Starting a Business

แบรนด์เสื้อผ้าของเด็กวัย 22 ปี Delaine Studio ที่ไลฟ์สดขาย จับเงินล้านภายใน 6 เดือน!

Text : Yuwadi.s


     เงินล้านแรกของคุณเริ่มต้นตอนอายุเท่าไหร่? มีเด็กผู้หญิงวัย 22 ปีคนหนึ่งที่เธอเริ่มต้นทำแบรนด์เสื้อผ้าได้แค่เพียง 6 เดือนก็สามารถจับเงินล้านได้และนี่คือเรื่องราวธุรกิจของ มิตา- รมิตา ชุมสันติวุฒิ ที่สั่งสมประสบการณ์ทำแบรนด์เสื้อผ้ากับเพื่อนและไลฟ์ขายเดรสมือสองตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ต่อยอดสู่การปั้นแบรนด์ของตัวเองชื่อ Delaine Studio หลังเรียนจบ เพราะอะไรที่ทำให้แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นน้องใหม่สามารถทำยอดขายแตะล้านได้ภายในเวลาแค่ไม่กี่เดือน?

ธุรกิจในวัยเรียนของเด็กมหาวิทยาลัย

     มิตาเล่าให้ฟังว่าก่อนที่เธอจะเริ่มต้นแบรนด์ Delaine Studio เธอเริ่มต้นทำธุรกิจมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปี 2 โดยธุรกิจแรกคือทำแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นกับเพื่อนและธุรกิจต่อมาคือขายเดรสมือสอง เป็น 2 ธุรกิจที่ทำให้เธอสั่งสมประสบการณ์ก่อนที่จะเริ่มปั้นแบรนด์ของตัวเอง

     “เราเคยทำแบรนด์เสื้อผ้ากับเพื่อนมาก่อนตอนเรียนมหาลัยฯ ปี 2 แต่ไม่ค่อยมีเวลาเลยไม่ได้จริงจังและเลิกทำไป จากนั้นก็มาลองขายมือสองต่อ เราเน้นขายเดรสมือสองอย่างเดียว ช่วงแรกไปคัดจากกระสอบ คัดทีละตัวแบบที่เราชอบ ทีนี้ร้านที่เราไปคัดเขาปิดถาวร เราก็ลองเปิดกระสอบดูแต่รู้สึกว่าไม่คุ้ม เลยหยุดทำไป ใจเราเริ่มอยากทำแบรนด์ของตัวเองอยู่แล้ว ตอนนั้นเราเรียนจบแล้วด้วย เงินลงทุนก็มาจากการที่เราขายมือสอง ก้อนแรกที่ลงทุนทำแบรนด์ประมาณ 2 หมื่นบาท”

     หลังจากที่มิตาคิดว่าจะเริ่มต้นสร้างแบรนด์ของตัวเอง เธอสำรวจตลาดว่าลูกค้าชอบเสื้อผ้าแบบไหน ในตลาดฮิตเสื้อผ้าประมาณไหนเพื่อสร้างความแตกต่างให้ตัวเองในตลาดเสื้อผ้าที่เป็น Red ocean

     “เราเริ่มจากการสำรวจตลาดว่าเขาขายอะไรกันอยู่ ลองดูเสื้อผ้าที่ขายตามท้องตลาด เดินดูเนื้อผ้าแล้วรู้สึกว่ามันเหมือนกันมาก ถ้าเราเข้าไปขายเหมือนเขาอีกก็น่าจะสู้ไม่ไหว ด้วยความที่เราไม่ใช่คนดังหรือมีฐานแฟนคลับ เราเลยพยายามหาความแตกต่างให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าเราทำเหมือนเจ้าอื่นอีกมันจะยาก ทีนี้เราไปเจอผ้าไหมพรมแบบที่ยังไม่ค่อยเห็นในตลาด เราก็ลองหาโรงงาน ตอนนั้นก็ยากเหมือนกันแต่เราไปเจอโรงงานที่โอเคด้วย”

     จุดเด่นของแบรนด์ Delaine Studio อยู่ที่เนื้อผ้าไหมพรมแบบที่ยังไม่ค่อยเห็นในท้องตลาด นอกจากนี้ยังเน้นในเรื่องของสีที่มีให้เลือกเยอะและดูทันสมัย สามารถใส่ได้ทุกสีผิว มีการออกคอลเลกชันใหม่เรื่อยๆ เพื่อให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา

    “สินค้าที่เราทำออกมาตอนแรกจะเป็นเสื้อไหมพรม มีทั้งหมด 3 คอลเลกชัน มี Billy glitter, Bare Luna ที่จะเป็นรุ่นขายดี นอกจากนี้ยังมี Bliss Blooming ส่วนตอนนี้ก็มีออกมาแล้วทั้งหมดประมาณ 10 คอลเลกชัน จุดเด่นของเราจะอยู่เรื่องสี ปกติเสื้อไหมพรมคนจะไม่ค่อยเห็นสีเยอะหรืออาจจะดูมีอายุหน่อย แต่เราพยายามเลือกสีที่น่ารัก สดใส ฟีลซัมเมอร์ แล้วเราก็ทดลองกับสาวผิวแทนให้สามารถใส่ได้แบบมั่นใจ บางทีสีที่สดใสมากๆ สาวผิวแทนอาจจะไม่มั่นใจว่าใส่แล้วรอดไหม แต่เราก็จะให้เพื่อนที่เป็นสาวผิวแทนมาลองใส่ว่าใส่แล้วรอดนะ อีกอย่างคือราคาของเราสามารถเข้าถึงได้ง่าย”

ใช้ไลฟ์สดเข้าถึงลูกค้าจนแตะหลักล้านใน 6 เดือน

     สำหรับวิธีการเข้าถึงลูกค้าของแบรนด์ มิตาจะเน้นไปที่การไลฟ์สดเป็นหลัก โดยเธอเล่าว่าเธอใช้วิธีการไลฟ์สดตั้งแต่วันแรกที่เริ่มขายและสามารถขายได้ถึง 50 ตัว แม้ว่าจะมีผู้ติดตาม 0 คนในตอนนั้น

     “เรามีประสบการณ์จากตอนแรกที่ขายกับเพื่อน ตอนนั้นเราทำภาพให้สวย ส่งสินค้าให้อินฟลูฯ เหมือนแบรนด์ในไอจีปกติทั่วไปและไม่ได้ไลฟ์สดขายเลย แต่มันก็ไม่ได้ขายดีขนาดนั้นจนเรามาลองไลฟ์ตอนเราขายเสื้อผ้ามือสอง มันได้เงินเร็ว เข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง เราเลยตั้งใจว่าจะมาสายไลฟ์สดเลย พอมาทำแบรนด์เราก็เปิดช่องใหม่ใน TikTok เริ่มไลฟ์ตั้งแต่วันแรก คนฟอลโล่ 0 คน เราก็ไลฟ์เลย ด้วยความที่มันเป็นเสื้อและมันดูแตกต่างเลยทำให้มันขายได้ตั้งแต่ไลฟ์แรก ตอนนั้นขายได้ประมาณ 50 ตัว ถือว่าเยอะเลยค่ะ เกินความคาดหวังไปมาก”

    หลังจากนั้นเธอก็ใช้วิธีการไลฟ์สดมาอย่างต่อเนื่อง โดยเคล็ดลับการไลฟ์สดฉบับบมิตาที่ทำให้คนดูสนใจและสามารถขายได้นั่นคือความเฟลนลี่ ขายสินค้าฟีลป้ายยา มีการมิกซ์แอนด์แมทช์ให้ลูกค้าได้มองเห็นภาพ ที่สำคัญคือความสม่ำเสมอที่ต้องไลฟ์อย่างต่อเนื่องให้ลูกค้าได้เห็นแบรนด์บ่อยๆ

     “การไลฟ์ของเราจะเป็นฟีลป้ายยา ถ้าลูกค้าอยากให้ลองแมทช์ให้ดูเราก็จะลองใส่กับกางเกงแบบนั้นแบบนี้ให้ลูกค้าดูเลย เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นภาพจริงๆ ว่าซื้อเสื้อเราไปแล้วจะใส่ได้แบบไหนบ้าง ฟีลคุยกับลูกค้าเหมือนเพื่อน นอกจากนี้คือความสม่ำเสมอ สำคัญมาก ช่วงแรกเราไลฟ์ทุกวันเลย วันละประมาณ 3 ชั่วโมง ลูกค้าจะได้เห็นเราบ่อยๆ บางทีเขายังไม่ได้กดซื้อวันนี้ เขาก็เพิ่มตะกร้าไว้กดวันอื่นได้ เหมือนเห็นเราบ่อยๆ อาจจะซื้อเราสักวัน”

     นอกจากนี้มิตายังเล่าเสริมว่าสิ่งที่ทำให้แบรนด์ของเธอเติบโตได้อย่างรวดเร็วและจับเงินล้านได้ตั้งแต่ 6 เดือนแรกนั่นคือการปรับตัวตามเทรนด์เสมอรวมไปถึงมองหาสิ่งที่เธอจะพัฒนาแบรนด์ได้อย่างต่อเนื่อง

     “เราปรับตัวตามเทรนด์ตลอด ช่วงแรกที่เราเริ่มขายคือช่วงสงกรานต์ ตอนนั้นขายชุดไหมพรมแบบซัมเมอร์ พอจบช่วงนั้นคนก็เริ่มซา ยอดขายตก เราเลยออกคอลเลกชันใหม่ให้คนใส่ทำงานได้ เราปรับตัวเสมอ ไม่ได้ยึดติดว่าแบรนด์เราต้องเป็นเสื้อใส่ไปทะเลอย่างเดียว ทำให้เสื้อของเราใส่ได้ในหลายโอกาส พอยอดขายตกเราก็พยายามหาวิธีการแก้ไขว่าทำไม เป็นเพราะอะไรและหาทางที่ทำให้มันกลับมาในจุดที่เราโอเค นอกจากนี้เรายังพยายามสร้างความแตกต่าง เพราะตลาดเสื้อผ้ามัน Red ocean มากๆ เราเลยไม่ลงไปเล่นเรื่องราคา เราตั้งราคาไว้แล้วว่าเราจะขายประมาณนี้และทำให้แบรนด์เราดูดียิ่งกว่าราคาที่เราขาย”

     มิตาได้ปิดท้ายถึงหัวใจสำคัญที่นั่นคือเรื่องของความจริงใจ นอกจากนี้ยังเน้นไปที่เรื่องของการบริการหลังการขายที่ทำให้ลูกค้าประทับใจ

     “เราเชื่อว่าคุณภาพและดีไซน์มันเป็นเรื่องอันดับหนึ่งของคนทำแบรนด์อยู่แล้ว แต่อีกอย่างที่สำคัญคือความจริงใจในการให้บริการ เพราะเราเป็นแบรนด์เสื้อผ้าออนไลน์ 100% เขาจะไม่ได้เห็นหรือจับสินค้าก่อนซื้อ เราเลยดูแลลูกค้าหลังการขายดีมากๆ ตอบลูกค้าตลอด เราดูแลเขาไม่ใช่แค่ซื้อมาขายไป”

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup