ตั้งแต่ TikTok เปิดตัวในปี 2559 ใช้เวลาเพียง 5 ปีก็มีผู้ใช้งานแอปจำนวน 1 พันล้านคนต่อเดือน
ความสำเร็จ ไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว! สำหรับใครบางคนอาจใช้เวลาทั้งชีวิตกว่าที่จะได้สัมผัสกับคำว่าประสบความสำเร็จ บางคนล้มลุกคลุกคลานมาก่อน บางคนล้มเหลวจนถึงจุดต่ำสุดในชีวิต
เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จกันตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะคนยุคใหม่มีความมุ่งมั่นและไม่กลัวความเสี่ยง กล้าที่จะทำตามความฝันของตัวเอง นี่คือเหล่า Yolopreneur หรือผู้ประกอบการสไตล์ Yolo ที่ไปให้สุดแล้วหยุดที่ Success พวกเขาทำธุรกิจแบบไหน ทำไมถึงสำเร็จได้แบบรวดเร็ว ลองไปดูกัน
คนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งที่มีอายุคาบเกี่ยวระหว่างชาว Millennials กับชาว Gen Z ที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตเต็มที่ กล้าได้กล้าลอง กล้าซื้อกล้าจ่าย โดยไม่หวั่นจำนวนเงินในกระเป๋า ซึ่งเราเรียกกันว่า YOLO
ยุคนี้ใครๆ ก็พูดถึง NFT ไม่ว่าจะเป็นการขายผลงานศิลปะแบบ NFT มีมขำๆ ที่กลายเป็นเงินจาก NFT หรือแม้แต่ทวีตครั้งแรกของ CEO ก็ยังขายได้แบบ NFT
Aunt Dai กลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียลเมื่อลูกค้าทวิตถึงร้านของเขาว่าน่าจะเป็นร้านที่ซื่อสัตย์ที่สุดจากการที่เจ้าของร้านแสดงความเห็นต่ออาหารในร้านอย่างตรงไปตรงมายิ่งกว่าไม้บรรทัด
เกือบสองปีแล้วที่ประเทศที่ส่งออกนักท่องเที่ยวใหญ่ที่สุดของโลกไม่ให้คนจีนเดินทางออกนอกประเทศ ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวที่จีนจึงหันมาให้กับความสนใจท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น
คนรุ่นใหม่หลายคนลุกขึ้นมาใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยงจนเกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า “YOLO Economy” ยุคที่คนรุ่นใหม่กล้าที่ออกตามล่าความฝันของตัวเอง โดยไม่กลัวที่อยู่ใน Comfort Zone อันแสนสบายอีกต่อไป
Fa Cai (ฟาไฉ) แบรนด์น้ำพริก ข้าวเกรียบผัก ที่เกิดจากความไม่ได้ตั้งใจของทายาทสาวเจ้าของธุรกิจโรงพิมพ์ ซึ่งเดิมตั้งใจทดลองผลิตเป็นสินค้าตัวอย่างให้ลูกค้าดู ปรากฏภายหลังได้รับความนิยมมาก จนต้องตัดสินใจขายจริงขึ้นมา
โลกออนไลน์กลายเป็นทางรอดของหลายธุรกิจในยุคโควิด “Sticky” เป็นร้านลูกอมแฮนด์เมดในออสเตรเลียเป็นหนึ่งในนั้น หลังจากยอดหายหดจนเหลือ 0 ร้านก็ได้เริ่มโพสต์กระบวนวิธีการทำขนมอันน่าตื่นตาตื่นใจของร้านลงบนโซเชียลมีเดีย
จากเส้นทางนายธนาคารสู่มืออบขนมเค้ก “Banker2baker” ที่มากกว่าเค้ก แต่คือสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างสรรค์
เมื่อสเปนเซอร์ เคลลี่ เด็กชายวัย 14 ปี ผู้เป็นออทิสติก ลุกขึ้นมาทำสบู่ก้อน Expedition ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ เขาในระยะเวลา 2 ปี ทำยอดขายไปเกือบ 100,000 ดอลลาร์หรือ 3 ล้านกว่าบาท