เมื่อประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่โลกของเศรษฐกิจยุคดิจิทัล จากเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งในภาคธุรกิจและแม้กระทั่งกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
เพราะเหตุใดผู้สืบทอดศาสตร์แห่งการทำชา Mariage Frères ที่มีอายุร่วม 300 กว่าปี กลับมีทายาทผู้สืบทอดคนปัจจุบันเป็นนักธุรกิจชาวไทยที่มีชื่อว่า “กิตติชาติ แสงมณี” ทั้งที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์เกี่ยวพันกันทางสายเลือดมาก่อน
ความชมชอบในเครื่องดื่มชนิดนี้ทำให้เกิดนวัตกรรมอันนำไปสู่การกำเนิดกาแฟกระป๋องรุ่นแรกๆ ของโลก และกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ข้อมูลระบุตลาดกาแฟพร้อมดื่มญี่ปุ่นปี 2019 มีมูลค่าสูงถึง 905,000 ล้านเยนหรือราว 2.75 แสนล้านบาท
Tiengna Viennoiserie ร้านขนมฝรั่งเศส ที่แม้จะเพิ่งเปิดร้านเมื่อมกราคมที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด แต่ก็ยังขายดิบขายดี มียอดขายไม่ต่ำกว่า 1,500 ชิ้นต่อวัน
หากสตาร์บัคส์คือแบรนด์ที่แมสจนคนทั่วโลกรู้จัก แบรนด์ Black Rifle Coffee Company หรือ BRCCคือ ขั้วตรงข้าม เป็นร้านกาแฟที่เฉพาะกลุ่มสุดๆ
ท่ามกลางวิกฤตที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ มีบางคนที่ลุกขึ้นมาสร้างธุรกิจเกิดใหม่ บ้างก็ทำเพราะหนีตายจากธุรกิจเดิม บางคนก็ออกจากงานประจำ บางคนก็ปิ๊งไอเดียจากการอยู่บ้าน WFH เมื่อมีวิกฤติก็มักจะมีโอกาสซ่อนอยู่
"OverBrew Specialty Coffee" ร้านกาแฟเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ที่ปรับตัวแก้วิกฤตด้วยการจำหน่าย "Cold Brew Bucket" หรือชุดทำกาแฟสกัดเย็นทำกินเองที่บ้านได้ง่ายๆ จากคิดหารายได้เพิ่ม กลายเป็นสร้างรายได้หลักนับแสนต่อเดือนให้ธุรกิจ
ทำอย่างไรถึงจะเอาตัวรอด และข้ามผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ และอยู่รอดได้ในยุคดิจิทัล มาฟังตัวอย่างการปรับตัวจากแฟรนไชส์เจ้าดังระดับเจ้าของรางวัลสุดยอดแฟรนไชส์ไทยอย่าง “Mango Mania” และ “D’ORO” กัน
เป็นที่ทราบกันดีว่า หลังวิกฤตโควิดระลอก 3 ธุรกิจเริ่มทยอยล้มหายตายจากไปไม่น้อย แต่รู้หรือไม่ว่าท่ามกลางความเหนื่อยยากนั้น มีประเภทธุรกิจที่ใกล้เคียงกันอย่าง “ธุรกิจกาแฟ” กลับยังอยู่รอดต่อไปได้ เพราะการปรับตัวที่ยืดหยุ่นกว่า
เชื่อว่าผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังประสบภาวะที่กลินไม่เข้าคายไม่ออก มาถึงทางแยกที่ต้องเลือกระหว่างปลดพนักงานทั้งหมดเพื่อลอยตัว หรือจะอุ้มชูพนักงานต่อไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ
การระบาดของไวรัสโควิด ส่งผลผลกระทบอย่างหนักกับธุรกิจทั่วโลก แต่ Flash Coffee ร้านกาแฟแบบ Grab & Go ที่สั่งไปดื่มนอกร้าน ไม่เพียงไปต่อได้ หากแต่ยังมีทุนสนับสนุนได้รับการอัดฉีดถึง 15 ล้านดอลลาร์
“Supreme” แบรนด์สตรีทแวร์ชื่อดังจากนครนิวยอร์ค ที่ไม่น่าเชื่อว่าแม้จะมีแค่โลโก้กรอบสีแดงตัวหนังสือสีขาวอยู่ด้านใน แต่กลับสร้างมูลค่ากลับไปให้แบรนด์ได้มากกว่าหลายหมื่นล้านบาททีเดียว!