Digital Marketing

โควิด-19 ดัน “Facebook group” พุ่ง 6 ล้านกลุ่ม เดินหน้าหนุนชุมชนออนไลน์ในไทยต่อ

Text : นนท์ธวัช ไชยวัง 


 

     นอกจากเราจะมีเฟซบุ๊กโปรโฟล์ไว้ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนๆ ญาติพี่น้อง คนรู้จัก บนออนไลน์แบบไร้พรมแดนแล้ว บางคนยังมีเฟซบุ๊กแฟนเพจไว้ขายสินค้าออนไลน์ แต่ยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กในอีกหนึ่งรูปแบบนั่นคือ Facebook group ที่มีไว้เพื่อติดต่อสื่อสารเพื่อเป็นชุมชุมของเฟซบุ๊ก สำหรับคนที่ชื่นชอบหรือมีความสนใจบางอย่างตรงกัน หรือใช้เป็นเครื่องมือในการแจ้งข่าวสารในชุมชนนั้น ๆ โดยเฉพาะโควิด- 19 ระบาดมีการใช้งาน Facebook group สูงขึ้นอย่างชัดเจน


     เกรซ แคลปแฮม หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรและโครงการเพื่อชุมชนประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค เฟซบุ๊ก กล่าวระหว่างการเปิดงาน  ‘Thailand Community Day’ ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เห็นได้ว่ามีการรวมตัวกันมากขึ้น ในกลุ่มชุมชนของเฟซบุ๊ก ตั้งแต่กลุ่มการเลี้ยงลูก ไปจนถึงกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ กลุ่มด้านเทคโนโลยีคราวด์ซอร์สซิ่ง (crowdsourcing) กลุ่มด้านการศึกษา และอื่นๆ อีกมากมาย  


     จากการสำรวจของเฟซบุ๊ก ประเทศไทย พบว่าในปัจจุบันมีผู้คนกว่า 45 ล้านคน เป็นสมาชิกของกลุ่มต่างๆ บนเฟซบุ๊กและมีกลุ่มต่างๆ บนเฟซบุ๊กจำนวนกว่า 6 ล้านกลุ่ม ที่มีการเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ในเดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้เฟซบุ๊กจะยังคงมุ่งเน้นนโยบาย และเล็งเห็นความสำคัญการเชื่อมต่อกันของกลุ่มต่างๆ โดยมีการทำงานกับกลุ่มพันธมิตร ในการให้ความช่วยเหลือชุมชนโดยการให้เครื่องมือให้เงินทุนสนับสนุน รวมไปถึงช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เฟซบุ๊กจึงเน้นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง การโชว์ลิงค์ข้อมูลต่างๆ ที่ถูกต้อง จากหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือจากข้อมูลจากองค์กรอนามัยโลก


     ทั้งนี้ยังจะเน้นการให้ความรู้เพิ่มเติม โดยให้ความรู้บนเฟซบุ๊กผ่านการจัดกิจกรรม Workshop ออนไลน์ต่างๆ นอกจากนี้ เฟซบุ๊ก ยังให้ความสำคัญกับ โครงการ Community Accelerator ซึ่ง เป็นพัฒนาจากโครงการ Fellowship ของ Facebook ซึ่งให้การสนับสนุนผู้นำชุมชนจำนวน 115 คนทั่วโลก


     “ผู้นำชุมชนเหล่านี้ ได้มีการรายงานว่า โครงการทั้งหมดได้สร้างผลกระทบเชิงบวก ให้กับผู้คนจำนวนกว่า 1.9 ล้านคน และเป็นจำนวนกว่า 580,000 คน ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคอีกทั้งยังเป็นเพียงภูมิภาคเดียวที่มีการสนับสนุนชุมชนผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งนี้ มีผู้คนจำนวนกว่า 200,000 คน จากกว่า 50 ประเทศ ได้มารวมตัวกันทำอีเวนต์แบบออฟไลน์ในพื้นที่ที่ปลอดภัย ผ่านการสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ โดยมีการรายงานว่า  88%  ของผู้ที่เข้าร่วมโครงการ ได้นำสิ่งที่เรียนรู้ไปปรับใช้จริงกับชุมชนของเขาเอง”


     อย่างไรก็ตามโครงการ Community Accelerator  เป็นโครงการที่มีระยะเวลา 6 เดือน และถูกเปิดตัวไปเมื่อไม่นานที่ผ่านมา ซึ่งเฟซบุ๊กได้จัดการฝึกอบรม ให้คำปรึกษา และจัดหาเงินทุนเพื่อสนับสนุนผู้นำชุมชนในการสร้างชุมชนของพวกเขาให้เติบโต และโครงการนี้ยังคงเปิดรับสมัครในประเทศไทย ไปจนถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2563  


     ฉัตรชัย อภิบาลพูนผล ผู้นำจากกลุ่ม Run2gether (วิ่งด้วยกัน) หนึ่งในผู้นำกลุ่มชาวไทยที่ได้รับคัดเลือกเข้าโครงการ Facebook Community Leadership Program ที่จัดขึ้นในปี 2561 กล่าวว่า ผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของโครงการ คือ การที่ประสบความสำเร็จในการขยายการดำเนินงานของชุมชนจาก 4 พื้นที่ เป็น 10 พื้นที่ ส่งผลให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้น


     โดยกลุ่มได้มีการจัดมหกรรมงานวิ่งในกรุงเทพฯ และ มีชุมชนชาวต่างชาติเข้าร่วม มีการจัดกิจกรรมออกกำลังกายออนไลน์ให้กับนักวิ่งผู้พิการที่ปัจจุบันกลุ่มวิ่งด้วยกันมีการจัดกิจกรรมวิ่งที่นำนักวิ่งมารวมตัวกันแล้วมากกว่า 2,000 ชีวิต และขยายเครือข่ายไปอีก 6 จังหวัด เข้าถึงนักวิ่งอาสาหรือไกด์รันเนอร์อีก 3,000 คนที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการอยู่ร่วมกันของผู้พิการและไม่พิการในวงการวิ่งมากยิ่งขึ้น


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup