Notebook 1 เครื่อง กับไวไฟแรงๆ เท่านี้ก็เพียงพอให้คุณตบเท้าเข้าเผ่า Digital Nomad แล้ว! เรากำลังพูดถึงไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่กับเทรนด์การทำงานสุดแสนจะอิสระ หลายคนมีเพียงอุปกรณ์ทำงานกับอินเตอร์เน็ตดีๆ ก็สามารถสร้างได้รายให้ตัวเองได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะนั่งจิบกาแฟอยู่ในคาเฟ่ ไปขึ้นดอย นั่งชิลริมทะเล นี่แหละคือยุคของ Digital Nomad และวันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับพวกเขาให้มากขึ้น

 

 

  • Digital Nomad คือใคร? เกิดขึ้นมาได้ยังไง?

     ความจริงแล้วคำว่า Digital Nomad ไม่ใช่เรื่องใหม่หรืออะไรที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่ถูกพูดถึงมาหลายสิบปี โดยปรากฎครั้งแรกตั้งแต่ปีพ.ศ. 2540 ในหนังสือของ Tsugio Makimoto และ David Manners ที่เขาพูดถึงคนที่มีอาชีพรับจ้างออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นคนเขียนเว็บไซต์ เขียนโปรแกรม Graphic Designer และอื่นๆ อีกมากมาย โดยคนกลุ่มนี้มักจะทำงานนอกสถานที่ ไม่เป็นหลักแหล่ง เช่น ร้านกาแฟ เป็นต้น

     แต่ยุคที่บูมจริงๆ คือในช่วงที่ผ่านมา มาพร้อมกับ Digital Disruption ที่หลายอุตสหกรรมต้องปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงอาชีพและการทำงานด้วย ทำให้เราเห็นเหล่า Digital Nomad มากขึ้น จนมาถึงยุค COVID-19 ระบาด ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องปรับตัวกับการทำงานในรูปแบบ Remote Working ทำงานที่ไหนก็ได้ เพียงแค่มีอุปกรณ์สื่อสารและการเชื่อมต่อไร้สาย เท่านี้ก็สามารถทำงานร่วมกันได้แล้ว

 

 

  • ข้อดีของการเป็น Digital Nomad

     การเป็น Digital Nomad เป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคน โดยเฉพาะคนยุคใหม่ที่ชื่นชอบความอิสระ อยากท่องเที่ยวไปด้วย ทำงานเลี้ยงชีพไปด้วย ได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่หลากหลาย ไม่ยึดติดอยู่กับที่ใดที่หนึ่ง เหมาะกับคนที่ขี้เบื่อและอยากหาความแปลกใหม่ให้ตัวเอง

     แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad ได้ตลอดรอดฝั่ง คนที่จะสามารถเร่ร่อนได้แบบชิลๆ ทำงานไปด้วย เที่ยวไปด้วยได้ต้องมีสกิลเหล่านี้

  • มีความสามารถในโลก Digital และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน อาทิ เขียนโปรแกรม ทำกราฟฟิก ตัดต่อวิดีโอ วิเคราะห์ข้อมูล
  • ชอบเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ
  • อยู่ได้ด้วยตัวเอง รักความอิสระ
  • เก่งภาษาอังกฤษ เพื่อรองรับตลาดงานที่กว้างขึ้น
  • พร้อมเดินทางเสมอ
  • มีทักษะการเอาตัวรอดสูง
  • มีความรับผิดชอบ