เริ่มต้นปี 2022 ปีใหม่ที่มีความท้าทายรอชาว Startup ทุกคนอยู่ วันนี้เลยอยากชวนทุกคนมาจับเข่า เล่าเทรนด์ 5 Startup ที่คาดการณ์ว่ามาแรงในปีหน้า เผื่อ Startup จะได้ไอเดียใหม่ๆ ประยุกต์ใช้กับแผนธุรกิจ
รู้จัก เรนท์สพรี (RentSpree) Startup สัญชาติไทยที่เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในสหรัฐฯ โดยสามารถคว้าเงินลงทุนรอบ Series A 250 ล้านบาท มาได้
ปี 2564 กำลังจะจบลงและเริ่มต้นปี 2565 พร้อมกับความคาดหวังสถานการณ์ทางธุรกิจที่ดีขึ้น บอกได้เลยว่า ถ้าคุณอยู่ใน 7 ธุรกิจเตรียมดีใจได้เลย เพราะนี่เป็นธุรกิจที่ผู้บริโภคมองหา และมีแนวโน้มจะเติบโตได้ดีในปี 2565 และอีกหลายปีต่อจากนี้
เพราะเหตุใดร้านพาสต้าบนแอปเดลิเวอรี่จึงสามารถขายได้ถูกกว่าร้านอาหารทั่วไป ที่นี่ไม่จ้างพ่อครัว ไม่มีค่าแรง ไม่ต้องทิป ใช้พื้นที่แค่นิดเดียว
ต้องจับตา เมื่อ Paypal ประกาศให้ลูกค้าที่เปิดบัญชีบุคคนธรรมดาต้องเปลี่ยนเป็นบัญชีธุรกิจ มีการยืนยันตัวตนจริงจึงจะดำเนินการชำระเงินได้ตามปกติ งานนี้บรรดาฟรีแลนซ์ ศิลปิน ได้ร้อนๆ หนาวๆ กันยกใหญ่
ความร้อนแรงของ Plant Based ถูกการันตีด้วยตัวเลขการเติบโตกว่า 264% นั่นหมายความว่า อาหารที่มาจากพืชกำลังรุกคืบเข้ามาเรื่อยๆ
การตามเทรนด์ให้ทันคือสิ่งสำคัญและเราจะพาคุณไปเจาะเทรนด์โลก ดูว่าการทำงานในปี 2022 นั้น มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง
คนทำธุรกิจทุกคนรู้ดีว่า ‘ข้อมูล’ ของลูกค้าเป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่จะช่วยให้ชี้ทางสว่างให้กับธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ยิ่งต้องทำความเข้าใจผู้บริโภคให้มากขึ้นและเร็วขึ้นเท่าตัว
หนึ่งในสินค้าอะไรที่มาแรงในตลาดโลกขณะนี้คงหนีไม่พ้น “เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง” หรือ Cultured Meat จากความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ ความท้าทายในการผลิตเนื้อสัตว์ และปัญหาการขาดแคลนเนื้อสัตว์ในอนาคต เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์และนักธุรกิจทั่วโลกให้ความสนใจ
PatPat เป็นแอปพลิเคชั่นอี-คอมเมิร์ซระดับโลกที่ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าเด็ก รวมถึงเสื้อผ้าที่เข้ากันเป็นชุดทั้งครอบครัว โดยจัดส่งไปยังลูกค้ากว่า 100 ประเทศทั่วโลก
อาหารจากพืชหรือ plant-based food กลายเป็นเทรนด์อาหารอันดับต้น ๆ ที่บริษัทน้อยใหญ่โดยเฉพาะเหล่าสตาร์ทอัพในกลุ่มเทคโนโลยีอาหารให้ความสนใจและพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาประชันกันอยู่เสมอ
สิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนทำธุรกิจต้องใส่ใจ ยิ่งหากต้องทำการค้ากับต่างประเทศด้วยแล้วยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ขณะนี้มีกว่า 190 ประเทศทั่วโลกได้ให้การรับรองกับองค์การสหประชาชาติกำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ในปี 2030