Text : Vim Viva

     แม้อาหารจากพืชหรือ Plant-based Food จะอยู่ในกระแสมานานหลายปีแล้ว แต่ดูเหมือนระยะหลังจะได้รับความนิยมขึ้นโดยปัจจัยหลักที่ทำให้อุตสาหกรรม Plant-based ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องยังคงเกี่ยวข้องกับประเด็นการเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ความใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมโลก และการลดการเบียดเบียนสัตว์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ Startup หันมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ Plant-based จำนวนมาก หลายบริษัทกลายเป็นแบรนด์ดังระดับโลก เช่น Beyond Meat และ Impossible Foods

     จนถึงปัจจุบัน ก็ยังมี Startup อีกไม่น้อยที่ทยอยตบเท้าเข้ามาชิมลางในตลาดแห่งนี้ หนึ่งในนั้นคือ “โอ๊ตไซด์” (Oatside) Startup สิงคโปร์ที่แนะนำผลิตภัณฑ์นมข้าวโอ๊ตแบรนด์ Oatside เข้าสู่ตลาดเมื่อเดือนกพ.ปีนี้เอง แต่ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว จากสิงคโปร์มีการขยายไปยังตลาดต่างประเทศได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ขึ้นแท่นอีกหนึ่ง Startup ที่น่าจับตามอง

     มาทำความรู้จักเบเนดิกต์ ลิม ซีอีโอวัย 31 ปีผู้ก่อตั้งโอ๊ตไซด์ถึงที่มาที่ไปของการสลัดคราบมนุษย์เงินเดือนเพื่อมาเป็นผู้ประกอบการ เบเนดิกต์เคยทำงานที่บริษัทคราฟท์ ไฮนซ์อยู่หลายปีโดยก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดคือประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินสาขาออสเตรเลีย และย้ายมาที่อินโดนีเซียเป็นที่สุดท้าย จนกระทั่งเกิดการระบาดของโควิด-19

     ช่วงระหว่างกักตัวอยู่กับบ้าน เบเนดิกต์ได้ลองทำนมข้าวโอ๊ตดื่มเอง ตอนยังเด็กเขาดื่มนมวัวเป็นปกติ แต่พอโต เขาเลือกรับประทานมากขึ้นโดยเน้นไปที่อาหารเพื่อสุขภาพและกระบวนการผลิตทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยสุด ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเลิกดื่มนมวัวและหันหาทางเลือกอื่นแทน เบเนดิกต์เริ่มสังเกตว่าตามร้านกาแฟหรือคาเฟ่ต่างๆ มีนมจากพืชให้ลูกค้าเลือกนอก เช่น นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ และนมข้าวโอ๊ต โดยส่วนตัว เบเนดิกต์ชื่นชอบนมข้าวโอ๊ตที่สุดเนื่องจากหวานมันกลมกล่อม ทั้งยังเป็นพืชที่ใช้ดินและน้ำน้อยในการปลูก

     แม้ในตลาดจะมีนมข้าวโอ๊ตจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อแล้ว แต่ยังไม่แบรนด์ใดที่เป็นแบรนด์ท้องถิ่นของสิงคโปร์เลย เบเนดิกต์จึงมีความคิดจะดำเนินธุรกิจผลิตนมข้าวโอ๊ตแบรนด์สิงคโปร์ “นมข้าวโอ๊ตมีความแตกต่างจากนมถั่วเหลืองหรือนมอัลมอนด์ในแง่ที่แบรนด์ต่างๆ ที่ทำออกมานั้นมีความแตกต่างทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสอันเนื่องมาจากความซับซ้อนในการสกัด รสชาติเป็นเรื่องของความคุ้นเคย นมจากพืชยังเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มส่วนหนึ่งเป็นเพราะเมื่อแปรรูปออกมาแล้วมักให้รสแปลก รับประทานยาก ดังนั้น หากจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จึงต้องทำให้ใกล้เคียงกับนมที่ผู้บริโภคคุ้นเคย นั่นคือมีความมัน ความอร่อย ดื่มง่าย”

     เบเนดิกต์เริ่มต้นจากการลองผิดลองถูกในการทำนมข้าวโอ๊ตสูตรต่างๆ ออกมา รวมแล้วกว่า 50 สูตรใน 6 เดือน และใช้เวลา 1 ปีเต็มในการวางระบบการผลิต แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือการหาทุนทำธุรกิจ อย่างไรก็ตาม เขาประสบความสำเร็จในการระดมเงินทุน 22 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์หรือราว 577 ล้านบาทจากบริษัทโปรเทอร์ร่า อินเวสเมนต์ พาร์ทเนอร์ส เอเชีย ทำให้มีทุนต่อยอดสร้างโรงงานและขยายการผลิต

     กระทั่งเดือนกพ.ปีนี้ นมข้าวโอ๊ตแบรนด์ Oatside ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการโดยวางจำหน่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ต และคาเฟ่ต่างๆ โดยมี 3 รสด้วยกัน ได้แก่ รสบาริสต้าเบลนด์ รสช็อคโกแลต และรสช้อคโกแลตเฮเซลนัท Oatside แจ้งเกิดในฐานะแบรนด์นมข้าวโอ๊ตสิงคโปร์หลังได้รับการตอบรับดีจากผู้บริโภค สิ่งที่ทำให้เบเนดิกต์ปลื้มสุดคือแม้กระทั่งคนที่ไม่ใช่มังสวิรัติ หรือวีแกนแต่เป็นผู้บริโภคที่ดื่มนมวัวยังชื่นชอบ Oatside