเริ่มเบื่อเพราะเป็นงานที่ต้องเดินทางตลอดแทบไม่ได้อยู่บ้าน ไม่มีเวลาเจอเพื่อนหรือคนในครอบครัว เคยคิดอยากทำธุรกิจแต่ก็กล้าๆ กลัวๆ ที่จะก้าวออกจาก Comfort Zone เนื่องจากไม่มั่นใจหากต้องออกจากงานที่มีรายได้ประจำที่มั่นคง

    แต่ท้ายที่สุด หุ้นส่วนทั้งสองก็ชักชวนกันออกมาก่อตั้งธุรกิจจนได้ แอนโทนี่เล่าว่า สิ่งที่ยากคือ ช่วงเดือนแรกของการลาออกจากงานแล้วไอเดียธุรกิจที่คิดไว้ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม ก็จะมีแว่บหนึ่งที่คิดลังเล สับสน และสงสัยในตัวเอง แต่หลังจากที่มุ่งความสนใจไปที่วิสัยทัศน์ในอนาคตของบริษัท ค่อยๆ ก้าวเดินไป มีปัญหาก็แก้ไขไป ทุกอย่างก็ค่อยๆ เข้าที่เข้าทาง แอนโทนี่คิดว่าสิ่งที่ทำให้ฝ่าความลำบากมาได้คือ ทัศนคติที่มองปัญหาเป็นเรื่องท้าทาย ด้านเดวิดมองว่า การทำธุรกิจสำหรับเขาคือ ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งที่เหมือนปีนขึ้นไปถึงยอดเขา เมื่อมองลงมาจะรู้สึกดี ที่ผ่านมาได้เพราะหุ้นส่วนและทีมงานร่วมมือร่วมใจช่วยเหลือกัน 

    การได้ออกสื่อต่างๆ ทั้งโทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์อาจเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ Stashbee เป็นที่รู้จักไปในตัว และดูเหมือนบริษัทจะเติบโตขึ้น เนื่องเพราะเห็นมีการพัฒนา ปรับปรุงบริการ และประกาศรับพนักงานเข้ามาช่วยงานบริษัทเพิ่ม อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องปกติที่การดำเนินธุรกิจจะต้องมีการแข่งขันในวงการ เนื่องจากลอนดอนเป็นมหานครขนาดใหญ่ ย่อมมีบริษัทน้อยใหญ่เข้ามาชิงส่วนแบ่งในตลาด การเผชิญกับการแข่งขันทางธุรกิจกับเจ้าอื่น ไม่ว่าจะเป็น Costockage จากฝรั่งเศส Storemates บริษัทอังกฤษเอง Roost จากอเมริกา และ Spacer จากออสเตรเลีย คู่แข่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ Stashbee ยิ่งพัฒนาตัวเองและไม่อาจนิ่งเฉยได้

 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี